"น้ำมันพุ่งอีก" 3% ฮูตีโจมตีซาอุฯ เขย่าตลาดโลก!
ราคาน้ำมันโลกกลับมาพุ่งแรง หลังการโจมตีซาอุดีอาระเบียจุดความกังวลว่า เส้นทางส่งออกพลังงานในตะวันออกกลางอาจสะดุดอีกครั้ง การซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน น้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 106 ดอลลาร์ 60 เซนต์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3 ดอลลาร์ 52 เซนต์ หรือร้อยละ 3.4 ส่วนน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐฯ ปิดที่ 94 ดอลลาร์ 61 เซนต์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2 ดอลลาร์ 45 เซนต์ หรือร้อยละ 2.7 ระหว่างวัน ราคาทั้งสองสัญญาเคยพุ่งประมาณร้อยละ 5 ก่อนลดช่วงบวก
แรงซื้อเกิดขึ้นหลังแนวร่วมที่นำโดยซาอุดีอาระเบียระบุว่า สามารถสกัดขีปนาวุธ 6 ลูกที่กลุ่มฮูตีในเยเมนยิงมา โดยมีความพยายามโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบียและบริเวณเมืองยานบูริมทะเลแดง
ยานบูเป็นจุดส่งออกน้ำมันที่ซาอุดีอาระเบียใช้รองรับน้ำมันจากท่อส่งฝั่งตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตก เพื่อเป็นอีกเส้นทางหนึ่งเมื่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเผชิญความเสี่ยง ดังนั้น แม้ซาอุดีอาระเบียเพิ่มปริมาณน้ำมันที่สูบผ่านท่อดังกล่าวแล้ว
แต่รายงานจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมและข้อมูลการเดินเรือระบุว่า การบรรทุกน้ำมันลงเรือที่ยานบูยังไม่กลับมาดำเนินการ ความเสี่ยงจากการโจมตีบริเวณนี้จึงกระทบความเชื่อมั่นของตลาดโดยตรง
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันโลกกลับมาพุ่งแรง หลังการโจมตีซาอุดีอาระเบียจุดความกังวลว่า เส้นทางส่งออกพลังงานในตะวันออกกลางอาจสะดุดอีกครั้ง การซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน น้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 106 ดอลลาร์ 60 เซนต์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3 ดอลลาร์ 52 เซนต์ หรือร้อยละ 3.4 ส่วนน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐฯ ปิดที่ 94 ดอลลาร์ 61 เซนต์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2 ดอลลาร์ 45 เซนต์ หรือร้อยละ 2.7 ระหว่างวัน ราคาทั้งสองสัญญาเคยพุ่งประมาณร้อยละ 5 ก่อนลดช่วงบวก
แรงซื้อเกิดขึ้นหลังแนวร่วมที่นำโดยซาอุดีอาระเบียระบุว่า สามารถสกัดขีปนาวุธ 6 ลูกที่กลุ่มฮูตีในเยเมนยิงมา โดยมีความพยายามโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบียและบริเวณเมืองยานบูริมทะเลแดง
ยานบูเป็นจุดส่งออกน้ำมันที่ซาอุดีอาระเบียใช้รองรับน้ำมันจากท่อส่งฝั่งตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตก เพื่อเป็นอีกเส้นทางหนึ่งเมื่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเผชิญความเสี่ยง ดังนั้น แม้ซาอุดีอาระเบียเพิ่มปริมาณน้ำมันที่สูบผ่านท่อดังกล่าวแล้ว
แต่รายงานจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมและข้อมูลการเดินเรือระบุว่า การบรรทุกน้ำมันลงเรือที่ยานบูยังไม่กลับมาดำเนินการ ความเสี่ยงจากการโจมตีบริเวณนี้จึงกระทบความเชื่อมั่นของตลาดโดยตรง
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันลดลงจากจุดสูงสุดของวัน หลังมีรายงานว่า ผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่านในนครนิวยอร์กกำลังหารือแนวทางยุติสงครามเป็นระยะ โดยอาจให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการที่สหรัฐฯ ผ่อนคลายมาตรการปิดกั้นทางเศรษฐกิจ แต่เรื่องนี้ยังเป็น แนวทางที่อยู่ระหว่างการหารือ ไม่มีข้อตกลงเปิดเส้นทางเดินเรือเกิดขึ้นแล้ว
สำหรับภาคธุรกิจ ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ราคาน้ำมันดิบ เพราะตลาดน้ำมันดีเซลโลกกำลังตึงตัวจากการหยุดชะงักของอุปทานในตะวันออกกลาง และการจำกัดส่งออกของรัสเซียหลังโรงกลั่นได้รับผลกระทบจากการโจมตีของยูเครน ราคาดีเซลที่สูงขึ้นเพิ่มต้นทุนขนส่ง การเกษตร และการผลิตสินค้า ซึ่งอาจส่งต่อไปยังราคาสินค้าปลายทาง
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ กำลังพิจารณาวิธีบรรเทาราคาดีเซลในประเทศ ท่ามกลางรายงานเรื่องการจำกัดส่งออก แต่ยังไม่มีประกาศใช้มาตรการห้ามส่งออกดีเซล นักวิเคราะห์เตือนว่า หากสหรัฐฯ จำกัดการส่งออกจริง อุปทานในตลาดโลกอาจยิ่งตึงตัว และเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนพลังงานของประเทศผู้นำเข้า
ตลาดจึงต้องจับตาพร้อมกันสองด้าน ทั้งความปลอดภัยของจุดส่งออกน้ำมันซาอุดีอาระเบียและผลการเจรจาเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ เพราะความคืบหน้าหรือเหตุโจมตีครั้งใหม่ สามารถเปลี่ยนทิศทางราคาน้ำมันได้อย่างรวดเร็ว
ที่มาข้อมูล : https://www.reuters.com/business/energy/oil-prices-edge-lower-iran-says-it-is-open-diplomacy-end-war-2026-09-24/
ที่มารูปภาพ : -
