กษัตริย์ซาอุฯ ประณามกลุ่มฮูตีโจมตีนครเมกกะ เปิดเตือนภัยครั้งแรกในรอบ 10 ปี

Share on Line Share on Facebook Share on X
กษัตริย์ซาอุฯ ประณามกลุ่มฮูตีโจมตีนครเมกกะ เปิดเตือนภัยครั้งแรกในรอบ 10 ปี

สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานโดยอ้างอิงสำนักข่าวทางการซาอุดีอาระเบีย หรือ SPA ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลอาซิซ อัล ซาอูด แห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงออกมาประณามกลุ่มฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านจากกรณีที่เกิดการโจมตีใกล้กับนครเมกกะ ของซาอุดีอาระเบียหลายครั้ง ซึ่งตามความเชื่อถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาอิสลาม พร้อมทั้งทรงเรียกกลุ่มฮูตีว่าเป็น  “กองกำลังก่อการร้าย” 


สำนักข่าวทางการซาอุดีอาระเบีย รายงานด้วยว่า กษัตริย์ซัลมาน ที่ปัจจุบันทรงมีพระชนมพรรษา 90 พรรษา ได้มีพระราชดำรัสดังกล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีของซาอุดีอาระเบียเมื่อวานนี้ (22 กันยายน) โดยถือเป็นการแทรกแซงประเด็นสถานการณ์ปัจจุบันอย่างแข็งกร้าวจากพระองค์ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เนื่องจากกิจการประจำวันส่วนใหญ่ของซาอุดีอาระเบียในปัจจุบันบริหารโดยเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย


กษัตริย์ซัลมาน ยังทรงชื่นชมกองทัพและหน่วยงานด้านความมั่นคงของซาอุดีอาระเบีย สำหรับการปกป้องมาตุภูมิ และเผชิญหน้ากับการรุกรานใด ๆ อย่างเด็ดเดี่ยว เพื่อปกป้องสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้แสวงบุญ ประชาชน และผู้อยู่อาศัยในราชอาณาจักร นอกจากนี้พระองค์ยังทรงกล่าวถึงการพบกันระหว่างมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน กับประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ เอล-ซีซี ของอียิปต์ ที่กรุงไคโรเมื่อสัปดาห์ก่อน รวมถึงการหารือกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เกี่ยวกับความพยายามส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาค และรับประกันความมั่นคงและเสรีภาพในการเดินเรือด้วย 


อย่างไรก็ตาม การโจมตีของฮูตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในเดือนนี้ กลายเป็นหนึ่งในภัยคุกคามต่อความมั่นคงของซาอุดีอาระเบียที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซาอุดีอาระเบียระบุว่า สามารถสกัดโดรนที่ฮูตีส่งมุ่งหน้าไปยังนครเมกกะได้ แต่ฮูตีปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างหนักแน่นและจากเหตุนี้ทำให้นับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปีที่ซาอุดีอาระเบียมีการเปิดใช้ระบบแจ้งเตือนภัยด้านความมั่นคงในนครเมกกะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของหินกะอ์บะฮ์ ที่ชาวมุสลิมเชื่อว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องเดินทางไปสักการะหินศักดิ์สิทธิ์นี้ที่นครเมกกะสักครั้ง 


การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของฮูตียังมุ่งเป้าไปยังเมืองอื่นๆ ของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงการโจมตีต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางเดินเรือที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดแนวรบใหม่ในความขัดแย้งระดับภูมิภาคที่ขยายวงกว้าง ท่ามกลางการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา


ขณะที่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียในเยเมนระบุว่า สามารถสกัดขีปนาวุธพิสัยไกลที่ฮูตียิงมุ่งหน้าไปยังกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบียได้ โดยมีควันดำพวยพุ่งจากบริเวณคลังเก็บเชื้อเพลิงใกล้สนามบินนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาด


ทั้งนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถาน ได้ลงนามใน “ข้อตกลงป้องกันร่วมเมกกะ” เมื่อเดือนที่แล้ว โดยกำหนดว่าการโจมตีด้วยอาวุธต่อประเทศใดประเทศหนึ่งใน 3 ประเทศสมาชิก จะถือเป็นการโจมตีต่อทั้งสามประเทศแบบเดียวกับมาตรการขององค์การนาโตของโลกตะวันตก 




สรุปข่าว

กษัตริย์ซาอุฯ ทรงประณามฮูตีว่าเป็น “กองกำลังก่อการร้าย” หลังจากกรณีเกิดการโจมตีใกล้นครเมกกะ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลามหลายครั้ง

สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานโดยอ้างอิงสำนักข่าวทางการซาอุดีอาระเบีย หรือ SPA ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลอาซิซ อัล ซาอูด แห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงออกมาประณามกลุ่มฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านจากกรณีที่เกิดการโจมตีใกล้กับนครเมกกะ ของซาอุดีอาระเบียหลายครั้ง ซึ่งตามความเชื่อถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาอิสลาม พร้อมทั้งทรงเรียกกลุ่มฮูตีว่าเป็น  “กองกำลังก่อการร้าย” 


สำนักข่าวทางการซาอุดีอาระเบีย รายงานด้วยว่า กษัตริย์ซัลมาน ที่ปัจจุบันทรงมีพระชนมพรรษา 90 พรรษา ได้มีพระราชดำรัสดังกล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีของซาอุดีอาระเบียเมื่อวานนี้ (22 กันยายน) โดยถือเป็นการแทรกแซงประเด็นสถานการณ์ปัจจุบันอย่างแข็งกร้าวจากพระองค์ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เนื่องจากกิจการประจำวันส่วนใหญ่ของซาอุดีอาระเบียในปัจจุบันบริหารโดยเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย


กษัตริย์ซัลมาน ยังทรงชื่นชมกองทัพและหน่วยงานด้านความมั่นคงของซาอุดีอาระเบีย สำหรับการปกป้องมาตุภูมิ และเผชิญหน้ากับการรุกรานใด ๆ อย่างเด็ดเดี่ยว เพื่อปกป้องสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้แสวงบุญ ประชาชน และผู้อยู่อาศัยในราชอาณาจักร นอกจากนี้พระองค์ยังทรงกล่าวถึงการพบกันระหว่างมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน กับประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ เอล-ซีซี ของอียิปต์ ที่กรุงไคโรเมื่อสัปดาห์ก่อน รวมถึงการหารือกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เกี่ยวกับความพยายามส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาค และรับประกันความมั่นคงและเสรีภาพในการเดินเรือด้วย 


อย่างไรก็ตาม การโจมตีของฮูตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในเดือนนี้ กลายเป็นหนึ่งในภัยคุกคามต่อความมั่นคงของซาอุดีอาระเบียที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซาอุดีอาระเบียระบุว่า สามารถสกัดโดรนที่ฮูตีส่งมุ่งหน้าไปยังนครเมกกะได้ แต่ฮูตีปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างหนักแน่นและจากเหตุนี้ทำให้นับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปีที่ซาอุดีอาระเบียมีการเปิดใช้ระบบแจ้งเตือนภัยด้านความมั่นคงในนครเมกกะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของหินกะอ์บะฮ์ ที่ชาวมุสลิมเชื่อว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องเดินทางไปสักการะหินศักดิ์สิทธิ์นี้ที่นครเมกกะสักครั้ง 


การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของฮูตียังมุ่งเป้าไปยังเมืองอื่นๆ ของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงการโจมตีต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางเดินเรือที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดแนวรบใหม่ในความขัดแย้งระดับภูมิภาคที่ขยายวงกว้าง ท่ามกลางการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา


ขณะที่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียในเยเมนระบุว่า สามารถสกัดขีปนาวุธพิสัยไกลที่ฮูตียิงมุ่งหน้าไปยังกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบียได้ โดยมีควันดำพวยพุ่งจากบริเวณคลังเก็บเชื้อเพลิงใกล้สนามบินนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาด


ทั้งนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถาน ได้ลงนามใน “ข้อตกลงป้องกันร่วมเมกกะ” เมื่อเดือนที่แล้ว โดยกำหนดว่าการโจมตีด้วยอาวุธต่อประเทศใดประเทศหนึ่งใน 3 ประเทศสมาชิก จะถือเป็นการโจมตีต่อทั้งสามประเทศแบบเดียวกับมาตรการขององค์การนาโตของโลกตะวันตก 




ที่มาข้อมูล : Aljazeera

ที่มารูปภาพ : AFP