ปฏิญญานิวเดลี 2026 BRICS เห็นชอบ เพิ่มบทบาทกลุ่ม-วอนหยุดยกระดับขัดแย้ง

Share on Line Share on Facebook Share on X
 ปฏิญญานิวเดลี 2026 BRICS เห็นชอบ เพิ่มบทบาทกลุ่ม-วอนหยุดยกระดับขัดแย้ง

ผู้นำกลุ่ม BRICS สามารถออกแถลงการณ์ร่วมกันในนาม “ปฏิญญานิวเดลี” (New Delhi Declaration) ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง พร้อมเน้นย้ำเรื่องการเพิ่มเสียงกลุ่ม Global South บนเวทีโลกที่มีหลายขั้ว 


นับเป็นก้าวย่างสำคัญของกลุ่ม BRICS ในการออกปฏิญญาฉบับนี้ ในขณะที่สมาชิกกลุ่มยังมีจุดยืนที่แตกต่างกันในสงคราม


อย่างไรก็ตาม ปฏิญญาดังกล่าว ไม่ได้มีการเอ่ยถึง “สงครามใด” เป็นการเฉพาะเจาะจง แต่กลุ่มผู้นำเห็นพ้องในการประณามข้อบังคับทางเศรษฐกิจใด ๆ ที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมกันนี้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดทนอดกลั้น ไม่ยกระดับความขัดแย้ง และขอให้แก้ปัญหาผ่านการทูต เคารพอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดน


ปฏิญญานิวเดลี ประจำปี 2026 (New Delhi Declaration 2026) จากการประชุมระดับผู้นำ BRICS ครั้งที่ 18 ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย มีสาระสำคัญทั้งหมด 5 ประเด็นหลัก คือ


  1. ปฏิรูประเบียบโลก-เพิ่มเสียงของประเทศ Global South

BRICS ย้ำเรื่องโลกหลายขั้ว (multipolarity) และต้องการเพิ่มบทบาทประเทศกำลังพัฒนาใน UN และองค์กรระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการปฏิรูป คณะมนตรีความมั่นคง UN รวมถึงเพิ่มตัวแทนจากแอฟริกา เอเชีย และลาตินอเมริกา โดยจีนและรัสเซียย้ำสนับสนุนบราซิลและอินเดียให้มีบทบาทมากขึ้นใน UNSC นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ IMF และ World Bank ปรับโครงสร้างสิทธิออกเสียงและการบริหารให้สะท้อนน้ำหนักของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่มากขึ้น


  1. ค้านมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวและกำแพงการค้า

BRICS วิจารณ์มาตรการภาษีและมาตรการกีดกันการค้าที่ขัดกับกฎ WTO และและขอประณามมาตรการบังคับทางเศรษฐกิจใด ๆ ที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพียงฝ่ายเดียว และการคว่ำบาตรทุติยภูมิ (secondary sanctions) ที่ไม่ได้รับอนุมัติจาก UNSC โดยมองว่าส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิทธิในการพัฒนาด้านต่าง ๆ รวมถึงเรื่องสาธารณสุข และความมั่นคงทางอาหาร  และทางกลุ่มเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการที่ขัดต่อกฎหมายเหล่านี้ที่เป็นการบ่อนทำลายกฎระหว่างประเทศ ขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติ

สรุปข่าว

กลุ่ม BRICS ได้ออก "ปฏิญญานิวเดลี 2026" โดยเรียกร้องให้หยุดยกระดับความขัดแย้งทั่วโลก โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง และเน้นย้ำการเพิ่มบทบาทของกลุ่ม Global South บนเวทีโลกหลายขั้ว สาระสำคัญของปฏิญญาประกอบด้วยการปฏิรูประเบียบโลกให้ประเทศกำลังพัฒนามีเสียงมากขึ้นในสหประชาชาติ IMF และธนาคารโลก พร้อมทั้งคัดค้านมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจฝ่ายเดียวที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ใช้การทูตและเจรจาเพื่อสันติภาพและความมั่นคง โดยเฉพาะการหยุดยิงในตะวันออกกลาง เลบานอน และฉนวนกาซา รวมถึงสนับสนุนการแก้ปัญหา 2 รัฐสำหรับปาเลสไตน์ และประณามการก่อการร้ายทุกรูปแบบ BRICS ยังมุ่งเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม ทั้งด้านสาธารณสุข ความมั่นคงทางอาหาร พลังงานยั่งยืน การพัฒนาระบบการเงินด้วยสกุลเงินท้องถิ่น และการส่งเสริมความร่วมมือทางวัฒนธรรม การศึกษา และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน

ผู้นำกลุ่ม BRICS สามารถออกแถลงการณ์ร่วมกันในนาม “ปฏิญญานิวเดลี” (New Delhi Declaration) ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง พร้อมเน้นย้ำเรื่องการเพิ่มเสียงกลุ่ม Global South บนเวทีโลกที่มีหลายขั้ว 


นับเป็นก้าวย่างสำคัญของกลุ่ม BRICS ในการออกปฏิญญาฉบับนี้ ในขณะที่สมาชิกกลุ่มยังมีจุดยืนที่แตกต่างกันในสงคราม


อย่างไรก็ตาม ปฏิญญาดังกล่าว ไม่ได้มีการเอ่ยถึง “สงครามใด” เป็นการเฉพาะเจาะจง แต่กลุ่มผู้นำเห็นพ้องในการประณามข้อบังคับทางเศรษฐกิจใด ๆ ที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมกันนี้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดทนอดกลั้น ไม่ยกระดับความขัดแย้ง และขอให้แก้ปัญหาผ่านการทูต เคารพอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดน


ปฏิญญานิวเดลี ประจำปี 2026 (New Delhi Declaration 2026) จากการประชุมระดับผู้นำ BRICS ครั้งที่ 18 ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย มีสาระสำคัญทั้งหมด 5 ประเด็นหลัก คือ


  1. ปฏิรูประเบียบโลก-เพิ่มเสียงของประเทศ Global South

BRICS ย้ำเรื่องโลกหลายขั้ว (multipolarity) และต้องการเพิ่มบทบาทประเทศกำลังพัฒนาใน UN และองค์กรระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการปฏิรูป คณะมนตรีความมั่นคง UN รวมถึงเพิ่มตัวแทนจากแอฟริกา เอเชีย และลาตินอเมริกา โดยจีนและรัสเซียย้ำสนับสนุนบราซิลและอินเดียให้มีบทบาทมากขึ้นใน UNSC นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ IMF และ World Bank ปรับโครงสร้างสิทธิออกเสียงและการบริหารให้สะท้อนน้ำหนักของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่มากขึ้น


  1. ค้านมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวและกำแพงการค้า

BRICS วิจารณ์มาตรการภาษีและมาตรการกีดกันการค้าที่ขัดกับกฎ WTO และและขอประณามมาตรการบังคับทางเศรษฐกิจใด ๆ ที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพียงฝ่ายเดียว และการคว่ำบาตรทุติยภูมิ (secondary sanctions) ที่ไม่ได้รับอนุมัติจาก UNSC โดยมองว่าส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิทธิในการพัฒนาด้านต่าง ๆ รวมถึงเรื่องสาธารณสุข และความมั่นคงทางอาหาร  และทางกลุ่มเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการที่ขัดต่อกฎหมายเหล่านี้ที่เป็นการบ่อนทำลายกฎระหว่างประเทศ ขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติ

  1. สันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคและนานาชาติ

BRICS กังวลโลกที่แบ่งขั้วและขาดความไว้ใจ เรียกร้องให้ใช้การเจรจา การไกล่เกลี่ย และ หนทางทางการทูต โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อการทวีความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นให้มากที่สุด และหลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่จะยิ่งยกระดับความขัดแย้ง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปกป้องพลเรือนและโครงสร้างพลเรือนตามหลักอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน 


พร้อมกันนี้ได้ประณามอย่างรุนแรงต่อการตั้งใจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน และสถาบันทางนิวเคลียร์เพือสันติภาพ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพลังงานประมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA 


อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์ของกลุ่มไม่ได้มีการเอ่ยถึงสงครามที่ดำเนินอยู่ในประเทศอิหร่าน หรือระบุชื่อคู่สงครามโดยตรง แต่ใช้ถ้อยคำกว้างว่า “continued escalation of tensions in Middle East/West Asia” แล้วเรียกร้องทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นสูงสุด หลีกเลี่ยงการกระทำที่จะทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น ปกป้องพลเรือน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน และหันกลับสู่หนทางเจรจาหรือทางการทูต


นอกจากนี้ ปฏิญญานิวเดลียังเรียกร้องให้หยุดยิงในเลบานอน และให้อิสราเอลถอนกำลังออจากตอนใต้ของเลบานอน ไปพร้อมกับเรียกร้องให้หยุดยิงในฉนวนกาซา เปิดทางช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม พร้อมยืนยันการสนับสนุนแนวทางการแก้ปัญหา 2 รัฐ (Two-State Solution) ที่มีรัฐปาเลสไตน์อยู่บนพรมแดนที่รับรองในปี 1967 โดยมีเยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเหมืองหลวง 


กลุ่ม BRICS ยังแถลงประณามการก่อการร้ายทุกรูปแบบ และประกาศให้ความสำคัญมากขึ้นกับการต่อต้านแก๊งสแกมเมอร์ และอาชญากรข้ามชาติ การฟอกเงิน อาวุธ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และการใช้สินทรัพย์ดติจิทัลเพื่ออาชญากรรม


อีกทั้งยังสนับสนุนการใช้อวกาศเพื่อสันติ และป้องกันการแข่งขันการสะสมอาวุธในอวกาศด้วย

  1. การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและครอบคลุม

ด้านสาธารณสุข - ผลักดันการสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับโรคติดต่อร้ายแรง และจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านสุขภาพจิต / สนับสนุนเข้าถึงยารักษาโรคเสริมความร่วมมือของหน่วยงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ทางการแพย์ ขับเคลื่อนระบบสุขภาพดิจิทัล 


ด้านความมั่นคงทางอาหาร - จัดตั้ง BRICS Grain Exchange เพื่อแลกเปลี่ยนธัญญาหารและสินค้าเกษตร และจัดตั้งเครือข่ายด้านการเกษตรเพื่อสนับสนุนข้อมูล ปัจจัยการผลิต พร้อมจัดตั้งศูนย์ความช่วยเหลือ


ด้านพลังงานยั่งยืน - เน้นความมั่นคงด้านพลังงาน รักษาการไหลเวียนของพลังงาน ใช้พลังงานหลากหลายทั้งฟอสซิล หมุนเวียน นิวเคลียร์ ไฮโดรเจน พร้อมผลักดัน Smart Grid, Energy Storage และห่วงโซ่แร่สำคัญ


ระบบการเงิน BRICS - เดินหน้าระบบชำระเงินข้ามพรมแดนที่เร็วและต้นทุนต่ำ และหารือการใช้สกุลเงินท้องถิ่นของ BRICS ในการค้าและการลงทุน 


  1. ยกระดับความร่วมมือด้านวัฒนธรรม และความเชื่อมโยงของประชาชน

เน้นย้ำความสำคัญของการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนผ่านเวทีหารือต่างๆ อาทิ Parliamentary Forum, Youth Summit และ Civil Forum โดยมุ่งเน้นแนวคิดการพัฒนาที่มีสตรีเป็นผู้นำ (Women-led development) พร้อมส่งเสริมบทบาทสตรีในภาวะผู้นำ การเงิน การศึกษาดิจิทัล การสร้างสันติภาพ และผ่านความร่วมมือของ BRICS Women's Business Alliance


ยกระดับความร่วมมือด้านการศึกษาอาชีวะ (TVET) การส่งเสริมนวัตกรรมผ่าน BRICS Network University และการเตรียมความพร้อมทักษะแรงงานในยุคดิจิทัล ควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติและระบบประกันสังคม พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านสภาเยาวชน BRICS 


ร่วมมือกันปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมและคืนวัตถุโบราณสู่ประเทศต้นทาง ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการใช้นวัตกรรมดิจิทัลในภาคท่องเที่ยว สนับสนุนการแข่งขันกีฬา BRICS Games รวมทั้งพัฒนากลไกการระงับข้อพิพาททางแพ่งและพาณิชย์ (ADR) เช่น การไกล่เกลี่ยและอนุญาโตตุลาการ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ลงทุน

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters