“โมจตาบา คาเมเนอี” เรียกร้องประเทศมุสลิมรวมเป็นหนึ่งเดียว ต้านสหรัฐฯ-อิสราเอล

Share on Line Share on Facebook Share on X
“โมจตาบา คาเมเนอี” เรียกร้องประเทศมุสลิมรวมเป็นหนึ่งเดียว ต้านสหรัฐฯ-อิสราเอล

โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เรียกร้องในวันนี้ (30 สิงหาคม) ให้ประเทศมุสลิมในภูมิภาครวมตัวกันต่อต้านสหรัฐฯ และอิสราเอล ในข้อความที่เผยแพร่เป็นลายลักษณ์อักษร ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของผู้นำสูงสุดอิหร่าน เนื่องในวาระครบรอบ 6 เดือนนับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางเริ่มต้นขึ้น

ในข้อความที่เผยแพร่อย่างเป็นทางการ คาเมเนอีกล่าวว่า “ทางออกของปัญหาที่ประเทศมุสลิมกำลังเผชิญ คือการมีจุดยืนร่วมกัน มิตรภาพ และความร่วมมือบนหนทางแห่งความดี” 

คาเมเนอีกล่าวเพิ่มเติมว่า “ไม่ว่าใครก็ตาม ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งใด หากกระทำการที่นำไปสู่ความแตกแยกระหว่างชาวมุสลิม หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในประชาคมมุสลิม ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม บุคคลนั้นได้ทำหน้าที่ตอบสนองเป้าหมายของศัตรูของศาสนาอิสลาม”

คาเมเนอียังเรียกร้องให้ผู้นำประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคตระหนักว่าใครคือศัตรูที่แท้จริงของพวกคุณ เข้าใจแผนการของศัตรู และเผชิญหน้ากับมัน โดยคำกล่าวดังกล่าวหมายถึงสหรัฐฯ และอิสราเอล

ในช่วงสงคราม อิหร่านได้โจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ หลายแห่งทั่วตะวันออกกลาง รวมถึงในซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน คูเวต กาตาร์ และบาห์เรน ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมา ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับประเทศเหล่านี้ได้เสื่อมถอยลงและมีความตึงเครียดมากขึ้น

คาเมเนอีประกาศอย่างหนักแน่นว่า “การกระทำใด ๆ ที่บั่นทอนความเป็นปึกแผ่นของสังคมถือเป็นสิ่งต้องห้าม”

นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้มีการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ในระบบเศรษฐกิจอิหร่านอย่างค่อยเป็นค่อยไป หรือที่เรียกว่า การลดการใช้เงินดอลลาร์ พร้อมเรียกร้องให้เพิ่มการผลิตภายในประเทศ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

สรุปข่าว

โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน กล่าวว่าเขาต้องการให้ประเทศมุสลิมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อต่อต้านสหรัฐฯ และอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคตระหนักว่าใครคือศัตรูที่แท้จริง

โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เรียกร้องในวันนี้ (30 สิงหาคม) ให้ประเทศมุสลิมในภูมิภาครวมตัวกันต่อต้านสหรัฐฯ และอิสราเอล ในข้อความที่เผยแพร่เป็นลายลักษณ์อักษร ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของผู้นำสูงสุดอิหร่าน เนื่องในวาระครบรอบ 6 เดือนนับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางเริ่มต้นขึ้น

ในข้อความที่เผยแพร่อย่างเป็นทางการ คาเมเนอีกล่าวว่า “ทางออกของปัญหาที่ประเทศมุสลิมกำลังเผชิญ คือการมีจุดยืนร่วมกัน มิตรภาพ และความร่วมมือบนหนทางแห่งความดี” 

คาเมเนอีกล่าวเพิ่มเติมว่า “ไม่ว่าใครก็ตาม ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งใด หากกระทำการที่นำไปสู่ความแตกแยกระหว่างชาวมุสลิม หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในประชาคมมุสลิม ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม บุคคลนั้นได้ทำหน้าที่ตอบสนองเป้าหมายของศัตรูของศาสนาอิสลาม”

คาเมเนอียังเรียกร้องให้ผู้นำประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคตระหนักว่าใครคือศัตรูที่แท้จริงของพวกคุณ เข้าใจแผนการของศัตรู และเผชิญหน้ากับมัน โดยคำกล่าวดังกล่าวหมายถึงสหรัฐฯ และอิสราเอล

ในช่วงสงคราม อิหร่านได้โจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ หลายแห่งทั่วตะวันออกกลาง รวมถึงในซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน คูเวต กาตาร์ และบาห์เรน ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมา ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับประเทศเหล่านี้ได้เสื่อมถอยลงและมีความตึงเครียดมากขึ้น

คาเมเนอีประกาศอย่างหนักแน่นว่า “การกระทำใด ๆ ที่บั่นทอนความเป็นปึกแผ่นของสังคมถือเป็นสิ่งต้องห้าม”

นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้มีการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ในระบบเศรษฐกิจอิหร่านอย่างค่อยเป็นค่อยไป หรือที่เรียกว่า การลดการใช้เงินดอลลาร์ พร้อมเรียกร้องให้เพิ่มการผลิตภายในประเทศ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ด้านมาร์ก ไฟฟ์เฟิล อดีตเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ หวังว่าจะไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการคว่ำบาตรทางอ้อมต่อผู้ซื้อชาวจีนที่นำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่าน และขณะนี้ยังคงเก็บมาตรการดังกล่าวไว้เป็นทางเลือกสำรอง

ไฟฟ์เฟิลกล่าวกับ Al Jazeera ว่า เขาคิดว่าทรัมป์และกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะเก็บมาตรการนี้ไว้ในมือ เป็นไพ่สำรองที่พร้อมนำมาใช้หากมีความจำเป็น โดยการใช้มาตรการอย่างกว้างขวางต่อจีนจะเป็นเรื่องยากในทางการทูต เนื่องจากเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และจีนยังคงมีความเชื่อมโยงและพึ่งพากันอย่างมาก

ส่วนขณะนี้ เป้าหมายของสหรัฐฯ คือการทำให้จีนรู้สึกว่า การหันไปซื้อน้ำมันจากแหล่งอื่นเป็นทางเลือกที่สะดวกและน่าสนใจมากกว่าการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร

ไฟฟ์เฟิลระบุว่า โรงกลั่นน้ำมันของจีนได้ซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านซึ่งอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรในราคาที่มีส่วนลด ทำให้โรงกลั่นเหล่านี้ได้เปรียบเหนือคู่แข่งในตลาดโลก

รัฐบาลจีนไม่ได้แสดงท่าทีสนใจที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐฯ และมีความเป็นไปได้ว่า จีนกำลังให้ความช่วยเหลืออิหร่านอย่างเงียบ ๆ

 ไฟฟ์เฟิลกล่าวว่า จีนกำลังเล่นเกมระยะยาว พวกเขาไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการเห็นสหรัฐฯ ต้องเข้าไปพัวพันและติดหล่มอยู่กับภารกิจระหว่างประเทศอีกครั้ง เช่นเดียวกับสงครามครั้งนี้ในอิหร่าน

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีน มีกำหนดเดินทางไปกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันที่ 24 กันยายน เพื่อหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ 

ที่มาข้อมูล : AFP, Al Jazeera

ที่มารูปภาพ : AFP