กระเป๋าหรู "Hermès" ราคารีเซลทั่วโลกดิ่งหนัก เสื่อมมนตร์ขลัง?

Share on Line Share on Facebook Share on X

รอยเตอร์ส รายงานว่า ตลาดสินค้าลักชัวรีกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้ารุ่นพิเศษที่มีจำนวนจำกัด ซึ่งอาศัยความหายาก เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างมูลค่าและดึงดูดผู้ซื้อ 

อย่างกระเป๋า Birkin (เบอร์กิ้น) ของ Hermès (แอร์เมส) ที่อาจกำลังสูญเสียจุดขายด้านความหากยากไป หลังที่ผ่านมา ความต้องการซื้อได้รับแรงหนุนจากการที่สินค้าเข้าถึงได้ยาก แต่ปัจจุบันกลับมีสินค้าออกมาวางขายต่อในตลาดรีเซลจำนวนมากขึ้น ส่งผลให้ราคาขายต่อปรับตัวลง และส่วนต่างราคาระหว่างราคาขายต่อกับราคาขายปลีกก็แคบลง 

Cai Baochun หนึ่งในผู้ค้ากระเป๋าในลอนดอน ซึ่งเคยทำกำไรจากการขายต่อ เบอร์กิ้น รุ่นยอดนิยมของ แอร์เมส ในราคาสูงกว่า 2 เท่าของราคาขายปลีก ซึ่งอยู่ที่ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ปัจจุบันเขาหยุดสต็อกกระเป๋ารุ่นดังกล่าวแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะขาดทุน เนื่องจากราคาซื้อขายในตลาดมือสองกำลังลดลง 

โดยระบุว่า ราคาขายต่อของกระเป๋า เบอร์กิ้น ที่ยังไม่เคยผ่านการใช้งาน และจำหน่ายทางออนไลน์ในตลาดมือสอง ลดลงมากกว่า 6,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากจุดสูงสุดในปี 2022

สรุปข่าว

กระเป๋า Birkin ของ Hermès จากที่เคยเป็นของหายากและมีราคาพุ่งแรงในตลาดขายต่อ ถือเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ แต่เวลานี้ราคาในตลาดรีเซลกลับร่วงหนัก หลังมีการนำสินค้าออกมาขายต่อเพิ่มมากขึ้น 6-7 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด 19 สะท้อนว่าแบรนด์อาจกำลังสูญเสียเสน่ห์จากความหายาก ซึ่งเป็นโมเดลสำคัญของธุรกิจ

รอยเตอร์ส รายงานว่า ตลาดสินค้าลักชัวรีกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้ารุ่นพิเศษที่มีจำนวนจำกัด ซึ่งอาศัยความหายาก เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างมูลค่าและดึงดูดผู้ซื้อ 

อย่างกระเป๋า Birkin (เบอร์กิ้น) ของ Hermès (แอร์เมส) ที่อาจกำลังสูญเสียจุดขายด้านความหากยากไป หลังที่ผ่านมา ความต้องการซื้อได้รับแรงหนุนจากการที่สินค้าเข้าถึงได้ยาก แต่ปัจจุบันกลับมีสินค้าออกมาวางขายต่อในตลาดรีเซลจำนวนมากขึ้น ส่งผลให้ราคาขายต่อปรับตัวลง และส่วนต่างราคาระหว่างราคาขายต่อกับราคาขายปลีกก็แคบลง 

Cai Baochun หนึ่งในผู้ค้ากระเป๋าในลอนดอน ซึ่งเคยทำกำไรจากการขายต่อ เบอร์กิ้น รุ่นยอดนิยมของ แอร์เมส ในราคาสูงกว่า 2 เท่าของราคาขายปลีก ซึ่งอยู่ที่ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ปัจจุบันเขาหยุดสต็อกกระเป๋ารุ่นดังกล่าวแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะขาดทุน เนื่องจากราคาซื้อขายในตลาดมือสองกำลังลดลง 

โดยระบุว่า ราคาขายต่อของกระเป๋า เบอร์กิ้น ที่ยังไม่เคยผ่านการใช้งาน และจำหน่ายทางออนไลน์ในตลาดมือสอง ลดลงมากกว่า 6,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากจุดสูงสุดในปี 2022

รอยเตอร์ส รายงานด้วยว่า การเข้าถึงกระเป๋า เบอร์กิ้น จากร้านค้าของ แอร์เมส โดยทั่วไปมักเชื่อมโยงกับการใช้จ่ายซื้อสินค้าอื่นของแบรนด์ก่อน เช่น ผ้าพันคอ เสื้อผ้า และรองเท้า ซึ่งเงื่อนไขจะแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค และร้านค้า 

โดยผู้ค้ากระเป๋า แอร์เมส 2 รายประเมินว่า ลูกค้าจะต้องใช้จ่ายซื้อสินค้าอื่นของแบรนด์ราว 10,000 - 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะได้รับข้อเสนอซื้อกระเป๋า เบอร์กิ้น หรือ Kelly (เคลลี่) ซึ่งเป็นกระเป๋าอีกรุ่นยอดนิยมของแบรนด์

ขณะเดียวกัน จากการสำรวจผู้ค้ากระเป๋า 9 รายในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย จำนวน 6 ระบุว่า ราคาขายต่อในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ลดลง เนื่องจากมีสินค้าเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่จำนวน 5 ราย ระบุว่า ความต้องการซื้อในปัจจุบันอ่อนตัวลง

Antoinette Hunter ผู้ก่อตั้ง Lilac Blue ร้านค้าปลีกกระเป๋าลักชัวรีมือสอง ให้ความเห็นว่า การหาซื้อกระเป๋า เบอร์กิ้น ในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องยากเหมือนที่ผ่านมา แต่การทำกำไรจากการขายต่อกลับยากมากขึ้น

เธอกล่าวอีกว่า กระเป๋า เบอร์กิ้น 25 สีดำที่ยังไม่เคยใช้งาน ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นยอดนิยม มีราคาลดลงจากปี 2022 ราว 4,000 ปอนด์ หรือราว 5,336 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือประมาณ 24,000 ปอนด์ ขณะที่ ราคาขายปลีกมือหนึ่งในร้านของแบรนด์ ในลอนดอน อยู่ที่ 9,390 ปอนด์ 

อย่างไรก็ตาม ฮันเตอร์ กล่าวว่า ความต้องการกระเป๋าของ แอร์เมส ยังคงอยู่มีอยู่มาก โดยเฉพาะรุ่นระดับสูง แต่ราคาขายต่อที่ลดลงอาจทำให้ลูกค้าบางส่วนลังเลที่จะซื้อสินค้าจากแบรนด์โดยตรง  และหาก แอร์เมส ยังคงขึ้นราคากระเป๋า ขณะที่ราคาขายต่อในตลาดมือสองลดลง ผู้ซื้อก็จะมีโอกาสทำกำไรจากการขายต่อน้อยลง ทำให้ความน่าสนใจของกระเป๋าในฐานะสินทรัพย์เพื่อการลงทุนลดลงตามไปด้วย

ขณะที่ข้อมูลจากบริษัทหลักทรัพย์ Bernstein ที่ติดตามผลการประมูลสินค้าแต่ละรายการ ระบุในรายงานเมื่อเดือนกันยายนว่า ราคาเฉลี่ยของกระเป๋า เบอร์กิ้น 25 ในตลาดมือสองอยู่ที่ประมาณ 1.7 เท่าของราคาขายปลีก ซึ่งลดลงจากระดับสูงสุดที่ราว 2.6 เท่า ในปี 2022 

สถานการณ์ดังกล่าว กำลังท้าทายกลยุทธ์สำคัญของบริษัทฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยผลักดันให้ แอร์เมส ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทสินค้าลักชัวรีที่ทำกำไรได้มากที่สุดในโลก

โดยธุรกิจเครื่องหนังของ แอร์แมส ซึ่งรวมกระเป๋ารุ่นต่าง ๆ สร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 44 ของรายได้รวมต่อปีของบริษัท และตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งทศวรรษ อุปทานที่จำกัดและความต้องการที่แข็งแกร่งทำให้กระเป๋า เบอร์กิ้น สามารถขายต่อได้ในราคาสูงกว่าราคาขายปลีกอย่างมาก ซึ่งทั้งแบรนด์เองและผู้ค้าต่างก็ได้รับประโยชน์จากแนวทางดังกล่าว เนื่องจากโอกาสในการทำกำไรในตลาดรอง เป็นแรงจูงใจให้ลูกค้าต้องการซื้อสินค้าของแบรนด์เพิ่มขึ้น 

แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณแรงกดดันต่อแบรนด์ ส่งผลต่อราคาหุ้น แอร์เมส ในปีนี้ มูลค่าลดลงไปเกือบร้อยละ 40 ทำให้กลายเป็นหนึ่งในบริษัทสินค้าลักชัวรี ที่มีผลการดำเนินงานของหุ้นที่แย่ที่สุด

นักวิเคราะห์ของ UBS ปรับคำแนะนำการลงทุนหุ้นแอร์เมส เป็นขาย โดยระบุว่า อุปทานกระเป๋าเบอร์กิ้น และเคลลี่ ที่เพิ่มขึ้นในตลาดรองอาจบั่นทอนโมเดลธุรกิจที่ใช้ความหายากของสินค้าเป็นแรงขับเคลื่อน ซึ่งพบว่า ปัจจุบันจำนวนกระเป๋ารุ่นดังกล่าว ที่มีประกาศขายทั่วโลกเพิ่มขึ้น 6-7 เท่า จากระดับก่อนการระบาดใหญ่ นั่นทำให้เชื่อว่า ตลาดกำลังเปลี่ยนแปลงไป 

อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าต่อไม่ได้มองว่าตลาดกำลังอ่อนแอลงทั้งหมด โดย Sarah Davis ผู้ก่อตั้ง Fashionphile บริษัทในรัฐแคลิฟอร์เนียที่จำหน่ายสินค้าลักชัวรีมือสอง กล่าวว่า ราคากระเป๋า เบอร์กิ้น บนแพลตฟอร์มยังคงทรงตัว และชี้ว่า กระแสความสนใจกำลังกลับมาอีกครั้ง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากคอลเลคชันกระเป๋าถือของ Erling Haaland ซึ่งเป็นนักฟุตบอลทีมชาตินอร์เวย์

ด้านผลประกอบการ บริษัทผู้ผลิตเครื่องหนังสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้ ระบุว่า ยอดขายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรวมจีน แต่ไม่รวมญี่ปุ่น ไม่มีการเติบโตในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ขณะที่ยอดขายรวมในไตรมาสดังกล่าวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 แต่ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

สะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่ผู้ผลิตกระเป๋า เบอร์กิ้น ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการที่ผู้บริโภคชาวจีนลดการใช้จ่ายลงได้

โดย Eric du Halgouët ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ของแอร์เมส กล่าวว่า สภาพเศรษฐกิจมหภาคของจีนกำลังเผชิญความยากลำบาก ทั้งวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ และตลาดการเงินที่ซบเซา นอกจากนี้ ทางการจีนยังเพิ่งดำเนินมาตรการจัดเก็บภาษีความมั่งคั่งที่ถือครองในต่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อลูกค้ากลุ่มที่ร่ำรวยที่สุดของบริษัทฯ อีกด้วย

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ : -