น้ำท่วมกระทบ GDP ไม่เกิน 0.1% กำไร บจ.กระทบไม่เกิน 2% ค้าปลีกได้แรงหนุนซ่อมบ้าน

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ BLS ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมที่ขยายตัวในหลายพื้นที่ว่า ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังอยู่ในวงจำกัด หากสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อและไม่ลุกลามเข้าสู่ฐานการผลิตหลัก โดยคาดว่าจะกระทบ GDP ไม่เกิน 0.1% และกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไม่เกิน 2% เนื่องจากพื้นที่อุตสาหกรรมและพาณิชย์ของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง และความเสียหายยังต่ำกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554
มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับการประเมินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่คาดว่าน้ำท่วมจะกระทบเศรษฐกิจราว 0.03-0.10% ของ GDP ขณะที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินความเสียหายกรณีฐานประมาณ 12,300 ล้านบาท หรือ 0.066% ของ GDP และกรณีรุนแรงประมาณ 20,600 ล้านบาท หรือ 0.11% ของ GDP
สรุปข่าว
บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ BLS ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมที่ขยายตัวในหลายพื้นที่ว่า ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังอยู่ในวงจำกัด หากสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อและไม่ลุกลามเข้าสู่ฐานการผลิตหลัก โดยคาดว่าจะกระทบ GDP ไม่เกิน 0.1% และกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไม่เกิน 2% เนื่องจากพื้นที่อุตสาหกรรมและพาณิชย์ของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง และความเสียหายยังต่ำกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554
มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับการประเมินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่คาดว่าน้ำท่วมจะกระทบเศรษฐกิจราว 0.03-0.10% ของ GDP ขณะที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินความเสียหายกรณีฐานประมาณ 12,300 ล้านบาท หรือ 0.066% ของ GDP และกรณีรุนแรงประมาณ 20,600 ล้านบาท หรือ 0.11% ของ GDP
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือ ภาคอุตสาหกรรมและระยะเวลาการหยุดผลิต (Production Downtime) เนื่องจากหากโรงงานต้องหยุดดำเนินงานเป็นเวลานาน อาจเพิ่มผลกระทบต่อผลประกอบการได้ โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงจากพื้นที่น้ำท่วมโดยตรงในระยะสั้น ได้แก่ ค้าปลีก การเงิน ธนาคาร นิคมอุตสาหกรรม และโรงงานบางส่วน
ทั้งนี้ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและการเงินมีแนวโน้มได้รับผลกระทบเพียงชั่วคราว ขณะที่ภาคการผลิตต้องติดตามระยะเวลาหยุดผลิตและความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงเป็นหลัก
สำหรับ กลุ่มค้าปลีก บล.บัวหลวงมองว่า CPALL, CPAXT, BJC และธุรกิจ Food ของ CRC อาจมียอดขายสาขาเดิม (SSS) เร่งตัวขึ้นในระยะสั้น จากการซื้อสินค้าจำเป็นเพื่อสำรองในช่วงน้ำท่วม แต่แรงหนุนดังกล่าวอาจไม่ได้ส่งผลต่อกำไรอย่างมีนัยสำคัญ
เนื่องจากส่วนหนึ่งเป็นการดึงยอดซื้อในอนาคตมาใช้ก่อน ประกอบกับข้อจำกัดด้านการเดินทางและระบบขนส่งที่อาจหักล้างผลบวกบางส่วน หาก SSS เพิ่มขึ้น 1% เป็นเวลา 2 สัปดาห์ จะช่วยเพิ่ม SSS ทั้งปีเพียงประมาณ 0.04% จึงยังไม่เพียงพอที่จะนำไปสู่การปรับประมาณการกำไร
ส่วนกลุ่มที่มีโอกาสเห็นแรงหนุนชัดขึ้น หลังน้ำลด คือธุรกิจ Home Improvement โดย HMPRO, GLOBAL และ DOHOME มีโอกาสได้รับประโยชน์จากความต้องการซ่อมแซมและปรับปรุงที่อยู่อาศัย ซึ่งจากข้อมูลในอดีต ยอดขายของกลุ่มดังกล่าวมักเริ่มฟื้นตัวประมาณ 1 เดือนหลังสถานการณ์คลี่คลาย
- โบรกชี้ GDP Q3 เหลือ 2.1–2.3% น้ำท่วมเสียหาย 5,000–10,000 ลบ. ชูค้าปลีก–วัสดุก่อสร้าง
- รัฐบาลเร่งเยียวยาน้ำท่วม เปิดลงทะเบียน 65 จ.–50 เขต กทม. ผู้ประสบภัยรับสูงสุด 88,600 บาท
- เตือนฝนระลอกใหม่ 10–11 ต.ค. คาดฝนสะสมกทม.สูงสุด 150 มม. เร่งพร่องน้ำ-หวั่นซ้ำเติมพื้นที่น้ำท่วม
- สทนช. รับมือฝนระลอกใหม่ เร่งลดระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยา
- “แม่น้ำเจ้าพระยา” ล้นตลิ่งท่วม “อยุธยา” สูง 1-2 เมตร
ที่มาข้อมูล : บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ BLS
ที่มารูปภาพ : TNN Wealth
