เตือนฝนระลอกใหม่ 10–11 ต.ค. คาดฝนสะสมกทม.สูงสุด 150 มม. เร่งพร่องน้ำ-หวั่นซ้ำเติมพื้นที่น้ำท่วม

Share on Line Share on Facebook Share on X
เตือนฝนระลอกใหม่ 10–11 ต.ค. คาดฝนสะสมกทม.สูงสุด 150 มม. เร่งพร่องน้ำ-หวั่นซ้ำเติมพื้นที่น้ำท่วม

ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ หลังระดับน้ำคลองประเวศบุรีรมย์เริ่มลดลงต่อเนื่อง แต่หลายพื้นที่ โดยเฉพาะลาดกระบัง ยังมีน้ำท่วมขัง กทม.เร่งสูบน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการระบาย พร้อมเตรียมรับมือฝนระลอกใหม่ช่วง 10–11 ต.ค. ที่อาจมีฝนสะสมสูงถึง 100–150 มิลลิเมตร

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณซอยพัฒนาการ 69 และประตูระบายน้ำกระทุ่มเสือปลา เขตประเวศ โดยระบุว่า ภาพรวมถนนสายหลักเริ่มดีขึ้น หลังระดับน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ลดลงต่อเนื่อง แต่ยังมีน้ำท่วมขังบางจุด โดยเฉพาะเขตลาดกระบัง ซึ่ง กทม.เร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่ พร้อมเตรียมกู้พื้นที่ในหมู่บ้านนักกีฬาแหลมทองและหมู่บ้านเคหะธานี 4 รวมถึงเร่งซ่อมแซมและติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม

สรุปข่าว

สถานการณ์น้ำฝั่งตะวันออกของ กทม.เริ่มคลี่คลาย หลังระดับน้ำคลองประเวศบุรีรมย์ลดลงต่อเนื่อง แต่ลาดกระบังและพื้นที่ชุมชนโดยรอบยังต้องเร่งระบายน้ำ โดย กทม.ระดมเครื่องสูบน้ำและ “เรือลุงถั่ว” 5 ลำ กำลังรวม 2,500 แรงม้า ช่วยผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ ขณะเดียวกัน กทม.เร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว พร้อมเตรียมรับฝนระลอกใหม่ โดยเฉพาะวันที่ 10–11 ต.ค. ที่อาจมีฝนสะสม 100–150 มิลลิเมตร รวมถึงเฝ้าระวังน้ำเหนือและน้ำทะเลหนุนอย่างใกล้ชิด

ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ หลังระดับน้ำคลองประเวศบุรีรมย์เริ่มลดลงต่อเนื่อง แต่หลายพื้นที่ โดยเฉพาะลาดกระบัง ยังมีน้ำท่วมขัง กทม.เร่งสูบน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการระบาย พร้อมเตรียมรับมือฝนระลอกใหม่ช่วง 10–11 ต.ค. ที่อาจมีฝนสะสมสูงถึง 100–150 มิลลิเมตร

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณซอยพัฒนาการ 69 และประตูระบายน้ำกระทุ่มเสือปลา เขตประเวศ โดยระบุว่า ภาพรวมถนนสายหลักเริ่มดีขึ้น หลังระดับน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ลดลงต่อเนื่อง แต่ยังมีน้ำท่วมขังบางจุด โดยเฉพาะเขตลาดกระบัง ซึ่ง กทม.เร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่ พร้อมเตรียมกู้พื้นที่ในหมู่บ้านนักกีฬาแหลมทองและหมู่บ้านเคหะธานี 4 รวมถึงเร่งซ่อมแซมและติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ยังพบปัญหาขยะอุดตันช่องระบายน้ำ ทำให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำลดลง กทม.จึงขอความร่วมมือประชาชนช่วยดูแลไม่ให้ขยะเข้าไปอุดตันบริเวณช่องระบายน้ำหน้าบ้าน เพื่อให้การระบายน้ำทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับคลองประเวศบุรีรมย์บริเวณประตูระบายน้ำกระทุ่มเสือปลา ซึ่งเป็นจุดรับน้ำสำคัญจากลาดกระบังก่อนเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ระดับน้ำลดลงวันละประมาณ 3–4 เซนติเมตร แม้การระบายน้ำในคลองจะค่อนข้างช้า เนื่องจากลำคลองมีความคดเคี้ยวและมีน้ำเติมเข้ามาจากหลายทิศทาง แต่การระบายน้ำออกทางบึงหนองบอนช่วยให้ระดับน้ำลดลงได้ชัดเจน และช่วยบรรเทาน้ำท่วมขังในลาดกระบังและพื้นที่ใกล้เคียง

จุดดังกล่าวถือเป็นด่านสำคัญในการลำเลียงน้ำจากฝั่งตะวันออกเข้าสู่สถานีสูบน้ำพระโขนง โดย กทม.นำ “เรือลุงถั่ว” จากครอบครัวขนส่ง จำนวน 5 ลำ กำลังรวม 2,500 แรงม้า เข้ามาช่วยผลักดันน้ำในคลองไปยังสถานีสูบน้ำพระโขนงและบึงหนองบอน เพื่อเร่งการระบายและลดปัญหาน้ำเดินทางมาไม่ทันกำลังสูบของสถานี

ขณะเดียวกัน กทม.เดินหน้าสูบน้ำในเคหะร่มเกล้าและเขตลาดกระบัง พร้อมได้รับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำท่อซิ่งเพิ่มอีก 2 เครื่อง ส่วนการฟื้นฟูพื้นที่เริ่มดำเนินการแล้วในแฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ หมู่บ้านสหกรณ์ เขตบึงกุ่ม และพื้นที่เขตมีนบุรี หากประชาชนยังพบจุดน้ำท่วมขัง สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอความช่วยเหลือได้

ด้านการรับมือฝนระลอกใหม่ กทม.เร่งพร่องน้ำและบริหารจัดการพื้นที่รับน้ำ โดยเฝ้าระวังช่วงวันที่ 5–6 และ 10–11 ต.ค. โดยเฉพาะวันที่ 10–11 ต.ค. ซึ่งคาดว่าอาจมีฝนตกหนักสะสม 100–150 มิลลิเมตร จึงจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำในช่วงที่ฝนเว้นระยะ พร้อมติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเหนือและน้ำทะเลหนุน โดย กทม.เตรียมรถสูบน้ำเคลื่อนที่ประจำจุดเสี่ยง เร่งพร่องน้ำในแก้มลิง และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำผ่านอุโมงค์และบึงหนองบอน

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : กรุงเทพมหานคร