คปภ. แนะเคลมประกันน้ำท่วม แจ้งบริษัท–เก็บหลักฐาน ชัดเจน จ่ายสินไหมใน 7 วัน

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) ได้แนะแนวทางเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ว่า สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือความปลอดภัย ไม่ควรเสี่ยงเข้าไปในพื้นที่น้ำท่วมหรือพื้นที่ที่ยังไม่ปลอดภัย เพียงเพื่อถ่ายภาพหรือเก็บหลักฐานประกอบการเคลม
หลักที่ควรจำง่าย ๆ คือ “ความปลอดภัยมาก่อน–แจ้งบริษัทไว้ก่อน–เก็บหลักฐานเท่าที่ทำได้”
หากขณะเกิดเหตุไม่สามารถถ่ายภาพ หรือจำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่ ควรแจ้งบริษัทประกันภัยไว้ก่อน โดยไม่ต้องเสี่ยงกลับเข้าไปเก็บหลักฐาน และเมื่อสถานการณ์ปลอดภัยแล้วจึงรวบรวมภาพถ่าย วิดีโอ และข้อมูลความเสียหายเพิ่มเติม เพราะการพิจารณาสินไหมจะดูจากข้อเท็จจริง ความเสียหายที่เกิดขึ้น และเงื่อนไขความคุ้มครองในกรมธรรม์
รถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมอย่าสตาร์ท
สำหรับรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม เจ้าของรถควรตรวจสอบก่อนว่ากรมธรรม์มีความคุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่ โดยประกันรถยนต์ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม ส่วนประกันประเภท 2+ และ 3+ ต้องตรวจสอบว่ากรมธรรม์มีความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมเพิ่มเติมหรือไม่
หากพบว่ารถถูกน้ำท่วม ไม่ควรสตาร์ทรถ เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ภายในได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น
เมื่อเข้าถึงรถได้อย่างปลอดภัย ควรถ่ายภาพหรือวิดีโอทั้งภายนอกและภายในรถ รวมถึงระดับน้ำหรือรอยคราบน้ำ ก่อนแจ้งบริษัทประกันภัย พร้อมข้อมูลกรมธรรม์ ทะเบียนรถ สถานที่เกิดเหตุ และลักษณะความเสียหาย เพื่อให้บริษัทนัดหมายเข้าสำรวจและประเมินความเสียหาย
คปภ. แยกความเสียหายรถสันดาป 5 ระดับ
สำหรับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป สำนักงาน คปภ. มีแนวทางประเมินความเสียหายจากระดับน้ำที่เข้าถึงตัวรถ แบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่
- ระดับ A น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถ ค่าซ่อมประมาณ 8,000–10,000 บาท
- ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะ ค่าซ่อมประมาณ 15,000–20,000 บาท
- ระดับ C น้ำท่วมถึงด้านล่างของคอนโซล ค่าซ่อมประมาณ 25,000–30,000 บาท
- ระดับ D น้ำท่วมถึงด้านบนของคอนโซล ค่าซ่อมประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป
- ระดับ E รถจมน้ำทั้งคัน ให้พิจารณาเป็นความเสียหายสิ้นเชิง หรือ Total Loss
อย่างไรก็ตาม การจ่ายค่าสินไหมทดแทนยังต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย
ส่วนรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV การประเมินจะต้องพิจารณาความเสียหายของแบตเตอรี่ร่วมกับความเสียหายของตัวรถ รวมถึงข้อกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์แต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่น
สรุปข่าว
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) ได้แนะแนวทางเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ว่า สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือความปลอดภัย ไม่ควรเสี่ยงเข้าไปในพื้นที่น้ำท่วมหรือพื้นที่ที่ยังไม่ปลอดภัย เพียงเพื่อถ่ายภาพหรือเก็บหลักฐานประกอบการเคลม
หลักที่ควรจำง่าย ๆ คือ “ความปลอดภัยมาก่อน–แจ้งบริษัทไว้ก่อน–เก็บหลักฐานเท่าที่ทำได้”
หากขณะเกิดเหตุไม่สามารถถ่ายภาพ หรือจำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่ ควรแจ้งบริษัทประกันภัยไว้ก่อน โดยไม่ต้องเสี่ยงกลับเข้าไปเก็บหลักฐาน และเมื่อสถานการณ์ปลอดภัยแล้วจึงรวบรวมภาพถ่าย วิดีโอ และข้อมูลความเสียหายเพิ่มเติม เพราะการพิจารณาสินไหมจะดูจากข้อเท็จจริง ความเสียหายที่เกิดขึ้น และเงื่อนไขความคุ้มครองในกรมธรรม์
รถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมอย่าสตาร์ท
สำหรับรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม เจ้าของรถควรตรวจสอบก่อนว่ากรมธรรม์มีความคุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่ โดยประกันรถยนต์ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม ส่วนประกันประเภท 2+ และ 3+ ต้องตรวจสอบว่ากรมธรรม์มีความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมเพิ่มเติมหรือไม่
หากพบว่ารถถูกน้ำท่วม ไม่ควรสตาร์ทรถ เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ภายในได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น
เมื่อเข้าถึงรถได้อย่างปลอดภัย ควรถ่ายภาพหรือวิดีโอทั้งภายนอกและภายในรถ รวมถึงระดับน้ำหรือรอยคราบน้ำ ก่อนแจ้งบริษัทประกันภัย พร้อมข้อมูลกรมธรรม์ ทะเบียนรถ สถานที่เกิดเหตุ และลักษณะความเสียหาย เพื่อให้บริษัทนัดหมายเข้าสำรวจและประเมินความเสียหาย
คปภ. แยกความเสียหายรถสันดาป 5 ระดับ
สำหรับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป สำนักงาน คปภ. มีแนวทางประเมินความเสียหายจากระดับน้ำที่เข้าถึงตัวรถ แบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่
- ระดับ A น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถ ค่าซ่อมประมาณ 8,000–10,000 บาท
- ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะ ค่าซ่อมประมาณ 15,000–20,000 บาท
- ระดับ C น้ำท่วมถึงด้านล่างของคอนโซล ค่าซ่อมประมาณ 25,000–30,000 บาท
- ระดับ D น้ำท่วมถึงด้านบนของคอนโซล ค่าซ่อมประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป
- ระดับ E รถจมน้ำทั้งคัน ให้พิจารณาเป็นความเสียหายสิ้นเชิง หรือ Total Loss
อย่างไรก็ตาม การจ่ายค่าสินไหมทดแทนยังต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย
ส่วนรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV การประเมินจะต้องพิจารณาความเสียหายของแบตเตอรี่ร่วมกับความเสียหายของตัวรถ รวมถึงข้อกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์แต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่น
บ้านน้ำท่วมถ่ายทั้งภาพกว้าง และทรัพย์สินรายชิ้น
กรณีบ้าน ที่อยู่อาศัย อาคาร หรือทรัพย์สินถูกน้ำท่วม ควรเริ่มจากตรวจสอบว่ากรมธรรม์มีความคุ้มครองภัยธรรมชาติหรือน้ำท่วมหรือไม่ และมีวงเงินคุ้มครองเท่าใด
เมื่อพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ให้ถ่ายภาพหรือวิดีโอทั้งภาพกว้างและรายละเอียดบริเวณที่เสียหาย รวมถึงทรัพย์สินเป็นรายชิ้น เช่น โครงสร้าง พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมถ่ายระดับน้ำหรือรอยคราบน้ำ และทำรายการทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายไว้ ก่อนแจ้งบริษัทประกันภัยเพื่อส่งผู้สำรวจเข้าประเมิน
สำนักงาน คปภ. ได้กำชับบริษัทประกันภัยให้เตรียมบุคลากร ผู้สำรวจภัย ช่องทางรับแจ้งเหตุ เครือข่ายอู่ซ่อม รวมถึงรถยกและรถลาก เพื่อรองรับการแจ้งเคลมหลังน้ำลด ส่วนพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึง ให้ติดตามสถานการณ์และเข้าดำเนินการทันทีเมื่อสามารถเข้าพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย
เสียหายชัดเจน พร้อมจ่ายสินไหมภายใน 7 วัน
นายชูฉัตร กล่าวว่า เมื่อบริษัทสามารถสำรวจและประเมินความเสียหายได้แล้ว คปภ. ได้กำชับให้เร่งพิจารณาความคุ้มครองและค่าสินไหม โดยเฉพาะความเสียหายรุนแรงและรถยนต์ที่อาจเข้าข่าย Total Loss ให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์
กรณีที่สามารถพิสูจน์ความเสียหายได้อย่างชัดเจน บริษัทพร้อมจ่ายค่าสินไหมทดแทน ภายใน 7 วัน ส่วนรถที่เข้าข่าย Total Loss ให้รวบรวมเอกสารควบคู่กับการประเมินความเสียหาย หากรถยังอยู่ระหว่างผ่อนเช่าซื้อ สำนักงาน คปภ. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดส่งเอกสาร เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาในการจ่ายค่าสินไหม
เช็กช่องทางเคลมทุกบริษัทได้ในที่เดียว
ขณะเดียวกัน สำนักงาน คปภ. ยังจัดทำ “ศูนย์รวมช่องทางเคลมประกันภัยทุกบริษัท” เพื่อให้ประชาชนค้นหาช่องทางติดต่อบริษัทประกันได้ในที่เดียว ผ่านเว็บไซต์สำนักงาน คปภ. และ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้”
โดยผู้เอาประกันภัยสามารถใช้ช่องทางดังกล่าวตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ของตนเอง รวมถึงสอบถามและขอคำปรึกษาด้านประกันภัย เพื่อช่วยตรวจสอบความคุ้มครองและเข้าสู่ขั้นตอนการเคลมได้สะดวกขึ้น ซึ่งหลังน้ำลดจะเป็นช่วงสำคัญในการสำรวจและประเมินความเสียหาย ผู้เอาประกันไม่ต้องกังวลหากเอกสารยังไม่ครบ หรือไม่สามารถเก็บหลักฐานได้ทั้งหมดในช่วงเกิดเหตุ แต่ควรแจ้งบริษัทประกันภัยไว้ก่อน และค่อยรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อสถานการณ์ปลอดภัย โดยไม่ควรนำชีวิตไปเสี่ยงเพื่อเก็บหลักฐานสำหรับการเคลม
“หากมีข้อสงสัยเรื่องความคุ้มครอง ติดต่อบริษัทประกันภัยไม่ได้ หรือมีปัญหาในการเรียกร้องค่าสินไหม สามารถติดต่อ สายด่วน คปภ. 1186 ตลอด 24 ชั่วโมง ถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2569 รวมถึงช่องทางออนไลน์และระบบ PPMS ของสำนักงาน คปภ. สำหรับยื่นเรื่องร้องเรียน”
- น้ำท่วมสะเทือนภาคอุตฯ ส.อ.ท. ชี้เสียหาย 1,018 ลบ. จี้รัฐเร่งฟื้น–อัปเกรด Early Warning
- เปิดโผหุ้นบวก-ลบ "น้ำท่วมกรุงเทพ 69" พร้อมเจาะลึกภาพรวมรายอุตสาหกรรม
- ผู้เชี่ยวชาญน้ำเสนอแผนกู้วิกฤต เคหะร่มเกล้า-คลองจั่น เสนอเร่งเพิ่มเครื่องสูบ เปิดคอขวดระบายน้ำ
- "จันทบุรี” น้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร กระทบ 9 อำเภอ
- ฝนเบาแล้ว แต่น้ำยังไม่หมด! ระบายอีกไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
ที่มาข้อมูล : คปภ.
ที่มารูปภาพ : TNN Wealth
