ฝนเบาแล้ว แต่น้ำยังไม่หมด! ระบายอีกไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ระบุว่า วันนี้ (28 ก.ย.) พื้นที่ฝั่งตะวันตกตอนบนยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก หลังหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนลงสู่ทะเลอันดามันแล้ว แต่ยังส่งอิทธิพลต่อพื้นที่ฝั่งตะวันตก ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ฝนเบาลง เข้าสู่ระยะฟื้นฟูและเร่งระบายน้ำในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง
ศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ อัปเดตสถานการณ์ความเสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงเช้าวันที่ 28 กันยายน โดยระบุว่า แม้หย่อมความกดอากาศต่ำจะเคลื่อนลงสู่ทะเลอันดามันแล้ว แต่ยังคงมีอิทธิพลต่อพื้นที่ฝั่งตะวันตกตอนบน
สรุปข่าว
รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ระบุว่า วันนี้ (28 ก.ย.) พื้นที่ฝั่งตะวันตกตอนบนยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก หลังหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนลงสู่ทะเลอันดามันแล้ว แต่ยังส่งอิทธิพลต่อพื้นที่ฝั่งตะวันตก ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ฝนเบาลง เข้าสู่ระยะฟื้นฟูและเร่งระบายน้ำในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง
ศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ อัปเดตสถานการณ์ความเสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงเช้าวันที่ 28 กันยายน โดยระบุว่า แม้หย่อมความกดอากาศต่ำจะเคลื่อนลงสู่ทะเลอันดามันแล้ว แต่ยังคงมีอิทธิพลต่อพื้นที่ฝั่งตะวันตกตอนบน
จากภาพคาดการณ์ปริมาณฝนรายวันล่าสุด พบว่าพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังฝนหนักยังเน้นบริเวณฝั่งตะวันตกตอนบน ได้แก่ กาญจนบุรี ตาก อุทัยธานี กำแพงเพชร นครสวรรค์ สุโขทัย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง และลำพูน
ขณะที่พื้นที่อื่น ๆ รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล แนวโน้มฝนลดลงทั่วทุกภาค
สำหรับการคาดการณ์ปริมาณฝนรายชั่วโมง ซึ่งประเมินเป็นช่วงทุก 3 ชั่วโมง พบว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าถึงเย็นยังมีฝนตกหนักบริเวณฝั่งตะวันตกตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดกาญจนบุรี ส่วนจังหวัดตาก อุทัยธานี กำแพงเพชร นครสวรรค์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง และลำพูน ยังคงมีฝนปานกลางถึงหนัก
ส่วนพื้นที่ภาคกลางอื่น ๆ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยส่วนใหญ่มีฝนเบาลง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องฝนที่จะเข้ามาเติมน้ำในพื้นที่เดิมมากนัก โดยท้องถิ่นควรกำหนดพื้นที่เร่งระบายน้ำและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ เพื่อเข้าสู่โหมดการฟื้นฟูอย่างเต็มที่
สำหรับประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำที่ยังมีน้ำท่วมขัง ควรติดตามความคืบหน้าการระบายน้ำจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยจากการประเมินของศูนย์ฯ ปริมาณน้ำที่มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 600 ล้านลูกบาศก์เมตร อาจทำให้การระบายน้ำต้องใช้เวลา ไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
ที่มาข้อมูล : รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์
ที่มารูปภาพ : Reuters
