SME ไทย จี้รัฐเร่งช่วยรายย่อย น้ำท่วมกระทบหนัก ชู “Flood Resilience” ฟื้นธุรกิจ

Share on Line Share on Facebook Share on X
SME ไทย จี้รัฐเร่งช่วยรายย่อย น้ำท่วมกระทบหนัก  ชู “Flood Resilience” ฟื้นธุรกิจ

ดร. ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้มีลักษณะเป็นฝนหนักในช่วงเวลาสั้นและเกิดน้ำท่วมขังในเมือง แตกต่างจากน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในปี 2554 ผลกระทบจึงไปกระทบต่อเศรษฐกิจจากการเคลื่อนที่อย่างตรงจุด ได้แก่ การค้าหน้าร้าน ภาคบริการ การเดินทางของแรงงาน และระบบโลจิสติกส์แม้ถนนจะท่วมเพียงไม่กี่วันก็ทำให้ร้านค้าต้องปิด เครื่องจักรและสินค้าเสียหาย รายได้และผลิตภาพลดลงทันที ในขณะที่ภาระค่าเช่า ค่าแรง ค่างวด และดอกเบี้ยยังคงไหลต่อเนื่อง


นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครประกาศเขตประสบสาธารณภัยครบทั้ง 50 เขต แม้ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายสุทธิได้ แต่สมาพันธ์ฯ ยอมรับว่ากังวลมาก เนื่องจากผู้ประกอบการ MSME มีสายป่านสั้นและเปราะบาง การหยุดกิจการเพียง 3-4 วัน อาจทำให้รายได้กลายเป็นศูนย์ โดยยกบทเรียนจากน้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่ปลายปี 2568 ว่าการฟื้นตัวของธุรกิจค้าขนาดเล็กต้องใช้เวลานานถึง 3-6 เดือน หากรอให้ความเสียหายลุกลาม บางธุรกิจอาจไม่สามารถฟื้นตัวได้

สรุปข่าว

สมาคม SME ไทยเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยทันทีหลังเกิดน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ และหลายจังหวัด โดยชี้ว่าธุรกิจขนาดเล็กได้รับผลกระทบทันทีด้านรายได้และผลผลิต ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายยังดำเนินต่อไป พร้อมเสนอแนวทาง Flood Resilience เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการฟื้นตัว

ดร. ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้มีลักษณะเป็นฝนหนักในช่วงเวลาสั้นและเกิดน้ำท่วมขังในเมือง แตกต่างจากน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในปี 2554 ผลกระทบจึงไปกระทบต่อเศรษฐกิจจากการเคลื่อนที่อย่างตรงจุด ได้แก่ การค้าหน้าร้าน ภาคบริการ การเดินทางของแรงงาน และระบบโลจิสติกส์แม้ถนนจะท่วมเพียงไม่กี่วันก็ทำให้ร้านค้าต้องปิด เครื่องจักรและสินค้าเสียหาย รายได้และผลิตภาพลดลงทันที ในขณะที่ภาระค่าเช่า ค่าแรง ค่างวด และดอกเบี้ยยังคงไหลต่อเนื่อง


นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครประกาศเขตประสบสาธารณภัยครบทั้ง 50 เขต แม้ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายสุทธิได้ แต่สมาพันธ์ฯ ยอมรับว่ากังวลมาก เนื่องจากผู้ประกอบการ MSME มีสายป่านสั้นและเปราะบาง การหยุดกิจการเพียง 3-4 วัน อาจทำให้รายได้กลายเป็นศูนย์ โดยยกบทเรียนจากน้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่ปลายปี 2568 ว่าการฟื้นตัวของธุรกิจค้าขนาดเล็กต้องใช้เวลานานถึง 3-6 เดือน หากรอให้ความเสียหายลุกลาม บางธุรกิจอาจไม่สามารถฟื้นตัวได้

สมาพันธ์ SME ไทยจึงเรียกร้องให้เปลี่ยนแนวคิดจากการป้องกันเพียงอย่างเดียว ไปสู่แนวทาง ‘Flood Resilience’ หรือความยืดหยุ่นในการฟื้นตัว ซึ่งประกอบด้วยหลักการสำคัญว่า ‘รู้ล่วงหน้า ระบายเร็ว การเดินทางไม่ล่มทั้งระบบ ธุรกิจหยุดสั้น ที่สุด ฟื้นตัวเร็วที่สุด’ และขอให้รัฐบาลและกทม.ใช้อำนาจ งบประมาณ และกลไกที่มีเพื่อสั่งการและลงมือทันทีผ่านมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟู 5 ข้อ 


ประกอบด้วยเติมทุนฟื้นฟูทันที สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพร้อมเงื่อนไขผ่อนปรน เพื่อซ่อมแซมร้านค้า เครื่องจักร และสต็อกสินค้า ให้กลับมาเปิดกิจการได้เร็วที่สุด 


เร่งจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยา ลดขั้นตอนและเอกสาร เพื่อให้ MSME และประชาชนที่ขาดสภาพคล่องเข้าถึงเงินชดเชยได้รวดเร็ว บรรเทาต้นทุนคงที่ เยียวยาหรือลดภาระค่าเช่า ค่าแรง และค่าสาธารณูปโภค โดยขอความร่วมมือจากห้างสรรพสินค้าและผู้ให้เช่า หรือใช้มาตรการทางภาษีชั่วคราวเพื่อบรรเทาแรงกดดัน เร่งสร้างรายได้กลับสู่ชุมชน กระตุ้นการจับจ่าย เปิดพื้นที่ค้าขาย และเชื่อมช่องทางการขายออฟไลน์-ออนไลน์ ให้นำเงินกลับสู่ผู้ประกอบการรายย่อย“

ที่มาข้อมูล : สมาพันธ์ SME ไทย, TNN รวบรวม

ที่มารูปภาพ : TNN Wealth