นายกสมาคมค้าทองคำ มองทองคำปลายปีมีโอกาสแตะ 5,000 ดอลลาร์

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ประเมินทิศทางราคาทองคำในรายการ WEALTH LIVE วันที่ 6 ต.ค. 69 ว่าปลายปีนี้มีโอกาสเห็นระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ พร้อมแนะนักลงทุนระยะยาวทยอยสะสมในช่วงราคา 4,000 ดอลลาร์ต้นๆ ขณะที่ระยะสั้นต้องระมัดระวังความผันผวน

ราคาทองยังไซด์เวย์ รอความชัดเจนดอกเบี้ยเฟด

นายจิตติ ระบุว่า ขณะนี้ราคาทองคำในตลาดโลกเคลื่อนไหวในกรอบไซด์เวย์บริเวณ 4,100-4,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ เนื่องจากตลาดยังรอความชัดเจนเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่จะมีการประชุมในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

โดยส่วนตัวมองว่าเฟดมีแนวโน้มจะ "คงอัตราดอกเบี้ย" มากกว่าการปรับขึ้น และประเมินว่าโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกในปีนี้มีน้อยลงแล้ว หลังจากการปรับขึ้นครั้งก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 0.25%

ดอลลาร์แข็งกดดัน แต่บาทอ่อนช่วยพยุงราคาทองในประเทศ

สำหรับปัจจัยด้านค่าเงิน นายจิตติ อธิบายว่า การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐในระดับที่ผิดปกติ เป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำในตลาดโลก แต่ในทางกลับกัน การอ่อนค่าของเงินบาทได้เข้ามาช่วยพยุงไม่ให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงมากนัก

ทั้งนี้ ในระยะยาวประเมินว่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีโอกาสอ่อนค่าลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ

สรุปข่าว

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดมุมมองในรายการ WEALTH LIVE วันที่ 6 ต.ค. 69 ว่าราคาทองคำขณะนี้เคลื่อนไหวไซด์เวย์ในกรอบ 4,100-4,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ รอความชัดเจนการประชุมเฟดปลายเดือนตุลาคม ซึ่งประเมินว่ามีโอกาสคงดอกเบี้ยมากกว่าปรับขึ้น ด้านเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าผิดปกติกดดันราคาทองในตลาดโลก แต่เงินบาทอ่อนค่าช่วยพยุงราคาทองในประเทศไว้ ขณะที่สงครามและราคาน้ำมันเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ต้องติดตาม โดยยังคงเป้าหมายราคาปลายปีที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ พร้อมแนะนักลงทุนระยะยาวทยอยสะสม ส่วนระยะสั้นให้ระวังความผันผวน

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ประเมินทิศทางราคาทองคำในรายการ WEALTH LIVE วันที่ 6 ต.ค. 69 ว่าปลายปีนี้มีโอกาสเห็นระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ พร้อมแนะนักลงทุนระยะยาวทยอยสะสมในช่วงราคา 4,000 ดอลลาร์ต้นๆ ขณะที่ระยะสั้นต้องระมัดระวังความผันผวน

ราคาทองยังไซด์เวย์ รอความชัดเจนดอกเบี้ยเฟด

นายจิตติ ระบุว่า ขณะนี้ราคาทองคำในตลาดโลกเคลื่อนไหวในกรอบไซด์เวย์บริเวณ 4,100-4,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ เนื่องจากตลาดยังรอความชัดเจนเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่จะมีการประชุมในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

โดยส่วนตัวมองว่าเฟดมีแนวโน้มจะ "คงอัตราดอกเบี้ย" มากกว่าการปรับขึ้น และประเมินว่าโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกในปีนี้มีน้อยลงแล้ว หลังจากการปรับขึ้นครั้งก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 0.25%

ดอลลาร์แข็งกดดัน แต่บาทอ่อนช่วยพยุงราคาทองในประเทศ

สำหรับปัจจัยด้านค่าเงิน นายจิตติ อธิบายว่า การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐในระดับที่ผิดปกติ เป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำในตลาดโลก แต่ในทางกลับกัน การอ่อนค่าของเงินบาทได้เข้ามาช่วยพยุงไม่ให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงมากนัก

ทั้งนี้ ในระยะยาวประเมินว่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีโอกาสอ่อนค่าลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ

สงคราม-ราคาน้ำมัน ปัจจัยเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ต้องติดตาม

อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือสถานการณ์สงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม นายจิตติ ประเมินว่าตัวเลขเงินเฟ้อน่าจะปรับเพิ่มขึ้นไม่มากนัก โดยอ้างอิงระดับที่ 3% ต้นๆ

แนะระยะยาวทยอยสะสม ระยะสั้นระวังความผันผวน

ในด้านคำแนะนำการลงทุน นายจิตติ ย้ำว่า สำหรับนักลงทุนระยะยาว ช่วงเดือนตุลาคมที่ราคาทองคำอยู่ในระดับ 4,000 ดอลลาร์ต้นๆ ถือเป็นจังหวะที่สามารถทยอยสะสมได้

ส่วนนักลงทุนระยะสั้นหรือผู้ที่เก็งกำไร ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากราคามีความผันผวนสูงและอาจมีการปรับตัวลดลงมาได้บ้างเล็กน้อยระหว่างทาง

โดยสรุป นายจิตติ ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำปลายปีนี้ที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ซึ่งคิดเป็นราคาทองคำในประเทศราว 70,000 บาทปลายๆ และแนะนำให้นักลงทุนติดตามผลการประชุมเฟดอย่างใกล้ชิด

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน