MTS Gold มองทองกรอบแคบ 4,100-4,220 ดอลลาร์ แนะสะสมช่วงแนวรับ

Share on Line Share on Facebook Share on X

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ประเมินว่าราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยมีแนวรับสำคัญที่ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้านสำคัญที่ 4,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศคาดว่าจะแกว่งตัวอยู่ระหว่าง 65,600-66,600 บาท

ทองนิ่งที่ 4,000 ต้น ๆ ประเมินไม่หลุดแนวรับ 4,100

นพ.กฤชรัตน์ ระบุว่า ขณะนี้ราคาทองคำเคลื่อนไหวนิ่ง ๆ อยู่ที่ระดับ 4,000 ต้น ๆ โดยมองว่าบริเวณ 4,100 เป็น "ฐานรับที่มั่นคง" และจากการประเมินปัจจัยในปัจจุบัน เชื่อว่าราคาจะไม่หลุดระดับ 4,100 ในสัปดาห์นี้ พร้อมย้ำว่าในระยะสั้นระดับดังกล่าวน่าจะยังรับอยู่ได้ ส่วนด้านบนมองว่า 4,220 เป็นแนวต้านสำคัญที่ต้องผ่านให้ได้ก่อน

ดอลลาร์-บอนด์ยีลด์แข็ง กดดันทองคำ

สำหรับปัจจัยที่กดดันราคาทองคำ นพ.กฤชรัตน์ ชี้ว่า ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ยังอยู่ในจุดที่แข็งแกร่ง ซึ่งไม่เป็นผลบวกต่อราคาทองคำ ประกอบกับยังไม่มีข่าวเชิงบวกที่ชัดเจนเข้ามาหนุนตลาด ทำให้ราคาเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบจำกัด

สรุปข่าว

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ประเมินราคาทองคำยังนิ่งที่ระดับ 4,000 ต้น ๆ เคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 4,100 ดอลลาร์ และแนวต้าน 4,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ทองในประเทศแกว่งในกรอบราว 1,000 บาท ที่ 65,600-66,600 บาท เหตุดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ยังแข็งแกร่ง กดดันราคาทอง ด้านตัวเลข PCE ที่อ่อนลงทำให้น้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเดือน ต.ค. เหลือราว 38% หรือต่ำกว่า แนะนักลงทุนระยะกลาง-ยาวใช้บริเวณ 4,100 เป็น "เซฟโซน" ทยอยสะสม ส่วนระยะสั้นรอจังหวะย่อเพื่อเก็งกำไรรอบรีบาวด์

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ประเมินว่าราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยมีแนวรับสำคัญที่ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้านสำคัญที่ 4,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศคาดว่าจะแกว่งตัวอยู่ระหว่าง 65,600-66,600 บาท

ทองนิ่งที่ 4,000 ต้น ๆ ประเมินไม่หลุดแนวรับ 4,100

นพ.กฤชรัตน์ ระบุว่า ขณะนี้ราคาทองคำเคลื่อนไหวนิ่ง ๆ อยู่ที่ระดับ 4,000 ต้น ๆ โดยมองว่าบริเวณ 4,100 เป็น "ฐานรับที่มั่นคง" และจากการประเมินปัจจัยในปัจจุบัน เชื่อว่าราคาจะไม่หลุดระดับ 4,100 ในสัปดาห์นี้ พร้อมย้ำว่าในระยะสั้นระดับดังกล่าวน่าจะยังรับอยู่ได้ ส่วนด้านบนมองว่า 4,220 เป็นแนวต้านสำคัญที่ต้องผ่านให้ได้ก่อน

ดอลลาร์-บอนด์ยีลด์แข็ง กดดันทองคำ

สำหรับปัจจัยที่กดดันราคาทองคำ นพ.กฤชรัตน์ ชี้ว่า ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ยังอยู่ในจุดที่แข็งแกร่ง ซึ่งไม่เป็นผลบวกต่อราคาทองคำ ประกอบกับยังไม่มีข่าวเชิงบวกที่ชัดเจนเข้ามาหนุนตลาด ทำให้ราคาเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบจำกัด

PCE อ่อนลง น้ำหนักเฟดขึ้นดอกเบี้ย ต.ค. เหลือ 38%

ด้านทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ นพ.กฤชรัตน์ ระบุว่า ความเสี่ยงเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) "ดูเหมือนว่าจะลดน้อยถอยลงไปทุกที" หลังตัวเลข PCE ปรับตัวอ่อนลง ส่งผลให้ตลาดให้น้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมลดลงเหลือเพียงราว 38% หรืออาจต่ำกว่านั้น และมีโอกาสอย่างยิ่งที่เดือนตุลาคมจะไม่มีการขึ้นดอกเบี้ย

น้ำมันเหนือ 100 ดอลลาร์ ตัวแปรชี้ขาดการประชุมเดือน ธ.ค.

อย่างไรก็ตาม นพ.กฤชรัตน์ ย้ำว่าความเสี่ยงยังไม่ได้ปิดทางทั้งหมด เนื่องจากราคาน้ำมันปัจจุบันยังอยู่ที่ระดับกว่า 100 ดอลลาร์ หากราคาน้ำมันยังทรงตัวสูงต่อเนื่อง เฟดก็อาจกลับมาขึ้นดอกเบี้ยได้ในเดือนธันวาคม แต่หากราคาน้ำมันปรับลดลงต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ จะเป็นปัจจัยที่ทำให้เฟดมีโอกาสไม่ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม และในระยะยาวเฟดอาจไม่ขึ้นดอกเบี้ยอีก ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามคือความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน ซึ่งหากสามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้มากขึ้นก็อาจส่งผลต่อทิศทางราคาน้ำมัน

แนะระยะกลาง-ยาวทยอยสะสม ระยะสั้นเก็งกำไรรอบรีบาวด์

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นพ.กฤชรัตน์ แนะนำว่า นักลงทุนระยะกลางถึงระยะยาวสามารถใช้บริเวณ 4,100 ซึ่งถือเป็น "เซฟโซน" และเป็นฐานรับที่มั่นคง เป็นจังหวะทยอยเข้าซื้อสะสม ส่วนนักลงทุนระยะสั้นแนะนำให้เน้นเก็งกำไร โดยรอจังหวะที่ราคาอ่อนตัวลงมาเพื่อรอการรีบาวด์ภายในกรอบ

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน