"ประกิต สิริวัฒนเกตุ" ชี้หุ้นไทยเจอแรงขายต่อเนื่อง แนะพัก–ถือเงินสด
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญภาวะเงินทุนไหลออกอย่างชัดเจน แนะนักลงทุนพักมือ เพิ่มสัดส่วนเงินสด และรอให้แรงขายเบาบางลงก่อนกลับเข้าลงทุน
เงินทุนไหลออกชัดเจน แรงขายต่างชาติไม่จบในวันเดียว
นายประกิตกล่าวว่า ขณะนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญภาวะเงินทุนไหลออก (Capital Outflow) โดยสิ่งที่นักลงทุนต้องระวังคือรูปแบบการขายของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วคำสั่งขายจะไม่เข้ามาเพียงวันเดียว แต่เป็นการทยอยขายต่อเนื่อง ทำให้แรงกดดันต่อตลาดยังไม่จบลงในระยะสั้น
ส่วนต่างดอกเบี้ย–Real Yield สหรัฐฯ พุ่ง กดดันตลาดหุ้นไทย
ปัจจัยกดดันหลักมาจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับต่างประเทศที่ห่างกันมาก โดยอัตราดอกเบี้ยต่างประเทศอยู่ในระดับสูงขณะที่ดอกเบี้ยในประเทศอยู่ระดับต่ำ ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่ปรับเพิ่มขึ้น ในขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) พุ่งสูงขึ้น จูงใจให้เงินทุนไหลกลับไปยังสินทรัพย์ต่างประเทศ
นอกจากนี้ Valuation ของตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในภาวะตึงตัวและอิ่มตัว สวนทางกับอัตราการเติบโต (Growth) ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ จึงเป็นเหตุผลให้นักลงทุนต่างชาติเลือกขายทำกำไรออกมา โดยกลุ่มธนาคารพาณิชย์เป็นกลุ่มที่ถูกขายหนัก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ต่างชาติถือครองในสัดส่วนสูง
อย่างไรก็ตาม นายประกิตมองว่าตลาดหุ้นไทยยังมีจุดแข็งในด้านเสถียรภาพทางการเมือง และมีโอกาสเห็นการลงทุนเพิ่มขึ้นตามทิศทางตัวเลข GDP ในอนาคต
สรุปข่าว
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญภาวะเงินทุนไหลออกอย่างชัดเจน แนะนักลงทุนพักมือ เพิ่มสัดส่วนเงินสด และรอให้แรงขายเบาบางลงก่อนกลับเข้าลงทุน
เงินทุนไหลออกชัดเจน แรงขายต่างชาติไม่จบในวันเดียว
นายประกิตกล่าวว่า ขณะนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญภาวะเงินทุนไหลออก (Capital Outflow) โดยสิ่งที่นักลงทุนต้องระวังคือรูปแบบการขายของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วคำสั่งขายจะไม่เข้ามาเพียงวันเดียว แต่เป็นการทยอยขายต่อเนื่อง ทำให้แรงกดดันต่อตลาดยังไม่จบลงในระยะสั้น
ส่วนต่างดอกเบี้ย–Real Yield สหรัฐฯ พุ่ง กดดันตลาดหุ้นไทย
ปัจจัยกดดันหลักมาจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับต่างประเทศที่ห่างกันมาก โดยอัตราดอกเบี้ยต่างประเทศอยู่ในระดับสูงขณะที่ดอกเบี้ยในประเทศอยู่ระดับต่ำ ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่ปรับเพิ่มขึ้น ในขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) พุ่งสูงขึ้น จูงใจให้เงินทุนไหลกลับไปยังสินทรัพย์ต่างประเทศ
นอกจากนี้ Valuation ของตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในภาวะตึงตัวและอิ่มตัว สวนทางกับอัตราการเติบโต (Growth) ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ จึงเป็นเหตุผลให้นักลงทุนต่างชาติเลือกขายทำกำไรออกมา โดยกลุ่มธนาคารพาณิชย์เป็นกลุ่มที่ถูกขายหนัก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ต่างชาติถือครองในสัดส่วนสูง
อย่างไรก็ตาม นายประกิตมองว่าตลาดหุ้นไทยยังมีจุดแข็งในด้านเสถียรภาพทางการเมือง และมีโอกาสเห็นการลงทุนเพิ่มขึ้นตามทิศทางตัวเลข GDP ในอนาคต
กลยุทธ์ลงทุน พักมือ ขาย 100 ซื้อกลับ 50–60
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ นายประกิตแนะนำให้ "พักมือ" ไม่ควรรีบร้อนเข้าเก็บหุ้น และแม้ตลาดจะมีจังหวะเด้งขึ้นก็ต้องระมัดระวัง เพราะแรงขายยังไม่จบ
ส่วนนักลงทุนที่ถือหุ้นอยู่ แนะนำให้แบ่งขายออกมาบางส่วนเพื่อเพิ่มสัดส่วนเงินสด โดยเปรียบเทียบว่าหากขายหุ้นออกไป 100 ส่วน ควรซื้อกลับเพียง 50–60 ส่วน เพื่อรักษาสภาพคล่องไว้ในพอร์ต และรอจนกว่าแรงขายจะเบาบางลง หรือรอให้ราคาหุ้นปรับลดลง (Laggard) มากพอจึงค่อยเข้าลงทุน
อิเล็กทรอนิกส์–รับเหมาฯ น่าสนใจ ค้าปลีก–ร้านอาหารต้องระวัง
กลุ่มหุ้นที่นายประกิตมองว่าน่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ที่ราคาย่อตัวลงมาอยู่ในระดับน่าสนใจ และ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ที่ได้อานิสงส์จากโครงการภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการสร้างคลองผันน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อป้องกันน้ำท่วม ซึ่งถือเป็น "เค้กชิ้นโต" ของกลุ่มรับเหมา ทั้งนี้ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเม็ดเงินจากภาครัฐมีแนวโน้มปรับตัวได้ดี
ขณะที่กลุ่มที่ต้องระมัดระวังคือ กลุ่มค้าปลีกและกลุ่มร้านอาหาร เนื่องจากได้รับผลกระทบโดยตรงจากกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัวและการอุปโภคบริโภคที่ลดลง
ผลกระทบน้ำท่วม ธนาคารกระทบจำกัด แต่กดดันการบริโภค
นายประกิตประเมินว่า ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์มีไม่มากนัก เพราะผู้กู้ยังคงมีงาน มีรายได้ และยังต้องจ่ายค่างวดตามปกติ แม้ค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้นก็ตาม
แต่ผลกระทบทางลบจะไปตกอยู่ที่ภาคการอุปโภคบริโภคแทน เนื่องจากประชาชนที่มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นจากน้ำท่วมจะต้องประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น โดยเฉพาะการกินการใช้ ส่งผลให้กลุ่มค้าปลีกและร้านอาหารในบางทำเลได้รับความลำบาก
- หุ้นโลกผันผวน เงินเฟ้อ-บอนด์ยีลด์พุ่ง ฟันด์โฟลว์แผ่ว บาทเสี่ยงแตะ 34
- น้ำท่วมกระทบ GDP จำกัด แนะถือหุ้นพลังงาน-แบงก์ ทองยังลงต่อ
- "หุ้นไทย" ยังผันผวน ตะวันออกกลางกดดัน เคลื่อนไหวกรอบ 1,600-1,630
- หุ้นไทยวันนี้ 25 กันยายน 2569 ปิดบวก 5.05 จุด DELTA พยุงตลาด จับตาคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง
- หุ้นไทยเปราะบาง แนะไตรมาส4 เกาะกลุ่มแบงก์-ปตท.-โรงกลั่น
ที่มาข้อมูล : ประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด
ที่มารูปภาพ : รายการ WEALTH LIVE วันที่ 1 ตุลาคม 2569
จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน
