ดอลลาร์แข็งค่า-เงินไหลออก กดดันหุ้นไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ประเมินทิศทางตลาดการเงินโลกและตลาดหุ้นไทย โดยชี้ว่าแรงกดดันหลักมาจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าผิดปกติ ความอ่อนแอของเศรษฐกิจยุโรป และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งทำให้เกิดกระแสเงินทุนไหลออกจากภูมิภาครวมถึงไทย

แนะดู Implied Rate มากกว่า FedWatch Tool

นายประกิตระบุว่า การติดตามทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ไม่ควรเชื่อถือ FedWatch Tool มากนัก เนื่องจากมีความผันผวนสูง แต่ควรดู Implied Rate จากตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนว่าตลาดแทบไม่คาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม โดยค่าความน่าจะเป็นอยู่ในระดับต่ำมากเพียง 0.06%

ทั้งนี้ ประเมินว่ากรรมการเฟดจะเน้นท่าที "Wait and See" รอดูข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลัก ขณะที่ในอีก 2 ปีข้างหน้า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวลดลง หรืออยู่ในลักษณะ Yield คว่ำ

สรุปข่าว

ประกิต สิริวัฒนเกตุ บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ ชี้ปัจจัยกดดันตลาดเวลานี้มาจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าผิดปกติตามส่วนต่างดอกเบี้ยสหรัฐฯ-ยุโรป บวกกับเศรษฐกิจยุโรปที่อ่อนแอและความเสี่ยงราคาน้ำมันจากภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้เกิดเงินทุนไหลออกจากภูมิภาครวมถึงไทย พร้อมแนะติดตามทิศทางดอกเบี้ยเฟดผ่าน Implied Rate แทน FedWatch Tool ที่ผันผวนสูง ขณะที่กลยุทธ์ลงทุนมองว่าการถือเงินดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวเป็นทางเลือกที่เหมาะสม ส่วนหุ้นไทยยังอยู่ในช่วงเหนื่อยยาก เหลือเพียงกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มสื่อที่พอเก็งกำไรได้ ส่วนกลุ่มธนาคารยังไม่ใช่จังหวะเวลา

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ประเมินทิศทางตลาดการเงินโลกและตลาดหุ้นไทย โดยชี้ว่าแรงกดดันหลักมาจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าผิดปกติ ความอ่อนแอของเศรษฐกิจยุโรป และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งทำให้เกิดกระแสเงินทุนไหลออกจากภูมิภาครวมถึงไทย

แนะดู Implied Rate มากกว่า FedWatch Tool

นายประกิตระบุว่า การติดตามทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ไม่ควรเชื่อถือ FedWatch Tool มากนัก เนื่องจากมีความผันผวนสูง แต่ควรดู Implied Rate จากตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนว่าตลาดแทบไม่คาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม โดยค่าความน่าจะเป็นอยู่ในระดับต่ำมากเพียง 0.06%

ทั้งนี้ ประเมินว่ากรรมการเฟดจะเน้นท่าที "Wait and See" รอดูข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลัก ขณะที่ในอีก 2 ปีข้างหน้า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวลดลง หรืออยู่ในลักษณะ Yield คว่ำ

ดอลลาร์แข็ง-ยุโรปอ่อนแอ-น้ำมันเสี่ยงขาขึ้น

ปัจจัยกดดันตลาดในขณะนี้ มาจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าผิดปกติ ซึ่งเป็นผลจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปที่กว้างขึ้น ประกอบกับเศรษฐกิจยุโรปที่มีความอ่อนแอสูง สะท้อนผ่านปัญหาหนี้สาธารณะที่ทำให้ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของแต่ละประเทศถ่างกว้าง และเครดิตสเปรดของบริษัทในยุโรปที่ยังอยู่ในระดับสูง

ด้านราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น จากประเด็นที่จีนอาจระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป ขณะที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ยังเป็นปัจจัยลบที่กดดันบรรยากาศการลงทุน

หุ้นไทยยังเหนื่อย แนะถือดอลลาร์-บอนด์สหรัฐฯ

ผลจากปัจจัยข้างต้นทำให้ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงขายต่อเนื่องจากการปรับพอร์ตในระดับภูมิภาค นายประกิตมองว่าในภาวะเช่นนี้ การถือเงินดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเฉพาะแบบระยะยาว ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในการเอาชนะเงินเฟ้อ

สำหรับตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในช่วง "เหนื่อยยาก" โดยกลุ่มที่ยังแนะนำให้เก็งกำไรได้ คือกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น SMT และกลุ่มสื่อ เช่น PLANB ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารยังไม่ใช่จังหวะเวลาที่น่าสนใจลงทุนในขณะนี้

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน