โกลเบล็กคงเป้าทองคำ 4,800 ดอลลาร์ แนะทยอยซื้อเมื่อราคาย่อ
นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ประเมินทิศทางราคาทองคำว่ายังมีปัจจัยสนับสนุนจากแรงซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก พร้อมคงเป้าหมายราคาทองคำไว้ที่ 4,800 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
เงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด เปลี่ยนมุมมองดอกเบี้ยเฟด
นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ความเสี่ยงหลักของราคาทองคำในขณะนี้คือตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยล่าสุดตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ออกมาที่ระดับ 3.4% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.7% ส่งผลให้มุมมองของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เปลี่ยนแปลงไป
จากเดิมที่เครื่องมือ FedWatch ให้น้ำหนักการปรับขึ้นดอกเบี้ยในรอบเดือนตุลาคมถึง 71% ล่าสุดเปลี่ยนเป็นการให้น้ำหนักว่าเฟดจะ "คงดอกเบี้ย" ในรอบเดือนตุลาคมที่ 61% ขณะที่การปรับดอกเบี้ยอาจเลื่อนไปเป็นรอบเดือนธันวาคม ซึ่งตลาดให้น้ำหนักไว้ที่ 80%
จ้างงานเอกชนแข็งแกร่ง-น้ำมันทรงตัวสูง กดดันราคาทอง
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยกดดันที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน (ADP) ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ สะท้อนภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง รวมถึงราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยที่สร้างความกังวลต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด และกดดันราคาทองคำในระยะสั้น
สรุปข่าว
นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ประเมินทิศทางราคาทองคำว่ายังมีปัจจัยสนับสนุนจากแรงซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก พร้อมคงเป้าหมายราคาทองคำไว้ที่ 4,800 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
เงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด เปลี่ยนมุมมองดอกเบี้ยเฟด
นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ความเสี่ยงหลักของราคาทองคำในขณะนี้คือตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยล่าสุดตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ออกมาที่ระดับ 3.4% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.7% ส่งผลให้มุมมองของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เปลี่ยนแปลงไป
จากเดิมที่เครื่องมือ FedWatch ให้น้ำหนักการปรับขึ้นดอกเบี้ยในรอบเดือนตุลาคมถึง 71% ล่าสุดเปลี่ยนเป็นการให้น้ำหนักว่าเฟดจะ "คงดอกเบี้ย" ในรอบเดือนตุลาคมที่ 61% ขณะที่การปรับดอกเบี้ยอาจเลื่อนไปเป็นรอบเดือนธันวาคม ซึ่งตลาดให้น้ำหนักไว้ที่ 80%
จ้างงานเอกชนแข็งแกร่ง-น้ำมันทรงตัวสูง กดดันราคาทอง
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยกดดันที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน (ADP) ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ สะท้อนภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง รวมถึงราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยที่สร้างความกังวลต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด และกดดันราคาทองคำในระยะสั้น
ธนาคารกลางทั่วโลกทยอยขอทองคำสำรองคืน
นายณัฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการที่ธนาคารกลางของหลายประเทศเริ่มเข้าซื้อทองคำเพิ่มเติม ประกอบกับสัญญาณความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้หลายประเทศทยอยขอทองคำสำรองคืนจากสหรัฐฯ และอังกฤษ
โดยในปี 2567 อินเดียได้ขอทองคำคืนจากธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) จำนวน 100 ตัน ขณะที่ในปีนี้ ฝรั่งเศสขอทองคำคืนจากสหรัฐฯ จำนวน 129 ตัน เนเธอร์แลนด์ 86 ตัน และอินเดียขอคืนเพิ่มเติม ซึ่งสะท้อนถึงความไม่เชื่อมั่นในค่าเงิน และความกังวลต่อสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น ทำให้ต้องการถือครองทองคำมากกว่า
คงเป้าหมาย 4,800 ดอลลาร์ ในประเทศมองที่ 66,900 บาท
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของราคาทองคำตลาดโลก ให้แนวรับไว้ที่ 4,100 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ และแนวต้านที่ 4,200 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ขณะที่เป้าหมายราคาทองคำในระยะปีนี้ยังคงไว้ที่ 4,800 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศมองเป้าหมายไว้ที่ 66,900 บาท
คำแนะนำ: ระยะกลาง-ยาว ทยอยซื้อเมื่อราคาย่อตัว
นายณัฐวุฒิ แนะนำว่า นักลงทุนระยะกลางถึงระยะยาวยังสามารถทยอยเข้าซื้อทองคำเมื่อราคาปรับตัวลดลง (Buy on dip) ได้ เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนจากแรงซื้อของธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
ที่มาข้อมูล : ณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด
ที่มารูปภาพ : รายการ WEALTH LIVE วันที่ 1 ตุลาคม 2569
จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน
