ประเมินลงทุนโค้งท้าย Q3 ชูหุ้นแบงก์เด่น

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ประเมินตลาดทุนช่วงโค้งสุดท้ายไตรมาส 3 ในรายการ WEALTH LIVE ชี้หุ้นกลุ่มธนาคารไทยรับแรงซื้อต่างชาติ แนะนำ KKP, SCB, KTB และ TTB พร้อมคาดการณ์รัฐบาลอาจงัดมาตรการ "ช้อปช่วยชาติ" กระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี แทน "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ที่เลื่อนไปปีหน้า

ภาพรวมการลงทุนและความผันผวนตลาดโลก

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด เปิดเผยผ่านรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 18 กันยายน 2569 ว่า ทิศทางการลงทุนในช่วงโค้งสุดท้ายของไตรมาสที่ 3 ยังคงมีความผันผวนและความไม่แน่นอนหลายปัจจัย โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลุ่มฮูตีมีการปะทะกับซาอุดีอาระเบียอย่างหนัก ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวพุ่งสูงขึ้นได้อีก

นอกจากนี้ หลังจากตลาดรับรู้ข่าวเรื่องนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) แล้ว ค่าเงินเยนมีแนวโน้มที่จะกลับมาอ่อนค่าลงอีกระลอก ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กลับมาแข็งค่าขึ้น ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงหลักๆ อย่างหุ้นสหรัฐฯ และหุ้นในภูมิภาคเอเชียเหนือยังคงสามารถลงทุนได้ แต่ภาพรวมยังคงต้องจับตาทิศทางของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว (Bond Yield) และการแข่งขันดึงดูดเม็ดเงินลงทุน (Competition of Capital) อย่างใกล้ชิด แม้ว่าทิศทางดอกเบี้ยโลกอาจจะไม่ได้ปรับขึ้นอย่างรวดเร็วก็ตาม

สรุปข่าว

บล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ ประเมินตลาดทุนโค้งท้ายไตรมาส 3 ยังผันผวน ชูหุ้นแบงก์เด่นรับแรงซื้อต่างชาติและรายได้ดอกเบี้ยแข็งแกร่ง นำโดย KKP-SCB พร้อมคาดรัฐบาลอาจงัดมาตรการลดหย่อนภาษีช้อปช่วยชาติกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี แทนโครงการท่องเที่ยวที่เลื่อนไปปีหน้าจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ประเมินตลาดทุนช่วงโค้งสุดท้ายไตรมาส 3 ในรายการ WEALTH LIVE ชี้หุ้นกลุ่มธนาคารไทยรับแรงซื้อต่างชาติ แนะนำ KKP, SCB, KTB และ TTB พร้อมคาดการณ์รัฐบาลอาจงัดมาตรการ "ช้อปช่วยชาติ" กระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี แทน "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ที่เลื่อนไปปีหน้า

ภาพรวมการลงทุนและความผันผวนตลาดโลก

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด เปิดเผยผ่านรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 18 กันยายน 2569 ว่า ทิศทางการลงทุนในช่วงโค้งสุดท้ายของไตรมาสที่ 3 ยังคงมีความผันผวนและความไม่แน่นอนหลายปัจจัย โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลุ่มฮูตีมีการปะทะกับซาอุดีอาระเบียอย่างหนัก ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวพุ่งสูงขึ้นได้อีก

นอกจากนี้ หลังจากตลาดรับรู้ข่าวเรื่องนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) แล้ว ค่าเงินเยนมีแนวโน้มที่จะกลับมาอ่อนค่าลงอีกระลอก ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กลับมาแข็งค่าขึ้น ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงหลักๆ อย่างหุ้นสหรัฐฯ และหุ้นในภูมิภาคเอเชียเหนือยังคงสามารถลงทุนได้ แต่ภาพรวมยังคงต้องจับตาทิศทางของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว (Bond Yield) และการแข่งขันดึงดูดเม็ดเงินลงทุน (Competition of Capital) อย่างใกล้ชิด แม้ว่าทิศทางดอกเบี้ยโลกอาจจะไม่ได้ปรับขึ้นอย่างรวดเร็วก็ตาม

หุ้นกลุ่มธนาคาร รับอานิสงส์ต่างชาติเข้าซื้อ

สำหรับตลาดหุ้นไทย เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกในหุ้น "กลุ่มธนาคาร" ที่สามารถยืนระดับได้และมีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามา โดยตลาดอาจประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยของไทยมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นในอนาคต ทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารกลายเป็นกลุ่มที่ช่วยดึงดูดเม็ดเงินและรักษาให้นักลงทุนต่างชาติยังคงอยู่ในตลาดหุ้นไทยต่อไป

ทั้งนี้ การเข้าซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารเพื่อดักเก็งกำไรจากทิศทางดอกเบี้ยยังสามารถทำได้ แต่ต้องเผื่อใจไว้ส่วนหนึ่งเนื่องจากฝั่งสหรัฐฯ ไม่ได้เร่งขึ้นดอกเบี้ยรัวๆ โดยหุ้นกลุ่มธนาคารที่มีความโดดเด่น ได้แก่ KKP ซึ่งเป็นตัวที่สามารถหวังพึ่งพากำไรในปีนี้ได้อย่างแน่นอน รวมถึง SCB, KTB และ TTB ที่มีทิศทางน่าสนใจเช่นเดียวกัน

อัปเดตมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโค้งสุดท้าย

ในส่วนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศช่วงปลายปี นายประกิต ประเมินว่า โครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" เฟส 3 ได้ถูกเลื่อนออกไปเป็นช่วงเดือนเมษายนปีหน้าเพื่อรอให้พ้นช่วงไฮซีซั่น และป้องกันไม่ให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซ้ำซ้อน

อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงปลายปีนี้ รัฐบาลอาจพิจารณานำมาตรการในลักษณะ "ช้อปช่วยชาติ" ที่สามารถนำรายจ่ายจากการซื้อสินค้ามาหักลดหย่อนภาษีได้ มาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจทดแทน

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน