"ประกิต" ชี้ตลาดผันผวนลดลง เตือนระวังหุ้นกลุ่มอุปโภคบริโภคในประเทศ

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ประเมินทิศทางการลงทุนว่า ความผันผวนของตลาดมีแนวโน้มลดลง หลังตลาดรับรู้ข่าวการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ไปแล้ว พร้อมเตือนนักลงทุนให้ระมัดระวังหุ้นกลุ่มอุปโภคบริโภคในประเทศ ซึ่งยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวได้ยาก

ตลาดเอเชียแนวโน้มบวก หุ้นไทยถูกกดดันจากปัจจัยเฉพาะตัว

นายประกิตระบุว่า ตลาดหุ้นเอเชียมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในเชิงบวก เนื่องจากปัจจัยเรื่องดอกเบี้ยเฟดถูกรับรู้ไปในราคาแล้ว ส่งผลให้ความผันผวนโดยรวมลดลง

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญแรงกดดันเฉพาะตัวจากหุ้น DELTA ซึ่งเคลื่อนไหวสวนทางกับหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ตัวอื่น เช่น KCE และ HANA ที่ราคาปรับตัวขึ้นได้ดี

เตือนกลุ่มอุปโภคบริโภคอ่อนแอ ปัญหาอยู่ที่ระบบเศรษฐกิจ

นายประกิตประเมินว่า กลุ่มอุปโภคบริโภคในประเทศจัดเป็นกลุ่มที่อ่อนแอ เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศฟื้นตัวได้ยาก จากปัจจัยเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำ ปัญหาเงินเฟ้อ และราคาน้ำมัน

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเคยเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ก็คาดว่าจะฟื้นตัวได้ยากเช่นกัน จากนโยบายของจีนที่รณรงค์ให้ข้าราชการท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นหลัก

ในเชิงกลยุทธ์ นายประกิตมองว่า การเข้าซื้อหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่ราคาปรับลงมาต่ำในช่วงนี้ทำได้ยาก เพราะปัญหาไม่ได้เกิดจากปัจจัยเฉพาะตัวของบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาเชิงระบบของเศรษฐกิจ

สรุปข่าว

"ประกิต สิริวัฒนเกตุ" บล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ ชี้ความผันผวนของตลาดมีแนวโน้มลดลงหลังรับรู้ข่าวดอกเบี้ยเฟดไปแล้ว หนุนตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวเชิงบวก ขณะที่หุ้นไทยยังถูกกดดันจากปัจจัยเฉพาะตัวของ DELTA พร้อมเตือนระวังกลุ่มอุปโภคบริโภคในประเทศที่กำลังซื้อฟื้นตัวยากจากปัญหาเชิงระบบ โดยมีกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีช่วยพยุงกำไรตลาดไว้ ด้านทองคำยังถูกกดดันจากดอลลาร์แข็งค่า และมองว่า ธปท. ต้องให้น้ำหนักกับเสถียรภาพค่าเงินบาทมากขึ้น

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ประเมินทิศทางการลงทุนว่า ความผันผวนของตลาดมีแนวโน้มลดลง หลังตลาดรับรู้ข่าวการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ไปแล้ว พร้อมเตือนนักลงทุนให้ระมัดระวังหุ้นกลุ่มอุปโภคบริโภคในประเทศ ซึ่งยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวได้ยาก

ตลาดเอเชียแนวโน้มบวก หุ้นไทยถูกกดดันจากปัจจัยเฉพาะตัว

นายประกิตระบุว่า ตลาดหุ้นเอเชียมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในเชิงบวก เนื่องจากปัจจัยเรื่องดอกเบี้ยเฟดถูกรับรู้ไปในราคาแล้ว ส่งผลให้ความผันผวนโดยรวมลดลง

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญแรงกดดันเฉพาะตัวจากหุ้น DELTA ซึ่งเคลื่อนไหวสวนทางกับหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ตัวอื่น เช่น KCE และ HANA ที่ราคาปรับตัวขึ้นได้ดี

เตือนกลุ่มอุปโภคบริโภคอ่อนแอ ปัญหาอยู่ที่ระบบเศรษฐกิจ

นายประกิตประเมินว่า กลุ่มอุปโภคบริโภคในประเทศจัดเป็นกลุ่มที่อ่อนแอ เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศฟื้นตัวได้ยาก จากปัจจัยเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำ ปัญหาเงินเฟ้อ และราคาน้ำมัน

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเคยเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ก็คาดว่าจะฟื้นตัวได้ยากเช่นกัน จากนโยบายของจีนที่รณรงค์ให้ข้าราชการท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นหลัก

ในเชิงกลยุทธ์ นายประกิตมองว่า การเข้าซื้อหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่ราคาปรับลงมาต่ำในช่วงนี้ทำได้ยาก เพราะปัญหาไม่ได้เกิดจากปัจจัยเฉพาะตัวของบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาเชิงระบบของเศรษฐกิจ

ราคาน้ำมันบีบมาร์จิ้น แต่พลังงาน–ปิโตรเคมีช่วยพยุงกำไรตลาด

ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต และบีบมาร์จิ้นของกลุ่มผู้ผลิตที่ไม่สามารถปรับราคาขายขึ้นได้

อย่างไรก็ดี นายประกิตคาดว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนในภาพรวมจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีจะเข้ามาช่วยพยุงไว้

ทองคำถูกกดดันจากดอลลาร์แข็งค่า

ด้านราคาทองคำ นายประกิตมองว่ายังถูกกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มแข็งค่า

ส่วนกรณีธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยนั้น ประเมินว่าอาจไม่ส่งผลให้เงินเยนแข็งค่าอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก และผลกระทบจากการแทรกแซงค่าเงินยังไม่ชัดเจน

ชี้ ธปท. ต้องให้น้ำหนักเสถียรภาพค่าเงินบาทมากขึ้น

สำหรับนโยบายการเงินของไทย นายประกิตเห็นว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จำเป็นต้องให้น้ำหนักกับเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เงินบาทอ่อนค่าผิดปกติ

แม้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในระยะสั้น แต่นายประกิตมองว่ามีความจำเป็นเพื่อสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน