เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% - หุ้นไทยมีลุ้นฟื้น

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ประเมินทิศทางตลาดการเงินหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% โดยระบุว่าเป็นการดำเนินนโยบายเพื่อสกัดกั้นปัญหาเงินเฟ้อไม่ให้ลุกลาม มากกว่าการเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นแบบต่อเนื่อง

เจาะ 3 เหตุผลที่เฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย

นายประกิต อธิบายว่า การตัดสินใจของเฟดมาจากปัจจัยประกอบ 3 ด้าน คือ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดี อัตราเงินเฟ้อที่ไม่ปรับลดลงในช่วงหน้าร้อน และความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) พร้อมเน้นย้ำว่านักลงทุนไม่ควรยึดติดกับตัวเลขเศรษฐกิจเพียงชุดเดียว เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในการประเมินทิศทางนโยบายการเงิน

Dot Plot ชี้ยังมีโอกาสขึ้นอีก ปีหน้าคาด 4.125%

สำหรับ Dot Plot หรือคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการเฟด สะท้อนว่ากรรมการส่วนใหญ่ต้องการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้ และคาดการณ์ระดับดอกเบี้ยในปีหน้าไว้ที่ 4.125% อย่างไรก็ตาม นายประกิตมองว่าเป้าหมายของเฟดคือการป้องกันผลกระทบเงินเฟ้อรอบสองและรอบสาม (Secondary และ Third order effect) ไม่ใช่การขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นซีรีส์ ทำให้ตลาดการเงินคลายความกังวลลงหลังทำความเข้าใจถ้อยแถลงของเฟดว่าไม่ได้รุนแรงอย่างที่กังวลในตอนแรก

สรุปข่าว

เฟดมีมติขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จาก 3 ปัจจัยหลัก คือ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง เงินเฟ้อที่ไม่ลดลง และความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ โดย "ประกิต สิริวัฒนเกตุ" มองว่าเป็นการสกัดผลกระทบเงินเฟ้อรอบสองและรอบสาม ไม่ใช่การขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นซีรีส์ แม้ Dot Plot จะชี้ว่ายังมีโอกาสขึ้นอีกครั้งในปีนี้และคาดการณ์ปีหน้าที่ 4.125% ทั้งนี้ ประเมินว่าแบงก์ชาติไทยจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยตาม หุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัว ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าและบอนด์ยีลด์สูงกดดันทองคำ โดยต้องจับตาการประชุม BOJ ที่อาจหนุนทองคำดีดตัวระยะสั้น ส่วน Bitcoin เคลื่อนไหวตามทิศทางสินทรัพย์เสี่ยง

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ประเมินทิศทางตลาดการเงินหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% โดยระบุว่าเป็นการดำเนินนโยบายเพื่อสกัดกั้นปัญหาเงินเฟ้อไม่ให้ลุกลาม มากกว่าการเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นแบบต่อเนื่อง

เจาะ 3 เหตุผลที่เฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย

นายประกิต อธิบายว่า การตัดสินใจของเฟดมาจากปัจจัยประกอบ 3 ด้าน คือ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดี อัตราเงินเฟ้อที่ไม่ปรับลดลงในช่วงหน้าร้อน และความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) พร้อมเน้นย้ำว่านักลงทุนไม่ควรยึดติดกับตัวเลขเศรษฐกิจเพียงชุดเดียว เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในการประเมินทิศทางนโยบายการเงิน

Dot Plot ชี้ยังมีโอกาสขึ้นอีก ปีหน้าคาด 4.125%

สำหรับ Dot Plot หรือคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการเฟด สะท้อนว่ากรรมการส่วนใหญ่ต้องการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้ และคาดการณ์ระดับดอกเบี้ยในปีหน้าไว้ที่ 4.125% อย่างไรก็ตาม นายประกิตมองว่าเป้าหมายของเฟดคือการป้องกันผลกระทบเงินเฟ้อรอบสองและรอบสาม (Secondary และ Third order effect) ไม่ใช่การขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นซีรีส์ ทำให้ตลาดการเงินคลายความกังวลลงหลังทำความเข้าใจถ้อยแถลงของเฟดว่าไม่ได้รุนแรงอย่างที่กังวลในตอนแรก

หุ้นไทยมีโอกาสฟื้น ประเมินแบงก์ชาติไม่ขึ้นดอกเบี้ยตาม

ในส่วนของประเทศไทย นายประกิตประเมินว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามเฟด ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัว หลังเผชิญแรงกดดันในช่วงที่ผ่านมา

ดอลลาร์แข็งกดดันทองคำ จับตาประชุม BOJ

ด้านสินทรัพย์อื่น นายประกิตระบุว่า การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ราคาทองคำมีความเสี่ยง โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคือการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งอาจส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงและหนุนให้ทองคำดีดตัวขึ้นได้ในระยะสั้น ส่วน Bitcoin มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ตามทิศทางค่าเงินดอลลาร์และปัจจัยภายนอก

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน