ทองคำหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ชี้แนวรับ 4,200 ดอลลาร์ แนะทยอยสะสม

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ถึงทิศทางราคาทองคำภายหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยประเมินว่าราคาทองคำไม่ได้ปรับตัวลงแรงอย่างที่หลายฝ่ายกังวล เนื่องจากตลาดรับรู้ข่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว

เฟดมีมติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตลาดรับรู้ล่วงหน้า

นายณัฐวุฒิ ระบุว่า เฟดมีมติเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75–4% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และมีการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในช่วงเดือนธันวาคม ขณะที่อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 3.4% ซึ่งยังสูงกว่ากรอบเป้าหมายที่ 2%

อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำไม่ได้ปรับตัวลงรุนแรงตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ เนื่องจากตลาดได้ซึมซับข่าวการขึ้นดอกเบี้ยไปก่อนหน้านี้แล้ว

ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์–หนี้สหรัฐฯ ยังเป็นแรงหนุนระยะยาว

นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำในระยะข้างหน้าว่า ด้านความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ สหรัฐฯ มีการใช้ยุทโธปกรณ์จำนวนมากไปกับกรณีอิหร่าน จนคลังอาวุธเริ่มขาดแคลน และต้องขอความร่วมมือจากค่ายรถยนต์ เช่น Volkswagen และ Ford ให้ปรับเปลี่ยนสายการผลิตมาผลิตอาวุธแทน ซึ่งถือเป็นสัญญาณความเสี่ยงของความขัดแย้งในอนาคต หากเกิดเหตุการณ์ตึงเครียดกับประเทศมหาอำนาจอื่น จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ

อีกประเด็นคือการบริหารหนี้ของสหรัฐฯ ที่หันมาใช้ตราสารหนี้ระยะสั้นในการ Rollover แทนระยะยาว เพื่อหลบเลี่ยงภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ความเชื่อมั่นในสกุลเงินดอลลาร์ลดลงในระยะยาว และส่งผลบวกต่อทองคำ

สรุปข่าว

"ณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์" บล.โกลเบล็ก ชี้มติเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75–4% เป็นไปตามคาดและตลาดรับรู้ล่วงหน้าแล้ว ราคาทองคำจึงไม่ลงแรง โดยยังมีปัจจัยหนุนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และการบริหารหนี้ของสหรัฐฯ ประเมินแนวรับ 4,200–4,250 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ แนวต้าน 4,360–4,400 ดอลลาร์ แนะนักลงทุนระยะกลางถึงยาวทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว ส่วนระยะสั้นยังผันผวนและเล่นค่อนข้างยาก

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ถึงทิศทางราคาทองคำภายหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยประเมินว่าราคาทองคำไม่ได้ปรับตัวลงแรงอย่างที่หลายฝ่ายกังวล เนื่องจากตลาดรับรู้ข่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว

เฟดมีมติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตลาดรับรู้ล่วงหน้า

นายณัฐวุฒิ ระบุว่า เฟดมีมติเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75–4% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และมีการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในช่วงเดือนธันวาคม ขณะที่อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 3.4% ซึ่งยังสูงกว่ากรอบเป้าหมายที่ 2%

อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำไม่ได้ปรับตัวลงรุนแรงตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ เนื่องจากตลาดได้ซึมซับข่าวการขึ้นดอกเบี้ยไปก่อนหน้านี้แล้ว

ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์–หนี้สหรัฐฯ ยังเป็นแรงหนุนระยะยาว

นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำในระยะข้างหน้าว่า ด้านความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ สหรัฐฯ มีการใช้ยุทโธปกรณ์จำนวนมากไปกับกรณีอิหร่าน จนคลังอาวุธเริ่มขาดแคลน และต้องขอความร่วมมือจากค่ายรถยนต์ เช่น Volkswagen และ Ford ให้ปรับเปลี่ยนสายการผลิตมาผลิตอาวุธแทน ซึ่งถือเป็นสัญญาณความเสี่ยงของความขัดแย้งในอนาคต หากเกิดเหตุการณ์ตึงเครียดกับประเทศมหาอำนาจอื่น จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ

อีกประเด็นคือการบริหารหนี้ของสหรัฐฯ ที่หันมาใช้ตราสารหนี้ระยะสั้นในการ Rollover แทนระยะยาว เพื่อหลบเลี่ยงภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ความเชื่อมั่นในสกุลเงินดอลลาร์ลดลงในระยะยาว และส่งผลบวกต่อทองคำ

ประเมินกรอบราคา แนวรับ 4,200–4,250 ดอลลาร์ แนวต้าน 4,360–4,400 ดอลลาร์

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของราคาทองคำต่างประเทศ นายณัฐวุฒิ ประเมินแนวรับไว้ที่ 4,200–4,250 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ซึ่งเทียบเท่ากับราคาทองคำไทยประมาณ 66,500–67,000 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,360–4,400 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือเทียบเท่าราคาทองคำไทยเกือบ 70,000 บาท

แนะนักลงทุนระยะกลาง–ยาว ทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว

ด้านกลยุทธ์การลงทุน นายณัฐวุฒิ แนะนำให้เน้นซื้อสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว โดยเฉพาะหากราคาหลุดแนวรับที่ประเมินไว้ ถือเป็นโอกาสในการเข้าสะสมเพิ่ม ทั้งนี้ มองว่าเหมาะสำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว ส่วนการเก็งกำไรระยะสั้นอาจเผชิญความผันผวนและซื้อขายได้ค่อนข้างยาก

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน