จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประเมินทองคำ แนวรับ 4,200 เป้า 5,000 ดอลลาร์

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE ประเมินทิศทางราคาทองคำท่ามกลางการจับตาผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 17 ซึ่งกระแสตลาดกว่า 90% คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยมองว่าราคาทองคำได้ย่อตัวลงมารับข่าวดังกล่าวไปแล้วบางส่วน

ราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์ กดดันเงินเฟ้อ

นายจิตติระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดในขณะนี้คือราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตราเงินเฟ้อ และกลายเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้

อย่างไรก็ตาม นายจิตติมีมุมมองส่วนตัวว่า การที่เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี พร้อมประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ น่าจะไม่สูงเกินกว่า 4% ซึ่งหมายความว่าเฟดอาจไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยหลายครั้งตามที่ตลาดกังวล

ขึ้นดอกเบี้ยทองลงต่อ แต่ไม่หลุด 4,200 ดอลลาร์

สำหรับกรณีที่เฟดตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นายจิตติประเมินว่าราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวลดลงต่อ แต่จะลงไม่มากนัก เนื่องจากราคาได้ปรับตัวลงมารอรับข่าวไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยให้แนวรับสำคัญไว้ที่ระดับ 4,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ และเชื่อว่าราคาจะไม่ต่ำไปกว่าระดับดังกล่าว

หากคำนวณเป็นราคาทองคำแท่งในประเทศไทย ระดับ 4,200 ดอลลาร์ จะเทียบเท่าราคาประมาณ 66,000 บาท

ในทางกลับกัน หากผลการประชุมออกมาว่าเฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม นายจิตติคาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นหรือ "ตีกลับ" ขึ้นมาทันที

สรุปข่าว

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ประเมินว่าหากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 17 ราคาทองคำมีโอกาสลงต่อแต่ไม่มาก เพราะย่อลงมารับข่าวไว้แล้ว โดยให้แนวรับไว้ที่ 4,200 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือราว 66,000 บาทสำหรับทองคำแท่งไทย แต่หากเฟดคงดอกเบี้ย ราคาจะตีกลับขึ้นทันที ขณะที่มุมมองระยะยาวยังคงเป้าหมายไว้ที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หลังผ่านไตรมาส 4 ไปแล้ว เทียบเท่าทองคำแท่งไทยราว 78,000–79,000 บาท ขึ้นอยู่กับค่าเงินบาทในขณะนั้น

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE ประเมินทิศทางราคาทองคำท่ามกลางการจับตาผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 17 ซึ่งกระแสตลาดกว่า 90% คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยมองว่าราคาทองคำได้ย่อตัวลงมารับข่าวดังกล่าวไปแล้วบางส่วน

ราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์ กดดันเงินเฟ้อ

นายจิตติระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดในขณะนี้คือราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตราเงินเฟ้อ และกลายเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้

อย่างไรก็ตาม นายจิตติมีมุมมองส่วนตัวว่า การที่เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี พร้อมประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ น่าจะไม่สูงเกินกว่า 4% ซึ่งหมายความว่าเฟดอาจไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยหลายครั้งตามที่ตลาดกังวล

ขึ้นดอกเบี้ยทองลงต่อ แต่ไม่หลุด 4,200 ดอลลาร์

สำหรับกรณีที่เฟดตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นายจิตติประเมินว่าราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวลดลงต่อ แต่จะลงไม่มากนัก เนื่องจากราคาได้ปรับตัวลงมารอรับข่าวไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยให้แนวรับสำคัญไว้ที่ระดับ 4,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ และเชื่อว่าราคาจะไม่ต่ำไปกว่าระดับดังกล่าว

หากคำนวณเป็นราคาทองคำแท่งในประเทศไทย ระดับ 4,200 ดอลลาร์ จะเทียบเท่าราคาประมาณ 66,000 บาท

ในทางกลับกัน หากผลการประชุมออกมาว่าเฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม นายจิตติคาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นหรือ "ตีกลับ" ขึ้นมาทันที

เป้าหมายระยะยาว 5,000 ดอลลาร์ หลังผ่านไตรมาส 4

ในมุมมองระยะยาว นายจิตติยังคงเป้าหมายราคาทองคำไว้ที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ โดยคาดว่าจะเห็นได้หลังผ่านช่วงไตรมาส 4 ไปแล้ว

ทั้งนี้ หากราคาทองคำในตลาดโลกขึ้นไปแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์ จะเทียบเท่าราคาทองคำแท่งในประเทศไทยที่ประมาณ 78,000 – 79,000 บาท ซึ่งตัวเลขที่แน่นอนยังขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทในขณะนั้นด้วย

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน