โลกผวา! นักวิจัยเตือน AI อาจสังหารมนุษย์ใน 10 ปี

Share on Line Share on Facebook Share on X

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า ความกังวลเรื่องความปลอดภัยของปัญญาประดิษฐ์ทวีความรุนแรงขึ้น หลัง อีแวน ฮูบิงเกอร์ นักวิจัยความปลอดภัยระดับสูงของ Anthropic ประเมินว่า มีโอกาสมากกว่าร้อยละ 10 ที่ AI อาจนำไปสู่การเสียชีวิตของมนุษย์ทั้งหมดภายในทศวรรษหน้า

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินความเสี่ยงส่วนบุคคลของฮูบิงเกอร์ ไม่ใช่ผลการศึกษาที่สามารถพิสูจน์หรือคำนวณได้อย่างแม่นยำ และไม่ใช่การคาดการณ์อย่างเป็นทางการของ Anthropic

ฮูบิงเกอร์ ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า แบบจำลอง AI ที่มีอยู่ในปัจจุบันยังมีความเสี่ยงระดับต่ำ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ เทคโนโลยีอาจพัฒนาไปถึงจุดที่สามารถช่วยวิจัยและปรับปรุง AI รุ่นต่อไปได้อย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นระบบที่มีความสามารถเหนือมนุษย์และยากต่อการควบคุม

เขาไม่ได้ระบุกลไกอย่างชัดเจนว่า AI จะทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ได้อย่างไร แต่ข้อกังวลในวงการความปลอดภัยครอบคลุมหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การโจมตีระบบไซเบอร์ การช่วยพัฒนาอาวุธชีวภาพ การจัดการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ไปจนถึงการหลุดออกจากเป้าหมายหรือข้อจำกัดที่มนุษย์กำหนด

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลัง เจคอบ ค็อกซัน นักวิจัยที่เพิ่งลาออกจาก Anthropic และเคยทำงานกับ OpenAI วิจารณ์ว่า บริษัทชั้นนำยังดำเนินงานด้านความปลอดภัยไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับความเร็วในการพัฒนาระบบที่อาจมีความสามารถเหนือมนุษย์ ทั้งด้านการเจาะระบบ การวิจัย และการเข้าถึงทรัพยากรในโลกจริง

สรุปข่าว

การพัฒนา AI ทั่วโลกกำลังสร้างความกังวล หลังนักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Anthropic ประเมินว่า มีความเสี่ยงมากกว่าร้อยละ 10 ที่ AI อาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษย์ภายในทศวรรษหน้า

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า ความกังวลเรื่องความปลอดภัยของปัญญาประดิษฐ์ทวีความรุนแรงขึ้น หลัง อีแวน ฮูบิงเกอร์ นักวิจัยความปลอดภัยระดับสูงของ Anthropic ประเมินว่า มีโอกาสมากกว่าร้อยละ 10 ที่ AI อาจนำไปสู่การเสียชีวิตของมนุษย์ทั้งหมดภายในทศวรรษหน้า

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินความเสี่ยงส่วนบุคคลของฮูบิงเกอร์ ไม่ใช่ผลการศึกษาที่สามารถพิสูจน์หรือคำนวณได้อย่างแม่นยำ และไม่ใช่การคาดการณ์อย่างเป็นทางการของ Anthropic

ฮูบิงเกอร์ ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า แบบจำลอง AI ที่มีอยู่ในปัจจุบันยังมีความเสี่ยงระดับต่ำ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ เทคโนโลยีอาจพัฒนาไปถึงจุดที่สามารถช่วยวิจัยและปรับปรุง AI รุ่นต่อไปได้อย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นระบบที่มีความสามารถเหนือมนุษย์และยากต่อการควบคุม

เขาไม่ได้ระบุกลไกอย่างชัดเจนว่า AI จะทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ได้อย่างไร แต่ข้อกังวลในวงการความปลอดภัยครอบคลุมหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การโจมตีระบบไซเบอร์ การช่วยพัฒนาอาวุธชีวภาพ การจัดการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ไปจนถึงการหลุดออกจากเป้าหมายหรือข้อจำกัดที่มนุษย์กำหนด

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลัง เจคอบ ค็อกซัน นักวิจัยที่เพิ่งลาออกจาก Anthropic และเคยทำงานกับ OpenAI วิจารณ์ว่า บริษัทชั้นนำยังดำเนินงานด้านความปลอดภัยไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับความเร็วในการพัฒนาระบบที่อาจมีความสามารถเหนือมนุษย์ ทั้งด้านการเจาะระบบ การวิจัย และการเข้าถึงทรัพยากรในโลกจริง

ด้านเดม เวนดี ฮอลล์ นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และที่ปรึกษาด้าน AI ของสหประชาชาติ ตั้งข้อสังเกตว่า คำเตือนที่รุนแรงอาจมีมิติด้านประชาสัมพันธ์และการแข่งขันทางธุรกิจแฝงอยู่ เนื่องจากบริษัท AI รายใหญ่กำลังแข่งขันระดมทุนและเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดหุ้น

ขณะที่รัฐบาลอังกฤษถูกเรียกร้องให้ผลักดันสนธิสัญญาระหว่างประเทศ เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนา AI ระดับเหนือมนุษย์ โดยมีเป้าหมายให้รัฐบาลร่วมกันกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย ก่อนความสามารถของเทคโนโลยีจะเดินหน้าเร็วกว่ากฎระเบียบ

รายงานความปลอดภัยของ Anthropic เมื่อเดือนสิงหาคมระบุว่า ความเสี่ยงที่แบบจำลองปัจจุบันจะต่อต้านหรือบิดเบือนเป้าหมายของผู้ควบคุมยังอยู่ในระดับต่ำ เช่นเดียวกับโอกาสที่ AI จะทำงานวิจัยและพัฒนาโดยอัตโนมัติจนก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง แต่บริษัทยอมรับว่า มีความมั่นใจต่อการประเมินนี้ลดลง และเริ่มเห็นสัญญาณว่า AI อาจช่วยเร่งกระบวนการพัฒนาเทคโนโลยีได้มากขึ้น

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่า ตัวเลขความเสี่ยงร้อยละ 10 ถูกต้องแน่นอนหรือไม่ แต่คือผู้พัฒนา AI ชั้นนำบางส่วนยอมรับว่า โลกยังไม่มีวิธีที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่า จะควบคุมระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ฉลาดกว่ามนุษย์ให้ทำงานสอดคล้องกับเป้าหมายและคุณค่าของมนุษย์ได้ตลอดเวลา

คำเตือนครั้งนี้จึงยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้บริษัทเทคโนโลยี นักลงทุน และรัฐบาล ต้องสร้างระบบตรวจสอบจากภายนอก กำหนดมาตรฐานร่วมกัน และเพิ่มความโปร่งใส ก่อนการแข่งขันด้าน AI จะเดินหน้าไปไกลกว่าความสามารถของโลกในการควบคุมความเสี่ยง 

ที่มาข้อมูล : https://www.bbc.com/news/articles/ckgwy1k42w4o

ที่มารูปภาพ : -