วิทัย เปิดแผน “แบงก์ชาติยุคใหม่” ชู 4 ภารกิจสำคัญ เดินหน้าสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจ

Share on Line Share on Facebook Share on X
วิทัย เปิดแผน “แบงก์ชาติยุคใหม่”  ชู 4 ภารกิจสำคัญ  เดินหน้าสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจ

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงแนวคิดเรื่องภารกิจของ ธปท. โดยระบุว่า แบงก์ชาติยังทำภารกิจหลักในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค เป็น Core Mandate ที่ไม่เคยเปลี่ยน แต่ความเสี่ยงเรื่องเสถียรภาพด้านราคา และระบบการเงินลดลงมาก อัตราเงินเฟ้อ (ก่อนสงคราม) อยู่ต่ำจนติดลบ ขณะที่ธนาคารพาณิชย์มีผลประกอบการและเงินกองทุนแข็งแรงมาก (จนอาจมากเกินไปด้วยซ้ำ)


นายวิทัย มองว่า ปัจจุบัน ปัญหาของไทยกลับอยู่ที่อัตราการเติบโต และศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดต่ำลงเรื่อย ๆ จากปัญหาเชิงโครงสร้างมากมาย ถ้าเราได้แต่วิเคราะห์ปัญหาอย่างเดียว มัวแต่วิจารณ์คนอื่น แต่ไม่ช่วยกันลงมือทำเสียที เศรษฐกิจจะโตช้าลงเรื่อย ๆ ธุรกิจและชาวบ้านจะมีรายได้ลดลง จนไม่พอรายจ่าย ท้ายที่สุดจะเป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และวนกลับมากระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคแน่นอน


จะมีประโยชน์อะไร ถ้าแบงก์ชาติบรรลุเป้าหมายเสถียรภาพ แต่เศรษฐกิจแย่ลงเรื่อยๆ ธุรกิจปิดตัว และจะมีคนจนลงอีกมากแน่นอน นายวิทัย กล่าว


พร้อมยืนยันว่า ภารกิจหลักของแบงก์ชาติ คือ การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค ไม่เคยเปลี่ยน แต่เมื่อโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่ได้เหมือนโลกยุคก่อนแล้ว แบงก์ชาติยุคนี้จึงต้องเน้นลงมือทำ แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่ทำเฉพาะที่เกี่ยวกับด้านการเงินใน 4 เรื่อง คือ


1.การแก้หนี้ครัวเรือน


2. Inclusion ให้ SMEs และรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อได้


3.การทำให้ต้นทุนการใช้บริการทางการเงินที่เป็นธรรมแก่รายย่อย & SMEs (ค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย)


4.การป้องกันไม่ให้ใช้ช่องทางการเงินเอื้อต่อทุนเทาและคอรัปชั่น


ทั้งหมดอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของแบงก์ชาติ ตามที่กำหนดใน พ.ร.บ. ชัดเจน และจริงๆ ที่ผ่านมาแบงก์ชาติ ก็ทำทั้ง 4 เรื่องนี้อยู่แล้วบ้าง นายวิทัย กล่าว


ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า จากนี้ไป จะเข้ากำกับผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน หรือ Nonbank ทั้งด้าน Lending (สินเชื่อ) และ Payment (ชำระเงิน) มากขึ้น เพราะมีความเสี่ยงที่ประชาชนถูกเอาเปรียบ และเป็นทางผ่านของธุรกรรมไม่ปกติ เพราะเมื่อความเสี่ยงเปลี่ยน แบงก์ชาติก็ต้องปรับตัว


ถ้าเราไม่เปลี่ยน ก็จะทำหน้าที่ได้ไม่ดี ทำไม่เต็มที่ตามที่ควรต้องทำ ถึงจะสบายกว่า ง่ายกว่าก็ตาม ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว


ทั้งนี้ นายวิทัย ยังทิ้งทายด้วยว่า โชคดีที่แบงก์ชาติเป็นองค์กรที่ร่วมกันปรับตัว มีคนเก่งที่ยังมีพลัง และมีจิตใจดีอยู่มากมาย เราไม่อยากติดยึดอยู่ใน โลกเก่า ที่มีแต่วิจารณ์คนอื่น สร้างภาพสวย แต่ไม่เคยมีผลงานให้ได้จดจำ เลยอยากชวนทุกคนมาช่วยกันลงมือทำจริง ๆ ร่วมกันทำให้ประเทศดีขึ้นให้ได้ 

สรุปข่าว

วิทัย รัตนากร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงแนวคิดเรื่องภารกิจของ ธปท. โดยระบุว่า แบงก์ชาติยังทำภารกิจหลักในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค เป็น Core Mandate ที่ไม่เคยเปลี่ยน ชู 4 ภารกิจหลัก คือ การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงแนวคิดเรื่องภารกิจของ ธปท. โดยระบุว่า แบงก์ชาติยังทำภารกิจหลักในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค เป็น Core Mandate ที่ไม่เคยเปลี่ยน แต่ความเสี่ยงเรื่องเสถียรภาพด้านราคา และระบบการเงินลดลงมาก อัตราเงินเฟ้อ (ก่อนสงคราม) อยู่ต่ำจนติดลบ ขณะที่ธนาคารพาณิชย์มีผลประกอบการและเงินกองทุนแข็งแรงมาก (จนอาจมากเกินไปด้วยซ้ำ)


นายวิทัย มองว่า ปัจจุบัน ปัญหาของไทยกลับอยู่ที่อัตราการเติบโต และศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดต่ำลงเรื่อย ๆ จากปัญหาเชิงโครงสร้างมากมาย ถ้าเราได้แต่วิเคราะห์ปัญหาอย่างเดียว มัวแต่วิจารณ์คนอื่น แต่ไม่ช่วยกันลงมือทำเสียที เศรษฐกิจจะโตช้าลงเรื่อย ๆ ธุรกิจและชาวบ้านจะมีรายได้ลดลง จนไม่พอรายจ่าย ท้ายที่สุดจะเป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และวนกลับมากระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคแน่นอน


จะมีประโยชน์อะไร ถ้าแบงก์ชาติบรรลุเป้าหมายเสถียรภาพ แต่เศรษฐกิจแย่ลงเรื่อยๆ ธุรกิจปิดตัว และจะมีคนจนลงอีกมากแน่นอน นายวิทัย กล่าว


พร้อมยืนยันว่า ภารกิจหลักของแบงก์ชาติ คือ การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค ไม่เคยเปลี่ยน แต่เมื่อโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่ได้เหมือนโลกยุคก่อนแล้ว แบงก์ชาติยุคนี้จึงต้องเน้นลงมือทำ แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่ทำเฉพาะที่เกี่ยวกับด้านการเงินใน 4 เรื่อง คือ


1.การแก้หนี้ครัวเรือน


2. Inclusion ให้ SMEs และรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อได้


3.การทำให้ต้นทุนการใช้บริการทางการเงินที่เป็นธรรมแก่รายย่อย & SMEs (ค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย)


4.การป้องกันไม่ให้ใช้ช่องทางการเงินเอื้อต่อทุนเทาและคอรัปชั่น


ทั้งหมดอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของแบงก์ชาติ ตามที่กำหนดใน พ.ร.บ. ชัดเจน และจริงๆ ที่ผ่านมาแบงก์ชาติ ก็ทำทั้ง 4 เรื่องนี้อยู่แล้วบ้าง นายวิทัย กล่าว


ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า จากนี้ไป จะเข้ากำกับผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน หรือ Nonbank ทั้งด้าน Lending (สินเชื่อ) และ Payment (ชำระเงิน) มากขึ้น เพราะมีความเสี่ยงที่ประชาชนถูกเอาเปรียบ และเป็นทางผ่านของธุรกรรมไม่ปกติ เพราะเมื่อความเสี่ยงเปลี่ยน แบงก์ชาติก็ต้องปรับตัว


ถ้าเราไม่เปลี่ยน ก็จะทำหน้าที่ได้ไม่ดี ทำไม่เต็มที่ตามที่ควรต้องทำ ถึงจะสบายกว่า ง่ายกว่าก็ตาม ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว


ทั้งนี้ นายวิทัย ยังทิ้งทายด้วยว่า โชคดีที่แบงก์ชาติเป็นองค์กรที่ร่วมกันปรับตัว มีคนเก่งที่ยังมีพลัง และมีจิตใจดีอยู่มากมาย เราไม่อยากติดยึดอยู่ใน โลกเก่า ที่มีแต่วิจารณ์คนอื่น สร้างภาพสวย แต่ไม่เคยมีผลงานให้ได้จดจำ เลยอยากชวนทุกคนมาช่วยกันลงมือทำจริง ๆ ร่วมกันทำให้ประเทศดีขึ้นให้ได้ 

ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า จากนี้ไป จะเข้ากำกับผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน หรือ Nonbank ทั้งด้าน Lending (สินเชื่อ) และ Payment (ชำระเงิน) มากขึ้น เพราะมีความเสี่ยงที่ประชาชนถูกเอาเปรียบ และเป็นทางผ่านของธุรกรรมไม่ปกติ เพราะเมื่อความเสี่ยงเปลี่ยน แบงก์ชาติก็ต้องปรับตัว


ถ้าเราไม่เปลี่ยน ก็จะทำหน้าที่ได้ไม่ดี ทำไม่เต็มที่ตามที่ควรต้องทำ ถึงจะสบายกว่า ง่ายกว่าก็ตาม ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว


 

ทั้งนี้ นายวิทัย ยังทิ้งทายด้วยว่า โชคดีที่แบงก์ชาติเป็นองค์กรที่ร่วมกันปรับตัว มีคนเก่งที่ยังมีพลัง และมีจิตใจดีอยู่มากมาย เราไม่อยากติดยึดอยู่ใน โลกเก่า ที่มีแต่วิจารณ์คนอื่น สร้างภาพสวย แต่ไม่เคยมีผลงานให้ได้จดจำ เลยอยากชวนทุกคนมาช่วยกันลงมือทำจริง ๆ ร่วมกันทำให้ประเทศดีขึ้นให้ได้ 

ที่มาข้อมูล : Ryt9.com

ที่มารูปภาพ : TNN Wealth