"อนุทิน" เตรียมเยือน ออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์ 17-22 สิงหาคม 2569 เปิดตลาด ดึงลงทุน

Share on Line Share on Facebook Share on X
"อนุทิน" เตรียมเยือน ออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์ 17-22 สิงหาคม 2569 เปิดตลาด ดึงลงทุน

นายกฯ อนุทิน เยือน "ออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์" 17–22 สิงหาคม 2569 เปิดตลาด ดึงลงทุน ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ สร้างโอกาสให้ไทย


นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดเดินทางเยือนเครือรัฐออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17–20 สิงหาคม 2569 และเยือนนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม 2569 ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศ โดยรัฐบาลตั้งเป้าใช้การเยือนครั้งนี้เปิดโอกาสใหม่ให้เศรษฐกิจไทย ทั้งการขยายตลาดสินค้าไทย ดึงการลงทุนและเทคโนโลยี เชื่อมโยงภาคธุรกิจ รวมถึงเพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงและการเดินทางระหว่างประชาชน


เยือน "ออสเตรเลีย" เปิดทางการค้า–ลงทุน–เทคโนโลยี


การเยือนออสเตรเลียครั้งนี้ถือเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยครั้งแรกในรอบ 14 ปี และเกิดขึ้นก่อนครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ออสเตรเลียในปี 2570


นายกรัฐมนตรีจะหารือกับนายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เพื่อผลักดันความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งการค้า การลงทุน ความมั่นคง พลังงานสะอาด วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมเดินหน้าแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย–ออสเตรเลีย ค.ศ. 2026–2029


ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลต้องการให้การเยือนครั้งนี้ไม่จบเพียงการหารือระดับผู้นำ แต่ต้องต่อยอดเป็นโอกาสทางธุรกิจจริง โดยนายกรัฐมนตรีจะนำภาคเอกชนไทยร่วมเดินทาง และเข้าร่วมกิจกรรม Business Networking ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI จัดร่วมกับ Austrade เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยพบคู่ค้า สร้างเครือข่าย และต่อยอดการลงทุน


ขณะเดียวกัน ไทยจะผลักดันให้ออสเตรเลียเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและพลังงานสะอาด ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มเงินลงทุน การจ้างงาน และการถ่ายทอดเทคโนโลยีเข้าสู่ประเทศ


อีกด้านที่ไทยต้องการเร่งต่อยอด คือความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่าง สวทช. กับ CSIRO ของออสเตรเลีย เพื่อผลักดันงานวิจัยให้ไปถึงการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ รวมถึงเปิดโอกาสให้สตาร์ตอัปและนักนวัตกรรมไทยได้เชื่อมโยงกับระบบนิเวศนวัตกรรมของออสเตรเลียและขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศ





สรุปข่าว

นายกฯ อนุทิน เตรียมเยือนออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์ 17–22 ส.ค. เดินหน้าเปิดตลาดสินค้าไทย ดึงลงทุน เทคโนโลยี และสร้างโอกาสใหม่ให้ภาคธุรกิจ พร้อมยกระดับความสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ผลักดันเที่ยวบินตรง และเพิ่มความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และนวัตกรรม

นายกฯ อนุทิน เยือน "ออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์" 17–22 สิงหาคม 2569 เปิดตลาด ดึงลงทุน ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ สร้างโอกาสให้ไทย


นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดเดินทางเยือนเครือรัฐออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17–20 สิงหาคม 2569 และเยือนนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม 2569 ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศ โดยรัฐบาลตั้งเป้าใช้การเยือนครั้งนี้เปิดโอกาสใหม่ให้เศรษฐกิจไทย ทั้งการขยายตลาดสินค้าไทย ดึงการลงทุนและเทคโนโลยี เชื่อมโยงภาคธุรกิจ รวมถึงเพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงและการเดินทางระหว่างประชาชน


เยือน "ออสเตรเลีย" เปิดทางการค้า–ลงทุน–เทคโนโลยี


การเยือนออสเตรเลียครั้งนี้ถือเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยครั้งแรกในรอบ 14 ปี และเกิดขึ้นก่อนครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ออสเตรเลียในปี 2570


นายกรัฐมนตรีจะหารือกับนายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เพื่อผลักดันความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งการค้า การลงทุน ความมั่นคง พลังงานสะอาด วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมเดินหน้าแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย–ออสเตรเลีย ค.ศ. 2026–2029


ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลต้องการให้การเยือนครั้งนี้ไม่จบเพียงการหารือระดับผู้นำ แต่ต้องต่อยอดเป็นโอกาสทางธุรกิจจริง โดยนายกรัฐมนตรีจะนำภาคเอกชนไทยร่วมเดินทาง และเข้าร่วมกิจกรรม Business Networking ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI จัดร่วมกับ Austrade เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยพบคู่ค้า สร้างเครือข่าย และต่อยอดการลงทุน


ขณะเดียวกัน ไทยจะผลักดันให้ออสเตรเลียเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและพลังงานสะอาด ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มเงินลงทุน การจ้างงาน และการถ่ายทอดเทคโนโลยีเข้าสู่ประเทศ


อีกด้านที่ไทยต้องการเร่งต่อยอด คือความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่าง สวทช. กับ CSIRO ของออสเตรเลีย เพื่อผลักดันงานวิจัยให้ไปถึงการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ รวมถึงเปิดโอกาสให้สตาร์ตอัปและนักนวัตกรรมไทยได้เชื่อมโยงกับระบบนิเวศนวัตกรรมของออสเตรเลียและขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศ






เยือน "นิวซีแลนด์" ยกระดับสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์


จากออสเตรเลีย นายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปยังนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม 2569 ถือเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยครั้งแรกในรอบ 13 ปี และตรงกับวาระครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–นิวซีแลนด์


นายกรัฐมนตรีมีกำหนดหารือกับนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ พร้อมลงนามปฏิญญาร่วมยกระดับความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์สู่ “ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นกรอบสำคัญในการขยายความร่วมมือระหว่างสองประเทศในระยะยาว


ในด้านการค้า ไทยจะผลักดันสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดนิวซีแลนด์มากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และธุรกิจค้าปลีก ขณะเดียวกันจะเร่งดึงการลงทุนจากนิวซีแลนด์เข้าสู่ไทย


นายกรัฐมนตรีมีกำหนดหารือโดยตรงกับบริษัทที่สนใจลงทุนในไทย เช่น Skyline Enterprises ในธุรกิจท่องเที่ยว และ Fisher & Paykel ในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยที่ร่วมคณะได้พบปะและจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการนิวซีแลนด์


เป้าหมายสำคัญคือเปลี่ยนความสัมพันธ์ระดับรัฐบาลให้กลายเป็นโอกาสที่จับต้องได้ ทั้งคำสั่งซื้อ การลงทุน และการขยายธุรกิจของภาคเอกชนไทย



ผลักดันเที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์


นอกจากเรื่องเศรษฐกิจและการลงทุนแล้ว ไทยยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชน โดยจะเพิ่มความร่วมมือกับนิวซีแลนด์ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยตรง


ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะผลักดันการกลับมาเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ กับนครโอ๊คแลนด์ เพื่อให้การเดินทางระหว่างสองประเทศสะดวกขึ้น หากสามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้ จะช่วยสนับสนุนทั้งการท่องเที่ยว การศึกษา การติดต่อธุรกิจ และการเดินทางของประชาชน


นางสาวรัชดากล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้ทุกการเดินทางต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีสร้างโอกาสกลับมาสู่ประเทศไทย โดยการเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงการหารือระดับผู้นำ แต่ต้องการให้สินค้าไทยมีตลาดเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการไทยมีคู่ค้าและโอกาสใหม่ รวมถึงดึงเงินลงทุน เทคโนโลยี และองค์ความรู้เข้าประเทศมากขึ้น


การนำภาคเอกชนร่วมคณะยังเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนโอกาสจากเวทีการทูตให้กลายเป็นธุรกิจจริง ทั้งการค้า การลงทุน การจ้างงาน และการเชื่อมโยงตลาด โดยรัฐบาลตั้งเป้าให้ความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งสองประเทศกลับมาเป็นผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยและประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : OpenAI

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ