
4 นักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่ เปิดเบื้องหลังการปั้นแบรนด์ไทยจากโอกาสใกล้ตัว สู่การเติบโตแบบก้าวกระโดด
“ชาไทยการัน” จากผู้นำชาไทยพรีเมียมที่กำลังจะรุกต่างประเทศ “ข้าวสีสด” เพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตรไทย “Moshi Moshi”ร้านสินค้าไลฟ์สไตล์ขวัญใจคนรุ่นใหม่ “YoPPa Yogurt” เครื่องดื่มสุขภาพที่กำลังมาแรง และมีเจ้าของเป็นนักแสดงสาว
เวทีเสวนา Women Inspire: พลิกเกม ปักหมุดธุรกิจ New S-Curve จัดโดย เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ และ TNN Wealth สถานีโทรทัศน์ TNN ช่อง 16 ภายใต้ธีม “Empowering Women, Balancing Life, Scaling Success” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน THE MALL LIFESTORE WOMEN INSPIRED 2026 ได้เปิดมุมมอง 4 ผู้บริหารหญิงจาก 4 ธุรกิจ ถึงโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการยุคใหม่ว่า เมื่อเห็นโอกาสแล้ว จะเปลี่ยนให้กลายเป็นธุรกิจที่โตได้อย่างไร
Karun จากชาไทย สู่ House of Brands เตรียมบุกฮ่องกง
คุณรัส ธัญย์ณภัคช์ ศิริประภาเจริญ CEO และ Founder Karun Thai Tea (ชาไทยการัน) เล่าว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากการมองเห็นศักยภาพของ “ชาไทย” ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่คนไทยคุ้นเคย จากชาสูตรของคุณแม่ของครอบครัว และชาไทยที่อยู่ในชีวิตของคนไทยอยู่แล้ว แต่สามารถยกระดับให้กลายเป็นแบรนด์พรีเมียมที่มีมูลค่าและแข่งขันในตลาดโลกได้
Karun จึงไม่ได้วางเป้าหมายเพียงการเป็นร้านชา แต่กำลังเดินหน้าสู่การเป็น House of Brands ที่ต้องการสร้างและผลักดันแบรนด์ไทยให้สามารถก้าวออกไปสู่ตลาดระดับโลก หัวใจสำคัญอยู่ที่การสร้างทั้งคุณภาพสินค้าและประสบการณ์ของผู้บริโภค พร้อมขยายฐานไปยังคนรุ่นใหม่และลูกค้าต่างชาติ ล่าสุด Karun เตรียมเปิด สาขาแรกที่ฮ่องกงในเดือนตุลาคม 2569 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำแบรนด์ชาไทยออกสู่ตลาดต่างประเทศ และทดสอบว่า “ความเป็นไทย” สามารถสร้างความต้องการในตลาดโลกได้มากแค่ไหน
SISOD (ข้าวสีสด) เพิ่มมูลค่าข้าวไทย ช่วยเกษตรกร
คุณน้ำมนต์ วัชรา ลี้โกมลชัย CEO กลุ่มบริษัทซีแอลพี และเจ้าของแบรนด์ SISOD (ข้าวสีสด) มองโอกาสจากการนำสินค้าเกษตรไทยมาต่อยอดให้มีมูลค่าเพิ่ม จุดเริ่มของธุรกิจครอบครัวมาจากการผลิตและขายเครื่องจักรขนาดใหญ่ จนมาต่อยอดสู่การทำแบรนด์หรือผลิตจากข้าว เป็นข้าวสีสด (SISOD) เพราะมองเห็นโอกาสจากการลงพื้นที่ ได้เจอกับพี่น้องเกษตรกรชาวนา และพบว่าข้าวไทย สินค้าเกษตกรของไทยยังสามารถต่อยอดได้ เพิ่มมูลค่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้เทรนด์สุขภาพที่กำลังมาแรง ข้าวไทยก็ยังมีโอกาสเติบโตได้ จึงนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และแบรนด์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งข้าวสารพรีเมียม และน้ำนมข้าวสีสด
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่า New S-Curve ของธุรกิจไทยอาจไม่ได้อยู่ที่การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ทั้งหมด แต่สามารถเกิดขึ้นจากการนำจุดแข็งที่ไทยมีอยู่แล้วมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างเกษตรกร ไปจนถึงสินค้าปลายทางที่เข้าถึงผู้บริโภค นอกจากนี้ทางบริษัทยังเตรียมต่อยอดพัฒนานวัตกรรมฝีมือคนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของเครื่องจักร และผลิตภัณฑ์จากข้าวไทย เพื่อหวังรุกไปยังตลาดโลกมากขึ้น
สรุปข่าว
4 นักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่ เปิดเบื้องหลังการปั้นแบรนด์ไทยจากโอกาสใกล้ตัว สู่การเติบโตแบบก้าวกระโดด
“ชาไทยการัน” จากผู้นำชาไทยพรีเมียมที่กำลังจะรุกต่างประเทศ “ข้าวสีสด” เพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตรไทย “Moshi Moshi”ร้านสินค้าไลฟ์สไตล์ขวัญใจคนรุ่นใหม่ “YoPPa Yogurt” เครื่องดื่มสุขภาพที่กำลังมาแรง และมีเจ้าของเป็นนักแสดงสาว
เวทีเสวนา Women Inspire: พลิกเกม ปักหมุดธุรกิจ New S-Curve จัดโดย เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ และ TNN Wealth สถานีโทรทัศน์ TNN ช่อง 16 ภายใต้ธีม “Empowering Women, Balancing Life, Scaling Success” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน THE MALL LIFESTORE WOMEN INSPIRED 2026 ได้เปิดมุมมอง 4 ผู้บริหารหญิงจาก 4 ธุรกิจ ถึงโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการยุคใหม่ว่า เมื่อเห็นโอกาสแล้ว จะเปลี่ยนให้กลายเป็นธุรกิจที่โตได้อย่างไร
Karun จากชาไทย สู่ House of Brands เตรียมบุกฮ่องกง
คุณรัส ธัญย์ณภัคช์ ศิริประภาเจริญ CEO และ Founder Karun Thai Tea (ชาไทยการัน) เล่าว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากการมองเห็นศักยภาพของ “ชาไทย” ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่คนไทยคุ้นเคย จากชาสูตรของคุณแม่ของครอบครัว และชาไทยที่อยู่ในชีวิตของคนไทยอยู่แล้ว แต่สามารถยกระดับให้กลายเป็นแบรนด์พรีเมียมที่มีมูลค่าและแข่งขันในตลาดโลกได้
Karun จึงไม่ได้วางเป้าหมายเพียงการเป็นร้านชา แต่กำลังเดินหน้าสู่การเป็น House of Brands ที่ต้องการสร้างและผลักดันแบรนด์ไทยให้สามารถก้าวออกไปสู่ตลาดระดับโลก หัวใจสำคัญอยู่ที่การสร้างทั้งคุณภาพสินค้าและประสบการณ์ของผู้บริโภค พร้อมขยายฐานไปยังคนรุ่นใหม่และลูกค้าต่างชาติ ล่าสุด Karun เตรียมเปิด สาขาแรกที่ฮ่องกงในเดือนตุลาคม 2569 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำแบรนด์ชาไทยออกสู่ตลาดต่างประเทศ และทดสอบว่า “ความเป็นไทย” สามารถสร้างความต้องการในตลาดโลกได้มากแค่ไหน
SISOD (ข้าวสีสด) เพิ่มมูลค่าข้าวไทย ช่วยเกษตรกร
คุณน้ำมนต์ วัชรา ลี้โกมลชัย CEO กลุ่มบริษัทซีแอลพี และเจ้าของแบรนด์ SISOD (ข้าวสีสด) มองโอกาสจากการนำสินค้าเกษตรไทยมาต่อยอดให้มีมูลค่าเพิ่ม จุดเริ่มของธุรกิจครอบครัวมาจากการผลิตและขายเครื่องจักรขนาดใหญ่ จนมาต่อยอดสู่การทำแบรนด์หรือผลิตจากข้าว เป็นข้าวสีสด (SISOD) เพราะมองเห็นโอกาสจากการลงพื้นที่ ได้เจอกับพี่น้องเกษตรกรชาวนา และพบว่าข้าวไทย สินค้าเกษตกรของไทยยังสามารถต่อยอดได้ เพิ่มมูลค่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้เทรนด์สุขภาพที่กำลังมาแรง ข้าวไทยก็ยังมีโอกาสเติบโตได้ จึงนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และแบรนด์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งข้าวสารพรีเมียม และน้ำนมข้าวสีสด
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่า New S-Curve ของธุรกิจไทยอาจไม่ได้อยู่ที่การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ทั้งหมด แต่สามารถเกิดขึ้นจากการนำจุดแข็งที่ไทยมีอยู่แล้วมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างเกษตรกร ไปจนถึงสินค้าปลายทางที่เข้าถึงผู้บริโภค นอกจากนี้ทางบริษัทยังเตรียมต่อยอดพัฒนานวัตกรรมฝีมือคนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของเครื่องจักร และผลิตภัณฑ์จากข้าวไทย เพื่อหวังรุกไปยังตลาดโลกมากขึ้น
Moshi Moshi โตก้าวกระโดด 220 สาขา รายได้ทะลุ 3 พันล้าน
คุณแอ๋ม บุณยวีร์ บุญสงเคราะห์ กรรมการบริหาร และผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์ธุรกิจและการปฏิบัติการ Moshi Moshi ซึ่งเป็นทายาทรุ่นใหม่ที่มารับช่วงบริหารธุรกิจของครอบครัวต่อ ได้เปิดมุมมองการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกไลฟ์สไตล์ ซึ่งปัจจุบันนี้มีแบรนด์ต่างชาติอยู่ในตลาดนี้เป็นจำนวนมาก แต่มองว่าการเป็นแบรนด์ไทยเป็นจุดแข็งที่สำคัญ เพราะคนไทยเข้าใจตลาดคนไทยได้ดีกว่า รู้ว่าสินค้าแบบไหนที่คนมองหาหรือตอบโจทย์ความต้องการได้
พร้อมย้ำว่าแบรนด์ไทยต้องปรับตัวในทุกวัน เพราะโลกปัจจุบันมีการแข่งขันสูง และมองว่าโซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่สำคัญ ที่สร้างโอกาสได้อย่างมาก เพราะจุดเปลี่ยนของ Moshi Moshi ก็มาจากไวรัลในโซเชียลเช่นกัน ดังนั้นกระแสออนไลน์จึงเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ เป็นแรงส่งให้เกิดการเข้าร้านและขยายฐานลูกค้า แต่การจะเปลี่ยนไวรัลให้เป็นธุรกิจระยะยาว จำเป็นต้องอาศัยทั้งการเข้าใจลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูล และการพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการ ซึ่งล่าสุดปัจจุบัน Moshi Moshi มี มากกว่า 220 สาขาทั่วประเทศ และมีรายได้ในปีที่ผ่านมามากกว่า 3,000 ล้านบาท
YoPPa ใช้ “ความเป็นนักแสดง” เป็นแต้มต่อ ปั้นแบรนด์สุขภาพ
คุณญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร CEO และ Founder YoPPa Yogurt เล่าว่าเริ่มต้นธุรกิจด้วยต้นทุนที่แตกต่างจากผู้ประกอบการทั่วไป นั่นคือการเป็นนักแสดงและมีชื่อเสียงอยู่แล้ว เพราะความเป็นที่รู้จักจึงกลายเป็น จุดได้เปรียบในการสร้างการรับรู้แบรนด์ สามารถสื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภคได้โดยตรง และช่วยให้แบรนด์เริ่มต้นได้เร็วขึ้น แต่หัวใจสำคัญของ YoPPa ไม่ได้อยู่ที่ชื่อเสียงของผู้ก่อตั้งเพียงอย่างเดียว หากอยู่ที่การสร้างแบรนด์บนเทรนด์สุขภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในความต้องการสำคัญของคนรุ่นใหม่
นอกจากนี้การมองเห็นตลาดหรือเห็นคนซื้อก็เป็นส่วนสำคัญของแบรนด์ ทำให้สินค้าของร้านเริ่มต้นในราคา 49 บาท ซึ่งเป็นราคาที่จับต้องได้ ท่ามกลางคู่แข่งที่มีอยู่จำนวนมากในตลาดเครื่องดื่ม และการจับเทรนด์คนรุ่นใหม่ กลุ่ม gen Z มองเห็นความสนุกจากการทำผลิตภัณฑ์ ทำให้แบรนด์ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ YoPPa Yogurt มีมากกว่า 60 สาขา และเดินหน้าขยายแบรนด์ให้เป็นธุรกิจที่เติบโตได้ด้วยตัวเองไม่ใช่เพียงแค่ร้านของดาราเท่านั้น
4 เส้นทาง 4 วิธีคิด แต่โจทย์เดียวกัน
เรื่องราวของทั้ง 4 แบรนด์สะท้อนว่า “โอกาส” ของธุรกิจยุคใหม่อาจมาจากคนละจุด
ชาไทยการัน เห็นโอกาสในสินค้าไทยอย่างชาและกำลังพาแบรนด์ออกสู่ตลาดโลก
ข้าวสีสด เห็นโอกาสในการเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตรและสร้างประโยชน์กลับไปยังเกษตรกร
Moshi Moshi ใช้พลังไวรัลบนโซเชียลเป็นจุดเปลี่ยน ก่อนต่อยอดจนมีมากกว่า 220 สาขา
YoPPa Yogurt ใช้ความเป็นที่รู้จักของผู้ก่อตั้งเป็นแต้มต่อ ก่อนสร้างแบรนด์ด้วยจุดยืนด้านสุขภาพ
สิ่งที่เหมือนกันคือ ไม่มีใครรอให้โอกาสเดินเข้ามาหา แต่เป็นการมองเห็นช่องว่างแล้วลงมือสร้างมันขึ้นมา และเมื่อธุรกิจโตขึ้น ความท้าทายก็เปลี่ยนจาก “ทำอย่างไรให้คนรู้จัก” เป็น “ทำอย่างไรให้ธุรกิจโตต่อได้” ทั้งการสร้างทีม วางระบบ บริหารต้นทุน เข้าใจลูกค้า และรักษาสมดุลชีวิตของผู้บริหาร
ดังนั้นนี่จึงเป็นหัวใจของการปักหมุด New S-Curve ในยุคที่ตลาดเปลี่ยนเร็ว เพราะการเติบโตที่แท้จริงไม่ได้วัดเพียงยอดขาย แต่ต้องสร้างแบรนด์ที่แข็งแรงและพร้อมเดินต่อในระยะยาว
- 10 ธุรกิจดาวเด่น ประจำปี 2569 "กรมพัฒนาธุรกิจการค้า" วิเคราะห์ผ่านข้อมูลจดทะเบียนและผลดำเนินงาน
- “การันไทยที” จากสูตรชาไทยของแม่ สู่แบรนด์พรีเมียมและตัวตนชัดเจน
- ข้าวโซอิ: จากวิกฤติสู่ภารกิจพาข้าวซอยไทยสู่เวทีโลก
- เมืองไทยยังน่าลงทุน ครึ่งปีแรก 2568 ต่างชาติหอบเงินทำธุรกิจพุ่ง 1.1 แสนล้านบาท ญี่ปุ่นครองแชมป์
- ธุรกิจเลิกกิจการเฉียด 4,000 ราย จัดตั้งใหม่เกิน 30,000 ราย ช่วง 4 เดือนแรก ปี 2568
ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH
ที่มารูปภาพ : TNN WEALTH
รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ
