"จีน" หมดยุคปิดประเทศ! ครึ่งปี คนเข้าออก 369 ล้านครั้ง ไทยแห่เที่ยวติด TOP 5

Share on Line Share on Facebook Share on X

"เที่ยวจีน"คึกคัก นักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่ง อานิสงส์ "วีซ่าฟรี" ปลุกเศรษฐกิจแดนมังกร คนไทยไม่แผ่วแห่เที่ยวติด TOP 5


การท่องเที่ยวจีนกำลังกลับมาคึกคักอย่างเห็นได้ชัด หลังข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติจีน (National Immigration Administration: NIA) ระบุว่า ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีการเดินทางเข้า-ออกประเทศรวม 369 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 10.8% จากปีก่อน และถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่มีการเก็บสถิติ


จุดที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นกว่า 20% ขณะที่ผู้เดินทางเข้าจีนด้วยมาตรการ Visa-Free*เพิ่มขึ้นกว่า 30% คิดเป็นเกือบ 78% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด


ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียงข่าวดีของภาคท่องเที่ยว แต่กำลังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายของจีน ที่ใช้การเปิดประเทศเป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ประเทศคู่ค้า รวมถึงไทย

วีซ่าฟรี เครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจจีน


ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากนโยบายที่จีนผลักดันอย่างต่อเนื่อง


ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนเผชิญแรงกดดันจากการฟื้นตัวของการบริโภคที่ช้ากว่าคาด ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ และความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลกกับสงครามการค้า


รัฐบาลจีนจึงเลือกใช้อีกกลไกหนึ่ง คือ "เปิดประเทศให้เดินทางสะดวกขึ้น" โดยทยอยขยายมาตรการยกเว้นวีซ่า เพิ่มจำนวนประเทศที่ได้รับสิทธิ์ และปรับปรุงขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง เพื่อลดอุปสรรคในการเดินทางและเปลี่ยนภาพจำว่าการเข้าประเทศจีนเป็นเรื่องยุ่งยาก

ตัวเลขสะท้อนผลลัพธ์ชัดเจน


มาตรการดังกล่าวเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมในปีนี้


ครึ่งแรกของปี 2569 จีนมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้า 22.91 ล้านคน เพิ่มขึ้น 20.4% จากปีก่อน โดยกว่า 17.8 ล้านคน เดินทางเข้าด้วยมาตรการวีซ่าฟรี เพิ่มขึ้น 30.6%


CGTN ระบุว่า นโยบายยกเว้นวีซ่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การเดินทางระหว่างประเทศฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาด


สำหรับจีน นักท่องเที่ยวไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะโรงแรมหรือร้านอาหาร แต่ยังต่อยอดไปถึงธุรกิจขนส่ง ร้านค้าปลอดภาษี ศูนย์ประชุม งานแสดงสินค้า ธุรกิจบันเทิง ตลอดจนการลงทุนและการเจรจาทางธุรกิจ

จากเศรษฐกิจอสังหาฯ สู่เศรษฐกิจบริการ


การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวกำลังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจจีน จากการพึ่งพาการลงทุนและภาคอสังหาริมทรัพย์ ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการบริโภคและภาคบริการมากขึ้น


ทั้งธนาคารโลกและ IMF มองตรงกันว่า ภาคบริการจะมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของจีนในระยะต่อไป ขณะที่การเดินทางระหว่างประเทศจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ ลดแรงกดดันจากภาคการผลิต และเพิ่มรายได้ให้ธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมาก


แนวโน้มนี้ยังสอดคล้องกับข้อมูลของ UN Tourism ที่ระบุว่า หลายประเทศทั่วโลกกำลังผ่อนคลายมาตรการด้านวีซ่า เพราะการเดินทางที่สะดวกขึ้นส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน

สรุปข่าว

จีนเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบาย "วีซ่าฟรี" ส่งผลให้ครึ่งแรกปี 2569 มีการเดินทางเข้า-ออกประเทศกว่า 369 ล้านครั้ง สูงสุดเป็นประวัติการณ์ นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มกว่า 20% โดยเกือบ 78% เดินทางเข้าด้วยมาตรการยกเว้นวีซ่า ขณะที่ไทยติดอันดับ 5 ประเทศที่เดินทางเข้าจีนมากที่สุด นอกจากหนุนภาคท่องเที่ยว ยังเปิดโอกาสใหม่ให้การค้า การลงทุน และธุรกิจไทยในตลาดจีนที่มีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน

"เที่ยวจีน"คึกคัก นักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่ง อานิสงส์ "วีซ่าฟรี" ปลุกเศรษฐกิจแดนมังกร คนไทยไม่แผ่วแห่เที่ยวติด TOP 5


การท่องเที่ยวจีนกำลังกลับมาคึกคักอย่างเห็นได้ชัด หลังข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติจีน (National Immigration Administration: NIA) ระบุว่า ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีการเดินทางเข้า-ออกประเทศรวม 369 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 10.8% จากปีก่อน และถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่มีการเก็บสถิติ


จุดที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นกว่า 20% ขณะที่ผู้เดินทางเข้าจีนด้วยมาตรการ Visa-Free*เพิ่มขึ้นกว่า 30% คิดเป็นเกือบ 78% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด


ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียงข่าวดีของภาคท่องเที่ยว แต่กำลังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายของจีน ที่ใช้การเปิดประเทศเป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ประเทศคู่ค้า รวมถึงไทย

วีซ่าฟรี เครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจจีน


ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากนโยบายที่จีนผลักดันอย่างต่อเนื่อง


ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนเผชิญแรงกดดันจากการฟื้นตัวของการบริโภคที่ช้ากว่าคาด ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ และความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลกกับสงครามการค้า


รัฐบาลจีนจึงเลือกใช้อีกกลไกหนึ่ง คือ "เปิดประเทศให้เดินทางสะดวกขึ้น" โดยทยอยขยายมาตรการยกเว้นวีซ่า เพิ่มจำนวนประเทศที่ได้รับสิทธิ์ และปรับปรุงขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง เพื่อลดอุปสรรคในการเดินทางและเปลี่ยนภาพจำว่าการเข้าประเทศจีนเป็นเรื่องยุ่งยาก

ตัวเลขสะท้อนผลลัพธ์ชัดเจน


มาตรการดังกล่าวเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมในปีนี้


ครึ่งแรกของปี 2569 จีนมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้า 22.91 ล้านคน เพิ่มขึ้น 20.4% จากปีก่อน โดยกว่า 17.8 ล้านคน เดินทางเข้าด้วยมาตรการวีซ่าฟรี เพิ่มขึ้น 30.6%


CGTN ระบุว่า นโยบายยกเว้นวีซ่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การเดินทางระหว่างประเทศฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาด


สำหรับจีน นักท่องเที่ยวไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะโรงแรมหรือร้านอาหาร แต่ยังต่อยอดไปถึงธุรกิจขนส่ง ร้านค้าปลอดภาษี ศูนย์ประชุม งานแสดงสินค้า ธุรกิจบันเทิง ตลอดจนการลงทุนและการเจรจาทางธุรกิจ

จากเศรษฐกิจอสังหาฯ สู่เศรษฐกิจบริการ


การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวกำลังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจจีน จากการพึ่งพาการลงทุนและภาคอสังหาริมทรัพย์ ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการบริโภคและภาคบริการมากขึ้น


ทั้งธนาคารโลกและ IMF มองตรงกันว่า ภาคบริการจะมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของจีนในระยะต่อไป ขณะที่การเดินทางระหว่างประเทศจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ ลดแรงกดดันจากภาคการผลิต และเพิ่มรายได้ให้ธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมาก


แนวโน้มนี้ยังสอดคล้องกับข้อมูลของ UN Tourism ที่ระบุว่า หลายประเทศทั่วโลกกำลังผ่อนคลายมาตรการด้านวีซ่า เพราะการเดินทางที่สะดวกขึ้นส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน

ไทยติดอันดับ 5 เดินทางเข้าจีนมากที่สุด


อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ประเทศไทยติดอันดับ 5 ของประเทศที่มีนักเดินทางเข้าจีนมากที่สุด


10 อันดับแรก ได้แก่


* เกาหลีใต้

* รัสเซีย

* มาเลเซีย

* เวียดนาม

* ไทย

* สิงคโปร์

* สหรัฐฯ

* ญี่ปุ่น

* มองโกเลีย

* ออสเตรเลีย


ทั้ง 10 ประเทศคิดเป็นประมาณ 62% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางเข้าจีน


การที่ไทยอยู่ในกลุ่มนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ทั้งด้านการค้า การลงทุน การศึกษา การท่องเที่ยว และการเดินทางเพื่อธุรกิจ

ไทยได้ประโยชน์มากกว่าการท่องเที่ยว


หลายคนอาจมองว่า คนไทยเดินทางไปจีนมากขึ้นเท่ากับเงินไหลออกนอกประเทศ แต่ในมุมเศรษฐกิจ ผลประโยชน์มีมากกว่านั้น


จีนยังเป็นทั้งคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย ตลาดส่งออกสำคัญ นักลงทุนรายใหญ่ และแหล่งนักท่องเที่ยวต่างชาติหลักของไทย


เมื่อการเดินทางสะดวกขึ้น การพบปะนักธุรกิจ การเจรจาการค้า การลงทุน และธุรกิจ MICE ก็มีแนวโน้มขยายตัวตาม


หอการค้าไทยเคยประเมินว่า การเดินทางไทย-จีนที่ฟื้นตัว จะช่วยสนับสนุนการส่งออกสินค้าเกษตร อาหาร ผลไม้ ธุรกิจการแพทย์ และภาคบริการของไทย


ขณะเดียวกัน ความต้องการสินค้าและบริการจากนักเดินทางที่เพิ่มขึ้น ยังเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ผลไม้ เครื่องสำอาง โรงพยาบาล ธุรกิจการศึกษา โรงแรม และสายการบิน

ตลาดจีนยังเป็นโอกาสมหาศาล


จีนยังเป็นหนึ่งในตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยประชากรกว่า 1,400 ล้านคน


สำหรับผู้ประกอบการไทย นี่อาจเป็นจังหวะสำคัญในการกลับไปทำตลาดจีนอีกครั้ง หลังหลายธุรกิจต้องชะลอแผนในช่วงโควิด-19


วันนี้การแข่งขันของแต่ละประเทศไม่ได้มีเพียงการดึงนักท่องเที่ยว แต่กำลังแข่งขันกันดึงผู้คน นักลงทุน นักธุรกิจ และบุคลากรคุณภาพเข้าประเทศ เพราะยิ่งเดินทางสะดวกมากเท่าไร ก็ยิ่งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น


การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวจีนจึงไม่ใช่แค่ข่าวดีของจีน แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญของเศรษฐกิจเอเชีย และเป็นโอกาสที่ไทยควรใช้ประโยชน์ ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ในช่วงที่การเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศกำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ