"ค่าไฟ" ใหม่มาแล้ว! ลดราคา 200 หน่วยแรก ลบค่าไฟสาธารณะออกจากบิลบ้าน

Share on Line Share on Facebook Share on X
"ค่าไฟ" ใหม่มาแล้ว! ลดราคา 200 หน่วยแรก ลบค่าไฟสาธารณะออกจากบิลบ้าน

นายกฯ เคาะโครงสร้าง "ค่าไฟ" ใหม่ ลดค่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาทต่อหน่วย แยกต้นทุนไฟสาธารณะออกจากบิลประชาชนพร้อมตั้งบอร์ดกำกับดูแล Data Center


คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม มีมติเห็นชอบมาตรการสำคัญด้านพลังงาน ทั้งการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า การรองรับการลงทุนในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และการเปิดตลาดไฟฟ้าสะอาด เพื่อให้ระบบพลังงานของไทยมีความเป็นธรรม โปร่งใส และรองรับการลงทุนใหม่ในอนาคต


ลดค่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรก เหลือ 3 บาทต่อหน่วย


ที่ประชุมเห็นชอบนโยบายกำหนดโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าของประเทศไทย ระยะปี 2569-2573 โดยปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย


สาระสำคัญคือ ผู้ใช้ไฟฟ้า 1-200 หน่วยแรก จะจ่ายค่าไฟในอัตรา 3 บาทต่อหน่วย ส่วนการใช้ไฟฟ้า 201-400 หน่วย และตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป ยังคงใช้อัตราเดิม


นอกจากนี้ ยังมีการปรับโครงสร้างต้นทุน โดยแยกภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลค่าไฟของประชาชน ทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกระดับได้รับประโยชน์จากการปรับโครงสร้างครั้งนี้


ขยายสิทธิบ้านเช่า-หอพัก ใช้อัตราค่าไฟบ้าน


กพช.ยังเห็นชอบขยายนิยามผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ให้ครอบคลุมผู้เช่าบ้าน หอพัก อพาร์ตเมนต์ รวมถึงบ้านที่ไม่มีทะเบียนบ้าน


เดิมผู้ใช้กลุ่มนี้จำนวนมากต้องเสียค่าไฟในอัตราประเภทชั่วคราว ซึ่งมีราคาสูงกว่าบ้านพักอาศัย แต่หลังการปรับเกณฑ์ จะสามารถใช้อัตราเดียวกับบ้านอยู่อาศัย ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้เช่าที่พัก โดยเฉพาะนักศึกษาและแรงงาน


แยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิลประชาชน


อีกหนึ่งมาตรการสำคัญ คือ การแยกต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะ เช่น ไฟถนน ออกจากอัตราค่าไฟของผู้ใช้ไฟทั่วไป


พร้อมมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อเปิดช่องทางจัดเก็บเงินจากแหล่งรายได้ใหม่มารองรับค่าใช้จ่ายส่วนดังกล่าว แทนการผลักภาระมายังผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน




สรุปข่าว

กพช.เห็นชอบปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ ลดค่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาทต่อหน่วย พร้อมแยกต้นทุนไฟสาธารณะออกจากบิลประชาชน ขณะเดียวกัน เดินหน้าวางกติกากำกับธุรกิจ Data Center ทั้งด้านไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการลงทุนอย่างยั่งยืน

นายกฯ เคาะโครงสร้าง "ค่าไฟ" ใหม่ ลดค่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาทต่อหน่วย แยกต้นทุนไฟสาธารณะออกจากบิลประชาชนพร้อมตั้งบอร์ดกำกับดูแล Data Center


คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม มีมติเห็นชอบมาตรการสำคัญด้านพลังงาน ทั้งการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า การรองรับการลงทุนในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และการเปิดตลาดไฟฟ้าสะอาด เพื่อให้ระบบพลังงานของไทยมีความเป็นธรรม โปร่งใส และรองรับการลงทุนใหม่ในอนาคต


ลดค่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรก เหลือ 3 บาทต่อหน่วย


ที่ประชุมเห็นชอบนโยบายกำหนดโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าของประเทศไทย ระยะปี 2569-2573 โดยปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย


สาระสำคัญคือ ผู้ใช้ไฟฟ้า 1-200 หน่วยแรก จะจ่ายค่าไฟในอัตรา 3 บาทต่อหน่วย ส่วนการใช้ไฟฟ้า 201-400 หน่วย และตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป ยังคงใช้อัตราเดิม


นอกจากนี้ ยังมีการปรับโครงสร้างต้นทุน โดยแยกภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลค่าไฟของประชาชน ทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกระดับได้รับประโยชน์จากการปรับโครงสร้างครั้งนี้


ขยายสิทธิบ้านเช่า-หอพัก ใช้อัตราค่าไฟบ้าน


กพช.ยังเห็นชอบขยายนิยามผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ให้ครอบคลุมผู้เช่าบ้าน หอพัก อพาร์ตเมนต์ รวมถึงบ้านที่ไม่มีทะเบียนบ้าน


เดิมผู้ใช้กลุ่มนี้จำนวนมากต้องเสียค่าไฟในอัตราประเภทชั่วคราว ซึ่งมีราคาสูงกว่าบ้านพักอาศัย แต่หลังการปรับเกณฑ์ จะสามารถใช้อัตราเดียวกับบ้านอยู่อาศัย ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้เช่าที่พัก โดยเฉพาะนักศึกษาและแรงงาน


แยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิลประชาชน


อีกหนึ่งมาตรการสำคัญ คือ การแยกต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะ เช่น ไฟถนน ออกจากอัตราค่าไฟของผู้ใช้ไฟทั่วไป


พร้อมมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อเปิดช่องทางจัดเก็บเงินจากแหล่งรายได้ใหม่มารองรับค่าใช้จ่ายส่วนดังกล่าว แทนการผลักภาระมายังผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน




วางหลักประกันลงทุน Data Center


ที่ประชุมยังเห็นชอบมาตรการรองรับการลงทุน Data Center ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้าปริมาณมาก


โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องวางหลักประกันการใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อยืนยันความพร้อมในการลงทุนจริง ก่อนที่ภาครัฐจะลงทุนขยายระบบไฟฟ้ารองรับ


นอกจากนี้ ผู้ประกอบการต้องจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากธุรกิจ Data Center ใช้น้ำจำนวนมากสำหรับระบบหล่อเย็น เพื่อป้องกันการลงทุนเกินความจำเป็น และลดความเสี่ยงต่อการแย่งใช้น้ำกับภาคประชาชนและภาคเกษตรกรรม


เปิดทางซื้อไฟฟ้าสะอาดโดยตรง


กพช.ยังเห็นชอบปลดล็อกการซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนผ่านระบบ Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) และการใช้โครงข่ายไฟฟ้าของบุคคลที่สาม (Third Party Access: TPA)


มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งกิจการ Data Center และภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาด เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตโดยตรง รองรับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของคู่ค้าระหว่างประเทศ และส่งเสริมการแข่งขันในตลาดไฟฟ้าสะอาด



นายกฯ ชงตั้งบอร์ดกำกับดูแล Data Center


นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานด้านพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การประสานงานของรองนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาจัดทำกฎหมายเฉพาะสำหรับกำกับดูแลกิจการ Data Center ในประเทศไทย


เนื่องจากอุตสาหกรรมดังกล่าวกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และมีผลกระทบหลายด้าน ทั้งการใช้ไฟฟ้าปริมาณมาก การใช้น้ำ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปัญหามลภาวะทางเสียงจากการดำเนินกิจการ


มุ่งลดภาระประชาชน ควบคู่รองรับการลงทุนใหม่


รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทบทวนโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง มีความโปร่งใส และเกิดความเป็นธรรมกับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกภาคส่วน


พร้อมกำหนดแนวทางด้านอัตราค่าไฟให้สามารถรองรับการลงทุนใหม่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัลและ Data Center ที่กำลังเติบโต โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าและภาระค่าครองชีพของประชาชน

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ

แท็กบทความ