วิเคราะห์ทองคำครึ่งปีหลัง จับตาดอกเบี้ยเฟด

Share on Line Share on Facebook Share on X

ทิศทางราคาทองคำในช่วงครึ่งปีหลังยังคงเป็นที่จับตาของนักลงทุน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวกำหนดทิศทางที่สำคัญ นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย และฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด ได้วิเคราะห์แนวโน้มดังกล่าวผ่านรายการ WEALTH LIVE วันที่ 8 ก.ค. 69

4 ปัจจัยกังวลเรื่องเงินเฟ้อสหรัฐฯ

แม้ราคาน้ำมันจะเริ่มปรับตัวลดลง แต่ตลาดยังมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  • ราคาชิปในฝั่งสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างเยอะ ส่งผลให้ต้นทุนต่างๆ สูงขึ้น

  • ราคาบ้านในสหรัฐฯ ยังมีสัญญาณของค่าเช่าและราคาบ้านที่เพิ่มสูงขึ้น แม้จะเป็นการเพิ่มแบบชะลอตัว

  • ค่าระวางเรือ หรือการขนส่ง (BDI) ยังคงสูง โดยแตะที่ระดับประมาณ 2,792 จุด

  • ต้นทุนเซมิคอนดักเตอร์ที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตอย่าง Apple ต้องขึ้นราคาสินค้า ประกอบกับสัญญาณการจ้างงานเฉลี่ยรายชั่วโมงที่ยังแตะระดับ 3.5%

ทั้งนี้ นักลงทุนต้องติดตามการแถลงนโยบายครึ่งปีต่อสภาคองเกรสในวันที่ 14 และการประชุม FOMC ในช่วงสิ้นเดือนนี้

สรุปข่าว

ทิศทางราคาทองคำครึ่งปีหลังยังคงผูกติดกับนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เป็นปัจจัยหลัก แม้ราคาน้ำมันลดลง แต่ตลาดยังคงกังวล 4 ปัจจัยเงินเฟ้อ ทั้งราคาชิป ค่าเช่าบ้าน ค่าระวางเรือ และต้นทุนสินค้าเทคโนโลยี คาดการณ์วัฏจักรดอกเบี้ยเฟดรอบนี้อาจทำจุดสูงสุดไม่เกิน 4.25% ก่อนจะเริ่มคงที่และปรับลดลง กลยุทธ์ระยะสั้นแนะนำให้อยู่ฝั่งShort หากราคาไม่สามารถทะลุแนวต้าน 4,200 ดอลลาร์ไปได้ ส่วนระยะยาวแนะทยอยซื้อสะสมแบบปิรามิดที่แนวรับ 3,900 - 3,700 ดอลลาร์ และตั้งจุดตัดขาดทุนหากหลุด 3,660 ดอลลาร์

ทิศทางราคาทองคำในช่วงครึ่งปีหลังยังคงเป็นที่จับตาของนักลงทุน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวกำหนดทิศทางที่สำคัญ นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย และฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด ได้วิเคราะห์แนวโน้มดังกล่าวผ่านรายการ WEALTH LIVE วันที่ 8 ก.ค. 69

4 ปัจจัยกังวลเรื่องเงินเฟ้อสหรัฐฯ

แม้ราคาน้ำมันจะเริ่มปรับตัวลดลง แต่ตลาดยังมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  • ราคาชิปในฝั่งสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างเยอะ ส่งผลให้ต้นทุนต่างๆ สูงขึ้น

  • ราคาบ้านในสหรัฐฯ ยังมีสัญญาณของค่าเช่าและราคาบ้านที่เพิ่มสูงขึ้น แม้จะเป็นการเพิ่มแบบชะลอตัว

  • ค่าระวางเรือ หรือการขนส่ง (BDI) ยังคงสูง โดยแตะที่ระดับประมาณ 2,792 จุด

  • ต้นทุนเซมิคอนดักเตอร์ที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตอย่าง Apple ต้องขึ้นราคาสินค้า ประกอบกับสัญญาณการจ้างงานเฉลี่ยรายชั่วโมงที่ยังแตะระดับ 3.5%

ทั้งนี้ นักลงทุนต้องติดตามการแถลงนโยบายครึ่งปีต่อสภาคองเกรสในวันที่ 14 และการประชุม FOMC ในช่วงสิ้นเดือนนี้

วัฏจักรดอกเบี้ยกับทิศทางทองคำ

จากสถิติตั้งแต่ปี 2005 จนถึง 2026 พบว่า ทุกครั้งที่มีการขึ้นดอกเบี้ย ราคาทองคำจะมีโอกาสปรับตัวลดลงเนื่องจากเงินดอลลาร์แข็งค่า แต่วัฏจักรดอกเบี้ยจากขาขึ้นสูงสุดจะจบลงด้วยการเริ่มคงดอกเบี้ยและลดดอกเบี้ย ซึ่งจะทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าและราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น สำหรับปีนี้คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจุดสูงสุดไม่น่าจะเกิน 4.25%

กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นและระยะยาว

  • ระยะสั้น ราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวลง โดยมีจุดต้านสำคัญอยู่ที่ 4,200 หากไม่ผ่านโซนนี้ การอยู่ในฝั่งขาย (Short) จะเล่นได้ง่ายกว่า

  • ระยะยาว แนะนำการเข้าซื้อสะสมในรูปแบบปิรามิด ซึ่งจะได้ราคาเฉลี่ยที่ดีกว่าแบบทรงกระบอก โดยมีแนวรับที่น่าสนใจในการทยอยเก็บสะสมอยู่ที่โซน 3,900 และ 3,700

  • จุดStop Loss: ไม่ควรให้ราคาหลุดโซน 3,660 หากหลุดโซนนี้อาจต้องพิจารณาปิดสถานะ โดยเมื่อเทียบเป็นเงินบาทจะอยู่ที่ราคาประมาณ 58,000 บาท

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน