นายกสมาคมค้าทองชี้ทองพ้นจุดต่ำสุด ลุ้นเป้า9หมื่นบาทปีหน้า

Share on Line Share on Facebook Share on X

ทิศทางราคาทองคำในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ประเมินว่าราคาทองคำได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว แม้ในระยะสั้นอาจยังคงมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนอยู่บ้าง

แนวโน้มและกรอบราคาทองคำครึ่งปีหลัง

นายกสมาคมค้าทองคำ ให้กรอบความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ระดับ 4,100 เหรียญสหรัฐฯ หากสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ จะแกว่งตัวเพื่อรอทดสอบแนวต้านแรกที่ 4,225 เหรียญสหรัฐฯ และหากผ่านไปได้จะมีโอกาสขยับขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 4,400 เหรียญสหรัฐฯ โอกาสที่จะปรับตัวลงไปลึกกว่าระดับ 4,000 เหรียญสหรัฐฯ (เช่นที่เคยลงไปถึง 3,990 กว่าเหรียญสหรัฐฯ) มีความเป็นไปได้น้อยมาก

สำหรับเป้าหมายราคาทองคำระยะยาวที่ระดับ 6,000 เหรียญสหรัฐฯ (เทียบเท่าทองคำในประเทศประมาณ 90,000 บาทต่อบาททองคำ) สมาคมฯ ยังคงมุมมองเดิม แต่คาดการณ์ว่ากรอบเวลาที่จะไปถึงระดับดังกล่าว อาจขยับจากปลายปีนี้ไปเป็นช่วงปีหน้าแทน

สรุปข่าว

แม้ทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นอาจยังคงเผชิญกับความผันผวน แต่มุมมองในระยะยาวยังคงเป็นเชิงบวก การที่นายกสมาคมค้าทองคำประเมินว่าราคาได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว ประกอบกับปัจจัยกดดันเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่คลี่คลายลง จึงถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่มี "เงินเย็น" ในการใช้จังหวะที่ราคาย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับสำคัญเพื่อทยอยสะสม และรอรับผลตอบแทนจากเป้าหมายใหญ่ระดับ 90,000 บาทในช่วงปีหน้า

ทิศทางราคาทองคำในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ประเมินว่าราคาทองคำได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว แม้ในระยะสั้นอาจยังคงมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนอยู่บ้าง

แนวโน้มและกรอบราคาทองคำครึ่งปีหลัง

นายกสมาคมค้าทองคำ ให้กรอบความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ระดับ 4,100 เหรียญสหรัฐฯ หากสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ จะแกว่งตัวเพื่อรอทดสอบแนวต้านแรกที่ 4,225 เหรียญสหรัฐฯ และหากผ่านไปได้จะมีโอกาสขยับขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 4,400 เหรียญสหรัฐฯ โอกาสที่จะปรับตัวลงไปลึกกว่าระดับ 4,000 เหรียญสหรัฐฯ (เช่นที่เคยลงไปถึง 3,990 กว่าเหรียญสหรัฐฯ) มีความเป็นไปได้น้อยมาก

สำหรับเป้าหมายราคาทองคำระยะยาวที่ระดับ 6,000 เหรียญสหรัฐฯ (เทียบเท่าทองคำในประเทศประมาณ 90,000 บาทต่อบาททองคำ) สมาคมฯ ยังคงมุมมองเดิม แต่คาดการณ์ว่ากรอบเวลาที่จะไปถึงระดับดังกล่าว อาจขยับจากปลายปีนี้ไปเป็นช่วงปีหน้าแทน

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย-ปัจจัยหนุนตลาด

ประเด็นสำคัญที่ช่วยปลดล็อกความกังวลของตลาด คือทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งนายจิตติมองว่า ข่าวลือเรื่อง Fed อาจ "ปรับขึ้น" อัตราดอกเบี้ย 2-3 ครั้งในปีนี้นั้น ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริง เนื่องจากสหรัฐฯ มีภาระหนี้มหาศาล การขึ้นดอกเบี้ยจะยิ่งเพิ่มต้นทุนทางการเงินอย่างหนัก ประกอบกับราคาน้ำมันเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติที่ระดับ 70 กว่าเหรียญสหรัฐฯ และอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  • การเข้าซื้อของธนาคารกลาง ธนาคารกลางหลายประเทศยังคงเดินหน้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้นเพื่อสะสมเป็นทุนสำรอง

  • มาตรการควบคุมของจีน ทางการจีนเริ่มมีมาตรการควบคุมการเก็งกำไรในตลาดซื้อขายล่วงหน้า (Futures) ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนจากการถูกกองทุนเทขายทำกำไรลงได้


คำแนะนำสำหรับนักลงทุน

นายกสมาคมค้าทองคำ ได้ให้คำแนะนำสำหรับนักลงทุนเพื่อรับมือกับสภาวะตลาดในปัจจุบัน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  • นักลงทุนที่ถือสถานะขาดทุน (ติดดอย) หากเป็น "เงินเย็น" แนะนำให้อดทนถือครองต่อไปในระยะยาว

  • นักลงทุนที่รอจังหวะเข้าซื้อ หากใช้เงินเย็นและมีระยะเวลาถือครองอย่างน้อย 3-4 เดือนขึ้นไป แนะนำให้ทยอยสะสมเมื่อราคาทองคำย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับ 4,100 เหรียญสหรัฐฯ ต้นๆ


จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน