"EEC" จ่อแซงกรุงเทพฯ ขึ้นแท่นฮับ Data Center คาดความจุไทยโตพุ่ง 59% ต่อปี

Share on Line Share on Facebook Share on X
"EEC" จ่อแซงกรุงเทพฯ ขึ้นแท่นฮับ Data Center คาดความจุไทยโตพุ่ง 59% ต่อปี

"EEC" จ่อแซงหน้ากรุงเทพฯ ขึ้นแท่นฮับ Data Center ไทย


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในประเทศไทยเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมูลค่าโครงการที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เพิ่มจาก 98,000 ล้านบาทในปี 2567 เป็น 335,000 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ส่งผลให้ความจุดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยมีแนวโน้มขยายตัวเฉลี่ยประมาณ 59% ต่อปี ในช่วงปี 2569-2571


ปัจจุบัน กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์หลักของประเทศ โดยมีสัดส่วนความจุประมาณ 52% ของทั้งประเทศ ขณะที่พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) มีสัดส่วนประมาณ 41% สะท้อนว่าการลงทุนยังคงกระจุกตัวในพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ


อย่างไรก็ตาม พื้นที่ EEC มีแนวโน้มก้าวขึ้นเป็นฐานการเติบโตแห่งใหม่ของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ จากความพร้อมด้านที่ดินและนิคมอุตสาหกรรมที่สามารถรองรับโครงการขนาดใหญ่ รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน เช่น สิทธิการเช่าที่ดินระยะยาว และระบบ EEC Fast Pass ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมและการก่อสร้าง


สรุปข่าว

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยขยายตัวต่อเนื่อง หลังโครงการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด พื้นที่ EEC มีแนวโน้มก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของประเทศ จากโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน

"EEC" จ่อแซงหน้ากรุงเทพฯ ขึ้นแท่นฮับ Data Center ไทย


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในประเทศไทยเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมูลค่าโครงการที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เพิ่มจาก 98,000 ล้านบาทในปี 2567 เป็น 335,000 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ส่งผลให้ความจุดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยมีแนวโน้มขยายตัวเฉลี่ยประมาณ 59% ต่อปี ในช่วงปี 2569-2571


ปัจจุบัน กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์หลักของประเทศ โดยมีสัดส่วนความจุประมาณ 52% ของทั้งประเทศ ขณะที่พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) มีสัดส่วนประมาณ 41% สะท้อนว่าการลงทุนยังคงกระจุกตัวในพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ


อย่างไรก็ตาม พื้นที่ EEC มีแนวโน้มก้าวขึ้นเป็นฐานการเติบโตแห่งใหม่ของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ จากความพร้อมด้านที่ดินและนิคมอุตสาหกรรมที่สามารถรองรับโครงการขนาดใหญ่ รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน เช่น สิทธิการเช่าที่ดินระยะยาว และระบบ EEC Fast Pass ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมและการก่อสร้าง


โจทย์ใหญ่ EEC คือ ความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน 

ปัจจุบันมีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ EEC ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและคาดว่าจะเปิดดำเนินการภายในปี 2571 รวมกำลังการรองรับ 149.9 เมกะวัตต์ (MW) สูงกว่าพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งมีโครงการใหม่รวมประมาณ 76.7 เมกะวัตต์ หรือเกือบ 2 เท่า สะท้อนว่า EEC มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ของประเทศไทย


ทั้งนี้ การขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ใน EEC ยังขึ้นอยู่กับความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าและแหล่งน้ำ ปัจจุบันโครงข่ายไฟฟ้าในพื้นที่ยังรองรับการลงทุนได้อย่างจำกัด แต่ภาครัฐอยู่ระหว่างเพิ่มศักยภาพระบบไฟฟ้ารวม 1,150 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น 400 เมกะวัตต์ที่เปิดใช้งานแล้ว และอีก 750 เมกะวัตต์อยู่ระหว่างดำเนินการ


ด้านทรัพยากรน้ำ พื้นที่ชลบุรีและระยองยังเผชิญข้อจำกัดจากความต้องการใช้น้ำของภาคอุตสาหกรรมที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่จังหวัดฉะเชิงเทรายังมีปริมาณน้ำสำรองสำหรับการใช้งานประมาณ 63% จึงมีศักยภาพในการรองรับการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์มากกว่าพื้นที่อื่นใน EEC

ที่มาข้อมูล : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ที่มารูปภาพ : GPT Image

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ