จบแล้ว! แบงก์ชาติ ชี้เศรษฐกิจไทยพ้น "Perfect Storm" หลังจากนี้ทิศทางดีขึ้น

Share on Line Share on Facebook Share on X
จบแล้ว! แบงก์ชาติ ชี้เศรษฐกิจไทยพ้น "Perfect Storm" หลังจากนี้ทิศทางดีขึ้น

"แบงก์ชาติ" ชี้เศรษฐกิจไทยพ้น "Perfect Storm" แล้ว มั่นใจไตรมาส 2 แตะจุดต่ำสุด ก่อนฟื้นตัวในไตรมาส 3 ปีนี้ 


ธปท.มองเศรษฐกิจไทยผ่านช่วงยากที่สุดของปี หลังไตรมาส 2 เจอแรงกดดันจากสงคราม ต้นทุนพลังงาน และท่องเที่ยวชะลอ แต่ส่งออกเทคฯ-Data Center ยังเป็นแรงหนุน คาดไตรมาส 3 สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย


ธปท.เชื่อเศรษฐกิจไทยผ่านช่วงหนักสุดของปีแล้ว


ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 น่าจะเป็นช่วงที่อ่อนแอที่สุดของปี หลังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งราคาพลังงานที่พุ่งสูง ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง และการชะลอตัวของภาคการท่องเที่ยว แต่เชื่อว่าตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป สถานการณ์จะเริ่มผ่อนคลายและมีทิศทางดีขึ้น


น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษก ธปท. กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 เปรียบเสมือนการเผชิญ "Perfect Storm" หรือสถานการณ์ที่ปัจจัยลบหลายด้านเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่เชื่อว่าช่วงเวลาดังกล่าวได้ผ่านพ้นไปแล้ว


"มองว่าไตรมาส 3 เศรษฐกิจจะเริ่มผ่อนคลายได้มากขึ้น และจะดีกว่าไตรมาส 2 ซึ่งเหมือนเป็น Perfect Storm เชื่อว่าไตรมาส 2 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้แล้ว"

สาเหตุเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 2 ชะลอตัว 


หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจชะลอลง คือ การลดลงของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากตะวันออกกลาง ยุโรป และตลาดระยะใกล้ หลังสายการบินลดเที่ยวบินจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น และข้อจำกัดด้านการเดินทางจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง


ผลกระทบดังกล่าวส่งต่อมายังภาคบริการ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ซึ่งชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด


ขณะเดียวกัน การบริโภคภาคเอกชนก็อ่อนแรงลงจากค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้ว่าจะเริ่มได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงเดือนมิถุนายนก็ตาม


การใช้จ่ายของประชาชนลดลงในเกือบทุกหมวด โดยเฉพาะโรงแรม ร้านอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง หลังจากมีการเร่งใช้จ่ายไปก่อนหน้า ส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าปรับลดลงเล็กน้อย หลังสิ้นสุดมาตรการสนับสนุน EV 3.0


ภาคอุตสาหกรรมในไตรมาส 2 ได้รับผลกระทบจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมันบางแห่ง ส่งผลให้การผลิตปิโตรเลียมลดลง ขณะที่การผลิตเคมีภัณฑ์ชะลอตัวตามต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น รวมถึงการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ต่างประเทศ


อย่างไรก็ตาม ธปท.มองว่า ภาคการส่งออกยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลก รวมถึงการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ขยายตัวต่อเนื่อง


การลงทุนภาคเอกชนยังปรับตัวดีขึ้นตามความต้องการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ขณะที่การนำเข้าขยายตัวจากการนำเข้าน้ำมันดิบเพื่อสำรองใช้ในประเทศ รวมถึงวัตถุดิบและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการผลิตเพื่อการส่งออก


สรุปข่าว

* ธปท.ประเมินเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 2569 เป็นจุดต่ำสุดของปี หลังเผชิญปัจจัยลบหลายด้านพร้อมกัน หรือ "Perfect Storm" * คาดไตรมาส 3 เศรษฐกิจจะทยอยฟื้นตัว จากแรงกดดันด้านพลังงานและการเดินทางที่ผ่อนคลายลง ขณะที่การส่งออกสินค้าเทคโนโลยียังเติบโต * ย้ำยังต้องจับตาสงคราม นโยบายการค้าสหรัฐฯ การท่องเที่ยว ค่าครองชีพ และความเสี่ยงจากเอลนีโญ

"แบงก์ชาติ" ชี้เศรษฐกิจไทยพ้น "Perfect Storm" แล้ว มั่นใจไตรมาส 2 แตะจุดต่ำสุด ก่อนฟื้นตัวในไตรมาส 3 ปีนี้ 


ธปท.มองเศรษฐกิจไทยผ่านช่วงยากที่สุดของปี หลังไตรมาส 2 เจอแรงกดดันจากสงคราม ต้นทุนพลังงาน และท่องเที่ยวชะลอ แต่ส่งออกเทคฯ-Data Center ยังเป็นแรงหนุน คาดไตรมาส 3 สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย


ธปท.เชื่อเศรษฐกิจไทยผ่านช่วงหนักสุดของปีแล้ว


ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 น่าจะเป็นช่วงที่อ่อนแอที่สุดของปี หลังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งราคาพลังงานที่พุ่งสูง ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง และการชะลอตัวของภาคการท่องเที่ยว แต่เชื่อว่าตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป สถานการณ์จะเริ่มผ่อนคลายและมีทิศทางดีขึ้น


น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษก ธปท. กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 เปรียบเสมือนการเผชิญ "Perfect Storm" หรือสถานการณ์ที่ปัจจัยลบหลายด้านเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่เชื่อว่าช่วงเวลาดังกล่าวได้ผ่านพ้นไปแล้ว


"มองว่าไตรมาส 3 เศรษฐกิจจะเริ่มผ่อนคลายได้มากขึ้น และจะดีกว่าไตรมาส 2 ซึ่งเหมือนเป็น Perfect Storm เชื่อว่าไตรมาส 2 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้แล้ว"

สาเหตุเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 2 ชะลอตัว 


หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจชะลอลง คือ การลดลงของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากตะวันออกกลาง ยุโรป และตลาดระยะใกล้ หลังสายการบินลดเที่ยวบินจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น และข้อจำกัดด้านการเดินทางจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง


ผลกระทบดังกล่าวส่งต่อมายังภาคบริการ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ซึ่งชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด


ขณะเดียวกัน การบริโภคภาคเอกชนก็อ่อนแรงลงจากค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้ว่าจะเริ่มได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงเดือนมิถุนายนก็ตาม


การใช้จ่ายของประชาชนลดลงในเกือบทุกหมวด โดยเฉพาะโรงแรม ร้านอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง หลังจากมีการเร่งใช้จ่ายไปก่อนหน้า ส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าปรับลดลงเล็กน้อย หลังสิ้นสุดมาตรการสนับสนุน EV 3.0


ภาคอุตสาหกรรมในไตรมาส 2 ได้รับผลกระทบจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมันบางแห่ง ส่งผลให้การผลิตปิโตรเลียมลดลง ขณะที่การผลิตเคมีภัณฑ์ชะลอตัวตามต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น รวมถึงการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ต่างประเทศ


อย่างไรก็ตาม ธปท.มองว่า ภาคการส่งออกยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลก รวมถึงการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ขยายตัวต่อเนื่อง


การลงทุนภาคเอกชนยังปรับตัวดีขึ้นตามความต้องการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ขณะที่การนำเข้าขยายตัวจากการนำเข้าน้ำมันดิบเพื่อสำรองใช้ในประเทศ รวมถึงวัตถุดิบและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการผลิตเพื่อการส่งออก


เงินเฟ้อขยับ ดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาติดลบ


ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นตามตลาดโลก ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานปรับเพิ่มจากหมวดอาหารสำเร็จรูป เนื่องจากผู้ประกอบการทยอยส่งผ่านต้นทุนมายังผู้บริโภค


ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาขาดดุล จากการนำเข้าพลังงานที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการส่งกลับกำไรและเงินปันผลของธุรกิจต่างชาติในช่วงเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้ดุลบริการ รายได้ และเงินโอนติดลบ


ตลาดแรงงานดีขึ้นเล็กน้อย แต่ยังต้องจับตาภาคการผลิต


ธปท.ระบุว่า ตลาดแรงงานโดยรวมปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แต่ยังต้องติดตามการจ้างงานในภาคการผลิตอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผู้ประกอบการยังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น



5 ความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง


แม้ ธปท.จะเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยผ่านช่วงที่ยากที่สุดของปีแล้ว แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบการฟื้นตัวในระยะต่อไป ได้แก่


- ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

- การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว

- ผลกระทบจากค่าครองชีพและต้นทุนที่ยังอยู่ในระดับสูงต่อครัวเรือนและภาคธุรกิจ

- ประสิทธิผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ

- พัฒนาการของสถานการณ์เอลนีโญที่อาจกระทบภาคเกษตรและเศรษฐกิจในภาพรวม


โดย ธปท.มองว่า หากปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ไม่รุนแรงกว่าที่คาดไว้ เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปีมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวจากแรงหนุนของภาคส่งออก การลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และมาตรการภาครัฐ แม้การฟื้นตัวยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลกอยู่ก็ตาม

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ