“อนุทิน” ชี้แจงสภาฯ ขอโอนงบปี 2569 หมื่นล้านบาท รับฉุกเฉิน-วิกฤตเศรษฐกิจ

Share on Line Share on Facebook Share on X
“อนุทิน” ชี้แจงสภาฯ ขอโอนงบปี 2569 หมื่นล้านบาท รับฉุกเฉิน-วิกฤตเศรษฐกิจ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นำเสนอร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ....ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยกล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... มีหลักการให้โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 69 ของหน่วยรับงบประมาณเป็นบางรายการ ไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 10,328,065,100 บาท


โดยในปีงบประมาณ 69 ประเทศไทยเผชิญวิกฤตการณ์ด้านเศรษฐกิจและสังคม จากปัจจัยทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม


ทั้งนี้ รัฐบาลภารกิจเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาฟื้นฟูและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว โดยที่ผ่านมา รัฐบาลได้ใช้จ่ายจบกลาง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้งบกลางที่ตั้งไว้จำนวน 9.9 หมื่นล้านบาทไม่เพียงพอ 


รวมทั้งอาจมีเหตุฉุกเฉินจำเป็นจากสถานการณ์สาธารณภัยอื่นที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ 69 จึงมีความจำเป็นต้องโอนงบประมาณรายจ่ายบางรายการที่หน่วยรับงบประมาณได้รับจัดสรรตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 69 ไปตั้งเป็นงบกลาง




สรุปข่าว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นำเสนอร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 69 ของหน่วยรับงบประมาณเป็นบางรายการ ไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 10,328,065,100 บาท

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นำเสนอร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ....ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยกล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... มีหลักการให้โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 69 ของหน่วยรับงบประมาณเป็นบางรายการ ไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 10,328,065,100 บาท


โดยในปีงบประมาณ 69 ประเทศไทยเผชิญวิกฤตการณ์ด้านเศรษฐกิจและสังคม จากปัจจัยทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม


ทั้งนี้ รัฐบาลภารกิจเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาฟื้นฟูและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว โดยที่ผ่านมา รัฐบาลได้ใช้จ่ายจบกลาง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้งบกลางที่ตั้งไว้จำนวน 9.9 หมื่นล้านบาทไม่เพียงพอ 


รวมทั้งอาจมีเหตุฉุกเฉินจำเป็นจากสถานการณ์สาธารณภัยอื่นที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ 69 จึงมีความจำเป็นต้องโอนงบประมาณรายจ่ายบางรายการที่หน่วยรับงบประมาณได้รับจัดสรรตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 69 ไปตั้งเป็นงบกลาง




เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว รวมทั้งกรณีมีเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ หรือจำเป็นเร่งด่วนอื่น ๆ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการคือ


1.เพื่อนำรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 69 ของหน่วยรับงบประมาณที่คาดว่าไม่สามารถดำเนินการได้ทันในปีงบประมาณ หรือสามารถชะลอการดำเนินการได้จำนวนทั้งสิ้น 10,328,065,100 บาท ไปตั้งเป็นงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น


2.เพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมรวม ทั้งกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วนอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปีงบประมาณ 69 และเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินให้ทันต่อสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

"รัฐบาลเห็นว่า กฎหมายการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี มีความสอดคล้องกับกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ รวมทั้งจะทำให้การบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 69 มีประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการแก้ไขปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน"นายอนุทิน กล่าว


สำหรับร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ที่เสนอต่อสภาฯ ประกอบด้วย


1) รายจ่ายประจำในทุกงบรายจ่าย ที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายและไม่มีข้อผูกพันหรือสามารถชะลอข้อผูกพันได้ ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2569 อาทิ ค่าใช้จ่ายในการสัมมนา การฝึกอบรม การประชาสัมพันธ์ และการเดินทางไปราชการต่างประเทศ


2) รายจ่ายลงทุนในทุกงบรายจ่าย อาทิ รายการปีเดียวและรายการผูกพันข้ามปีงบประมาณที่ยังไม่สามารถประกวดราคา หรือจัดซื้อจัดจ้างได้ภายในวันที่ 2 มิถุนายน 2569 หรือรายการที่หน่วยรับงบประมาณพิจารณาแล้วเห็นว่าหมดความจำเป็น และต้องการยกเลิกหรือสามารถชะลอการดำเนินการได้ โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการ หรือไม่สามารถเบิกจ่ายได้ในปีงบประมาณ 69


นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลได้คำนึงถึงการบริหารงบประมาณรายจ่ายในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปีงบประมาณตามแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐที่จำเป็นในการให้บริการสาธารณะภาครัฐ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามสิทธิและสวัสดิการ เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม รวมทั้งการสร้างงานและรายได้ในระดับพื้นที่ ซึ่งเมื่อร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย มีผลใช้บังคับ หน่วยรับงบประมาณจะสามารถขอรับการจัดสรรงบกลาง เพื่อนำไปดำเนินภารกิจที่มีความเร่งด่วน ฉุกเฉินหรือจำเป็นได้


"รัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากท่านสมาชิกในการรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย เพื่อให้รัฐบาลสามารถนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้ในการดำเนินภารกิจที่มีความจำเป็นเร่งด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า โปร่งใส และก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมต่อประเทศชาติและประชาชน"นายอนุทิน กล่าว

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ