
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงอุทิศพระองค์ในการทรงงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจชุมชน และการสร้างอาชีพ ด้วยพระอัจฉริยภาพ และสายพระเนตรที่ก้าวไกล นำไปสู่การปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีโครงการสำคัญต่าง เช่น มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ และ โครงการกำลังใจ
มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ สืบเนื่องมาจากการผลักดันข้อกำหนดกรุงเทพ ทรงตระหนักว่าไม่มีใครอยากทำผิด จึงทรงเริ่มจัดตั้ง "สำนักงานผลิตภัณฑ์ในพระดำริ" จากห้องทำงานเล็ก ๆ เพื่อเป็นตัวกลางแสวงหาโอกาสให้กลุ่มผู้ขาดโอกาส จนพัฒนามาเป็นมูลนิธิ ณภาฯ อย่างเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2557 มูลนิธิฯ ทำหน้าที่จัดฝึกอบรมวิชาชีพและทักษะชีวิตให้แก่ผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ
ส่งเสริมการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ "จัน" "ธรา" และ "ไอศกรีมไทย" เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง อีกทั้งยังสนับสนุนสโมสรกีฬา บีบีจี เพื่อพัฒนาเยาวชนที่ขาดโอกาสให้ไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ และดำเนินงานด้านการพัฒนาชุมชนด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอำเภอบ้านดุง
ขณะที่การจัดตั้ง "โครงการกำลังใจ” เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขัง อันมีจุดเริ่มต้นจากพระราชดำริที่ได้เสด็จเยี่ยมทัณฑสถานหญิงกลาง และทรงเล็งเห็นปัญหาของผู้ต้องขังหญิง ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง หญิงตั้งครรภ์ และเด็กติดผู้ต้องขัง จึงมีพระดำริให้จัดตั้ง โครงการกำลังใจในพระดำริฯ ในปี พ.ศ.2549 มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ
สรุปข่าว
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงอุทิศพระองค์ในการทรงงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจชุมชน และการสร้างอาชีพ ด้วยพระอัจฉริยภาพ และสายพระเนตรที่ก้าวไกล นำไปสู่การปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีโครงการสำคัญต่าง เช่น มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ และ โครงการกำลังใจ
มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ สืบเนื่องมาจากการผลักดันข้อกำหนดกรุงเทพ ทรงตระหนักว่าไม่มีใครอยากทำผิด จึงทรงเริ่มจัดตั้ง "สำนักงานผลิตภัณฑ์ในพระดำริ" จากห้องทำงานเล็ก ๆ เพื่อเป็นตัวกลางแสวงหาโอกาสให้กลุ่มผู้ขาดโอกาส จนพัฒนามาเป็นมูลนิธิ ณภาฯ อย่างเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2557 มูลนิธิฯ ทำหน้าที่จัดฝึกอบรมวิชาชีพและทักษะชีวิตให้แก่ผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ
ส่งเสริมการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ "จัน" "ธรา" และ "ไอศกรีมไทย" เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง อีกทั้งยังสนับสนุนสโมสรกีฬา บีบีจี เพื่อพัฒนาเยาวชนที่ขาดโอกาสให้ไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ และดำเนินงานด้านการพัฒนาชุมชนด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอำเภอบ้านดุง
ขณะที่การจัดตั้ง "โครงการกำลังใจ” เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขัง อันมีจุดเริ่มต้นจากพระราชดำริที่ได้เสด็จเยี่ยมทัณฑสถานหญิงกลาง และทรงเล็งเห็นปัญหาของผู้ต้องขังหญิง ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง หญิงตั้งครรภ์ และเด็กติดผู้ต้องขัง จึงมีพระดำริให้จัดตั้ง โครงการกำลังใจในพระดำริฯ ในปี พ.ศ.2549 มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ
หลังจากนั้นโครงการกำลังใจได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เกิดการแก้ไขกฎหมายและมาตรฐานการดูแลผู้ต้องขัง นำไปสู่การยอมรับข้อกำหนดของสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง และมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิงหรือ “Bangkok Rules” โดยในปี 2553 เป็นความก้าวหน้าหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมไทย และได้ขยายผลไปสู่การพัฒนาผู้ต้องขังทุกเพศทุกวัย เน้นการสร้างงานสร้างอาชีพ ให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ
ผ่านการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะต่างๆ แก่ผู้ต้องขัง ที่สามารถใช้เลี้ยงชีพได้จริง โดยร่วมมือกับหน่วยงานและบริษัทต่างๆ เช่น ร่วมมือกับกลุ่มอาชีพผ้าปักมือบ้านสันกอง จังหวัดเชียงราย เข้ามาสอนการเย็บและปักผ้า ร่วมมือกับสำนักพัฒนาธุรกิจทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ในการอบรมทักษะการขายของออนไลน์ การเป็นไรเดอร์
ที่สำคัญ คือ ผลิตภัณฑ์จากผู้ต้องขัง ได้ถูกพัฒนาจนกลายเป็นสินค้าที่ได้รับมาตรฐาน OTOP มากกว่า 74 รายการ วางขายผ่านร้านและบูธจำหน่าย “Inspire กำลังใจ” สร้างรายได้ในเรือนจำในโครงการฯ เฉลี่ยเดือนละ 7.5 หมื่นบาท นำมาสู่เงินปันผลที่ผู้ต้องขังจะได้รับตามสัดส่วน เฉลี่ยครั้งละไม่ต่ำกว่า 500 - 1,000 บาทต่อคน และผู้ต้องขังในเรือนจำตามโครงการฯ จะได้รับเงินปันผลจากกองทุนกำลังใจฯ เฉลี่ยอีกครั้งละ 5 พันบาทต่อเรือนจำ
นอกจากนี้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทางโครงการยังมีการยกย่องผู้พ้นโทษที่ประกอบอาชีพสุจริตเป็น “คนต้นแบบ” ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 300 คน โดยเชิญมาพูดคุยกับเรือนจำต่างๆ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นวิทยากรในโครงการ “พี่สอนน้อง” แก่ผู้ต้องขังเพื่อแบ่งปันประสบการณ์และแรงบันดาลใจ พร้อมกันนี้ยังสร้างเครือข่ายเพื่อนช่วยเพื่อน สนับสนุนการฟื้นฟูผู้พ้นโทษ และยังทดลองจัดตั้งบ้านกึ่งวิถี (Halfway House) รองรับผู้พ้นโทษที่ยังไม่พร้อมกลับสู่ชุมชน
- กรมเจ้าท่า จัดเรือรับ-ส่งฟรี 3 เส้นทาง รองรับประชาชนร่วมถวายสักการะพระศพ
- สน. พระราชวัง ประชาสัมพันธ์ เส้นทางขบวนอัญเชิญพระศพฯ
- รัฐบาล สั่งสถานที่ราชการ-หน่วยงานรัฐลดธงครึ่งเสา - ไว้ทุกข์ เป็นเวลา 15 วัน
- ราชบัณฑิตยสภา เผยตัวอย่างถ้อยคำแสดงความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
- แถลงการณ์นายกฯ ถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สิ้นพระชนม์
ที่มาข้อมูล : กรมประชาสัมพันธ์
ที่มารูปภาพ : กรมประชาสัมพันธ์
รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ
