
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยข้อมูลว่าอาจใช้เงินช่วยเหลือยูเครนที่สภาคองเกรสอนุมัติไม่หมดจนถึงปีที่ทรัมป์พ้นตำแหน่ง โดยรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้แจ้งต่อสมาชิกรัฐสภาว่า จะยังไม่สามารถใช้จ่ายเงินช่วยเหลือยูเครนมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1 หมื่น 3 พันล้านบาท ที่สภาคองเกรสอนุมัติได้ครบทั้งหมดจนถึงปีงบประมาณ 2029 แม้ขณะนี้ยูเครนกำลังขาดแคลนอาวุธที่จำเป็นอย่างหนักในการรับมือการโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซีย
แหล่งข่าวที่ทราบรายละเอียดเปิดเผยเมื่อวานนี้ (27 กรกฎาคม) ว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ส่งจดหมายถึงสมาชิกสภานิติบัญญัติในเดือนพฤษภาคมเพื่อชี้แจงแผนการใช้จ่ายเงินดังกล่าวโดยเงินจำนวนนี้เป็นงบประมาณที่สมาชิกสภาคองเกรสจากทั้งสองพรรคสนับสนุนเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่สภาคองเกรสได้แสดงความไม่พอใจต่อความล่าช้าในการใช้จ่ายเงินมาโดยตลอด ซึ่งมองว่าล่าช้าผิดปกติสำหรับความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่
ตามกำหนดการส่งมอบ เงินดังกล่าวจะถูกผูกพันงบประมาณภายในปีงบประมาณ 2026 ซึ่งสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน ขณะที่การส่งมอบความช่วยเหลือทั้งหมดคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปีที่สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2029 โดยวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของทรัมป์จะสิ้นสุดลงในวันที่ 20 มกราคม 2029
อย่างไรก็ตาม คาดว่าประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ที่จะเดินทางเยือนสหรัฐฯ และเข้าพบทรัมป์ที่ทำเนียบขาวในวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น เขาจะเดินหน้าผลักดันให้สหรัฐฯ เร่งจัดส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ยูเครนต้องการอย่างเร่งด่วน รวมถึงการเดินหน้าข้อตกลงด้านโดรนกับสหรัฐฯ หลังจากนั้น เซเลนสกีคาดว่าจะเดินทางไปยังอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อพบกับวุฒิสมาชิกทั้ง 100 คน ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรอยู่ระหว่างปิดสมัยประชุมภาคฤดูร้อน
ช่วงที่ผ่านมา ทรัมป์มีท่าทีเป็นบวกต่อยูเครนมากขึ้น โดยอนุมัติข้อเสนอให้ยูเครนได้รับใบอนุญาตผลิตขีปนาวุธสกัดกั้นของระบบแพทริออต และส่งสัญญาณว่าเขาจะลงนามในร่างกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียที่เสนอโดยวุฒิสมาชิกลินด์ซีย์ แกรม สมาชิกพรรครีพับลิกันและพันธมิตรใกล้ชิดของทรัมป์ในวุฒิสภา
ทั้งนี้ การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของแกรมทำให้เกิดคำถามว่า ท่าทีที่ทรัมป์เริ่มหันมาสนับสนุนยูเครนมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา จะยังคงดำเนินต่อไปหรือไม่ หากไม่มีแกรมเป็นผู้ผลักดัน โดยเฉพาะในประเด็นกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียและความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน
สรุปข่าว
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยข้อมูลว่าอาจใช้เงินช่วยเหลือยูเครนที่สภาคองเกรสอนุมัติไม่หมดจนถึงปีที่ทรัมป์พ้นตำแหน่ง โดยรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้แจ้งต่อสมาชิกรัฐสภาว่า จะยังไม่สามารถใช้จ่ายเงินช่วยเหลือยูเครนมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1 หมื่น 3 พันล้านบาท ที่สภาคองเกรสอนุมัติได้ครบทั้งหมดจนถึงปีงบประมาณ 2029 แม้ขณะนี้ยูเครนกำลังขาดแคลนอาวุธที่จำเป็นอย่างหนักในการรับมือการโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซีย
แหล่งข่าวที่ทราบรายละเอียดเปิดเผยเมื่อวานนี้ (27 กรกฎาคม) ว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ส่งจดหมายถึงสมาชิกสภานิติบัญญัติในเดือนพฤษภาคมเพื่อชี้แจงแผนการใช้จ่ายเงินดังกล่าวโดยเงินจำนวนนี้เป็นงบประมาณที่สมาชิกสภาคองเกรสจากทั้งสองพรรคสนับสนุนเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่สภาคองเกรสได้แสดงความไม่พอใจต่อความล่าช้าในการใช้จ่ายเงินมาโดยตลอด ซึ่งมองว่าล่าช้าผิดปกติสำหรับความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่
ตามกำหนดการส่งมอบ เงินดังกล่าวจะถูกผูกพันงบประมาณภายในปีงบประมาณ 2026 ซึ่งสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน ขณะที่การส่งมอบความช่วยเหลือทั้งหมดคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปีที่สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2029 โดยวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของทรัมป์จะสิ้นสุดลงในวันที่ 20 มกราคม 2029
อย่างไรก็ตาม คาดว่าประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ที่จะเดินทางเยือนสหรัฐฯ และเข้าพบทรัมป์ที่ทำเนียบขาวในวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น เขาจะเดินหน้าผลักดันให้สหรัฐฯ เร่งจัดส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ยูเครนต้องการอย่างเร่งด่วน รวมถึงการเดินหน้าข้อตกลงด้านโดรนกับสหรัฐฯ หลังจากนั้น เซเลนสกีคาดว่าจะเดินทางไปยังอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อพบกับวุฒิสมาชิกทั้ง 100 คน ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรอยู่ระหว่างปิดสมัยประชุมภาคฤดูร้อน
ช่วงที่ผ่านมา ทรัมป์มีท่าทีเป็นบวกต่อยูเครนมากขึ้น โดยอนุมัติข้อเสนอให้ยูเครนได้รับใบอนุญาตผลิตขีปนาวุธสกัดกั้นของระบบแพทริออต และส่งสัญญาณว่าเขาจะลงนามในร่างกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียที่เสนอโดยวุฒิสมาชิกลินด์ซีย์ แกรม สมาชิกพรรครีพับลิกันและพันธมิตรใกล้ชิดของทรัมป์ในวุฒิสภา
ทั้งนี้ การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของแกรมทำให้เกิดคำถามว่า ท่าทีที่ทรัมป์เริ่มหันมาสนับสนุนยูเครนมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา จะยังคงดำเนินต่อไปหรือไม่ หากไม่มีแกรมเป็นผู้ผลักดัน โดยเฉพาะในประเด็นกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียและความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน
- เพนตากอน เปิดข้อมูลทหารบาดเจ็บ 624 นาย นับตั้งแต่เปิดปฏิบัติการในอิหร่าน
- ยูเครนเผยผู้เสียชีวิตพุ่ง ก.ค.เดือนเดียวมากที่สุด นับตั้งแต่สงครามปี 2022
- สหรัฐฯ ปฏิเสธข่าวกระสุนใกล้หมด หลังหยุดโจมตีอิหร่านชั่วคราว
- ทรัมป์สวมหมวก “TRUMP 2028” นักข่าวงง จะลงเลือกตั้งอีก?
- ซาอุฯ ยอมหรือไม่ ? ร่วมข้อตกลงอับราฮัม แลกดีลนิวเคลียร์สหรัฐฯ
