ศุภจี เผย "ปุ๋ยคนละครึ่ง" มาแน่ จับมือเอกชน ช่วยลดภาระเกษตรกร

Share on Line Share on Facebook Share on X
ศุภจี เผย "ปุ๋ยคนละครึ่ง" มาแน่ จับมือเอกชน ช่วยลดภาระเกษตรกร

"ศุภจี" ผนึกเอกชน แจ้งสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย หลังเรือขนส่งที่ติดค้างเริ่มเดินทางได้ตามปกติ เดินหน้าเจรจาอิหร่าน-รัสเซียหนุนซัพพลายเต็มที่ มั่นใจทิศทางราคาตลาดโลกเริ่มปรับลดลงแล้ว ลุยมาตรการ ‘ปุ๋ยธงเขียว’ จ่อคลอด ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยลดภาระเกษตรกรไทย


นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายเทพวิทย์ เตียวสุรัตน์กุล อุปนายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจเกษตรไทย และนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ร่วมกันแถลงถึงสถานการณ์การบริหารจัดการปุ๋ย

          

นางศุภจีกล่าวว่า รัฐบาลในฐานะทีมประเทศไทยได้ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด แม้จะยังมีความไม่แน่นอนเรื่องการยุติสงคราม แต่ยืนยันว่าจะควบคุมทั้งปริมาณไม่ให้ขาดแคลนและดูแลราคาให้เหมาะสม ล่าสุดได้รับข่าวดีว่าเรือขนส่งปุ๋ย 5 ลำที่เคยติดอยู่ในช่องแคบ สามารถประสานจนหลุดออกมาได้แล้ว 2 ลำ และอีก 1 ลำ มีการปรับเส้นทางขนถ่ายสินค้าทางบกเพื่อลงเรือที่ทะเลแดงมุ่งหน้าสู่ประเทศไทย ทำให้สถานการณ์ซัพพลายเริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 


นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินโครงการ "ไทยช่วยไทย ปุ๋ยธงเขียว" เพื่อลดภาระต้นทุนให้เกษตรกร โดยตั้งเป้ากระจายไป 40 จังหวัด ปัจจุบันทำแล้ว 6 จังหวัด และจะทำต่อเนื่องไปจนถึงเดือน สิงหาคม 2569 นี้ ส่วนในด้านการควบคุมราคา กรมการค้าภายในได้ดำเนินคดีกับผู้ขายปุ๋ยเกินราคาไปแล้วกว่า 1,640 ราย และขอให้เกษตรกรแจ้งเบาะแสหากพบการเอาเปรียบ

          

นางศุภจี ระบุว่า สำหรับแผนระยะยาว รัฐบาลได้เตรียมโครงการ "ปุ๋ยคนละครึ่งและเมล็ดพันธุ์คนละครึ่ง" โดยจะสนับสนุนเงินกู้ผ่าน ธ.ก.ส.ครึ่งหนึ่ง เพื่อให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยได้ตรงตามสภาพดินและเพิ่มผลผลิตให้ตรงความต้องการตลาด อีกทั้งยังมีการเจรจากับประเทศมิตรไมตรีอย่างจีนและรัสเซียเพื่อเป็นแหล่งนำเข้าสำรองหากเส้นทางปกติมีปัญหา 

          

สรุปข่าว

รัฐบาลเดินหน้ามาตรการช่วยเกษตรกร หลังสถานการณ์ปุ๋ยเริ่มคลี่คลายและราคาตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง พร้อมขยายโครงการ “ปุ๋ยธงเขียว” และเตรียมเปิดตัว “ปุ๋ยคนละครึ่ง” ร่วมกับภาคเอกชนเพื่อลดต้นทุนการผลิต กระทรวงพาณิชย์ยืนยันปริมาณปุ๋ยมีเพียงพอ ไม่ขาดแคลน หลังเรือขนส่งกลับมาเดินทางได้ตามปกติ และได้รับความร่วมมือจากอิหร่าน-รัสเซียในการสนับสนุนซัพพลายปุ๋ยให้ไทยอย่างต่อเนื่อง.

"ศุภจี" ผนึกเอกชน แจ้งสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย หลังเรือขนส่งที่ติดค้างเริ่มเดินทางได้ตามปกติ เดินหน้าเจรจาอิหร่าน-รัสเซียหนุนซัพพลายเต็มที่ มั่นใจทิศทางราคาตลาดโลกเริ่มปรับลดลงแล้ว ลุยมาตรการ ‘ปุ๋ยธงเขียว’ จ่อคลอด ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยลดภาระเกษตรกรไทย


นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายเทพวิทย์ เตียวสุรัตน์กุล อุปนายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจเกษตรไทย และนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ร่วมกันแถลงถึงสถานการณ์การบริหารจัดการปุ๋ย

          

นางศุภจีกล่าวว่า รัฐบาลในฐานะทีมประเทศไทยได้ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด แม้จะยังมีความไม่แน่นอนเรื่องการยุติสงคราม แต่ยืนยันว่าจะควบคุมทั้งปริมาณไม่ให้ขาดแคลนและดูแลราคาให้เหมาะสม ล่าสุดได้รับข่าวดีว่าเรือขนส่งปุ๋ย 5 ลำที่เคยติดอยู่ในช่องแคบ สามารถประสานจนหลุดออกมาได้แล้ว 2 ลำ และอีก 1 ลำ มีการปรับเส้นทางขนถ่ายสินค้าทางบกเพื่อลงเรือที่ทะเลแดงมุ่งหน้าสู่ประเทศไทย ทำให้สถานการณ์ซัพพลายเริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 


นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินโครงการ "ไทยช่วยไทย ปุ๋ยธงเขียว" เพื่อลดภาระต้นทุนให้เกษตรกร โดยตั้งเป้ากระจายไป 40 จังหวัด ปัจจุบันทำแล้ว 6 จังหวัด และจะทำต่อเนื่องไปจนถึงเดือน สิงหาคม 2569 นี้ ส่วนในด้านการควบคุมราคา กรมการค้าภายในได้ดำเนินคดีกับผู้ขายปุ๋ยเกินราคาไปแล้วกว่า 1,640 ราย และขอให้เกษตรกรแจ้งเบาะแสหากพบการเอาเปรียบ

          

นางศุภจี ระบุว่า สำหรับแผนระยะยาว รัฐบาลได้เตรียมโครงการ "ปุ๋ยคนละครึ่งและเมล็ดพันธุ์คนละครึ่ง" โดยจะสนับสนุนเงินกู้ผ่าน ธ.ก.ส.ครึ่งหนึ่ง เพื่อให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยได้ตรงตามสภาพดินและเพิ่มผลผลิตให้ตรงความต้องการตลาด อีกทั้งยังมีการเจรจากับประเทศมิตรไมตรีอย่างจีนและรัสเซียเพื่อเป็นแหล่งนำเข้าสำรองหากเส้นทางปกติมีปัญหา 

          

ข่าวดี เรือขนปุ๋ยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว


นายเทพวิทย์  เตียวสุรัตน์กุล อุปนายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย กล่าวว่า สถานการณ์ขาดแคลนปุ๋ยในตลาดโลกเริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียที่เคยขาดหายไปในช่วง 3 เดือนก่อนหน้า (มีนาคม-พฤษภาคม 2569) เริ่มมีการนำเข้าจากแถบตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว 


ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตในซาอุดีอาระเบียได้ปรับแผนขนส่งทางรถบรรทุกจากฝั่งตะวันออกไปยังท่าเรือทะเลแดงเพื่อส่งมาไทยอย่างต่อเนื่อง 


สำหรับแนวโน้มราคาเริ่มอ่อนตัวลง โดยเฉพาะกลุ่มไนโตรเจนและยูเรีย ส่วนสูตร NP และ NPK ราคาหยุดนิ่งและมีโอกาสปรับลดลงในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม ราคาในประเทศจะค่อยๆ ทยอยปรับลงตามต้นทุนจริงคล้ายกับสถานการณ์ราคาน้ำมัน แต่อาจไม่ลดลงทันทีเนื่องจากยังมีสต็อกต้นทุนเดิมอยู่ แต่ยืนยันว่าจะไม่ปรับขึ้นราคาแน่นอน

          

ขณะที่นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจเกษตรไทย  กล่าวถึงความคืบหน้าด้านการเจรจาระหว่างประเทศว่า รัฐบาลอิหร่านยืนยันพร้อมสนับสนุนปุ๋ยยูเรียให้ไทย และได้รับข้อมูลว่าจะไม่คิดค่าธรรมเนียมพิเศษหรือ หัวคิว สำหรับเรือที่จะเดินทางมายังประเทศไทย 


เช่นเดียวกับทางรัสเซียที่พร้อมให้ความร่วมมือในการซื้อขายปุ๋ยเคมีกับไทยในฐานะมิตรประเทศ ขอให้เกษตรกรอย่าตื่นตระหนกและมั่นใจได้ว่าปุ๋ยจะไม่ขาดแคลนแน่นอน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่สินค้าเกษตรไทย เช่น ข้าว มียอดส่งออกและราคาพุ่งสูงขึ้น ช่วยสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้กับเกษตรกรและช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

          

ทิศทางราคาปุ๋ยยูเรียลดลง


สำหรับนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า จากข้อมูลสถิติราคาว่า หากเปรียบเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงคราม ปุ๋ยยูเรียมีการปรับขึ้นสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 60% ส่วนปุ๋ยฟอสเฟตปรับขึ้นเฉลี่ย 20% และโพแทสเซียมปรับขึ้นเพียง 0.2% ปัจจุบันราคายูเรียมีทิศทางปรับลดลงชัดเจนที่สุด 


ทั้งนี้ กรมฯ มีการติดตามสต็อกปุ๋ยจากผู้ประกอบการทุก 15 วัน ยืนยันว่าปัจจุบันมีปุ๋ยทุกสูตรเพียงพอจำหน่าย อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือสื่อมวลชนไม่ลงรายละเอียดจำนวนสต็อกเชิงลึก เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลบางกลุ่มฉวยโอกาสกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไรจนเกิดราคาเทียมขึ้นในตลาด 


ซึ่งกรมฯ จะทำงานร่วมกับคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) และสมาคมต่างๆ เพื่อดูแลให้ราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงอย่างเป็นธรรมต่อไป

ที่มาข้อมูล : กระทรวงพาณิชย์

ที่มารูปภาพ : กระทรวงพาณิชย์

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ