
นายกฯ เปิด “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)”
ณ บริเวณโถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงการคลัง ผู้แทนสถาบันการเงิน และภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการร่วมด้วย
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้บริหารกระทรวงการคลังและผู้แทนภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการและรับฟังการนำเสนอแนวทางดำเนินงานจากหน่วยงานและผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
(อ่านข่าว : 15 มิ.ย. เปิดใช้วันแรก "ฟู้ดเดลิเวอรี" ไทยช่วยไทยพลัส เช็กวิธีใช้สิทธิที่นี่)
สรุปข่าว
นายกฯ เปิด “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)”
ณ บริเวณโถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงการคลัง ผู้แทนสถาบันการเงิน และภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการร่วมด้วย
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้บริหารกระทรวงการคลังและผู้แทนภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการและรับฟังการนำเสนอแนวทางดำเนินงานจากหน่วยงานและผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
(อ่านข่าว : 15 มิ.ย. เปิดใช้วันแรก "ฟู้ดเดลิเวอรี" ไทยช่วยไทยพลัส เช็กวิธีใช้สิทธิที่นี่)
นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมบูทนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวม 5 บูท ประกอบด้วย
1. AI “นกกระซิบ” ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
2. บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด (Grab)
3. บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด (Lineman)
4. บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด (Robinhood)
5. บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด (ShopeeFood) ซึ่งร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐได้อย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนและขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ของรัฐบาลให้เกิดการขยายตัวอย่างเป็นรูปธรรม โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการสามารถจับจ่ายใช้สอยได้อย่างสะดวกและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน โครงการยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ผ่านการส่งเสริมการ Reskill และ Upskill โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขาย ตลอดจนขยายขนาดกิจการได้ในอนาคต
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผลลัพธ์ที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากการดำเนินโครงการลักษณะนี้ คือประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่เหมาะสม ขณะที่ผู้ประกอบการมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งผู้ซื้อและผู้ขายตามแนวคิด “ไทยช่วยไทย”
นอกจากนี้ สิ่งที่ได้รับนอกเหนือจากการกระตุ้นการใช้จ่าย คือการเพิ่มยอดขายให้แก่ผู้ประกอบการ โดยจากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบการหลายรายมียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 5 เท่า ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการเติบโตของธุรกิจ เมื่อผู้ประกอบการมียอดขายเพิ่มขึ้นและมีช่องทางเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น จะช่วยยกระดับฐานรายได้ของธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้โครงการจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม โดยเชื่อว่าจะสามารถปรับฐานรายได้ของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นได้อย่างน้อย 2 เท่า อันเป็นการตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
“รัฐบาลมุ่งมั่นเดินหน้าส่งเสริมให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน เพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้มีความเข้มแข็งและมั่นคงในระยะยาว” นายกรัฐมนตรี ย้ำ
ทั้งนี้ แพลตฟอร์มผู้ให้บริการส่งอาหารที่เข้าร่วมโครงการต่างกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ผลักดันโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” โดยระบุว่า หลังเข้าร่วมโครงการ ยอดขายของร้านค้าและผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนถึงผลสำเร็จของมาตรการในการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน ช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการรายย่อย และส่งเสริมให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
สำหรับโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ประชาชนสามารถใช้สิทธิตามโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 06.00 - 21.00 น. ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของภาครัฐและเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย และร้านค้าในทุกพื้นที่
- 15 มิ.ย. เปิดใช้วันแรก "ฟู้ดเดลิเวอรี" ไทยช่วยไทยพลัส เช็กวิธีใช้สิทธิที่นี่
- พ่อค้าแม่ค้า เตรียมตัว! รัฐบาลเปิดผูก “ฟู้ดเดลิเวอรี” ไทยช่วยไทยพลัส วันที่ 10 มิถุนายน 2569 นี้
- 10 มิ.ย.! ร้านค้าไทยช่วยไทย พลัส เริ่มเชื่อมฟู้ดเดลิเวอรี เช็กเงื่อนไขที่นี่
- "ร้านค้า" ในระบบภาษี วอนรัฐบาลทบทวนเกณฑ์ร่วม ไทยช่วยไทย พลัส แก้รายได้ลด ต้นทุนพุ่ง
- เริ่มเดือนมิ.ย.นี้ ! ค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท ลดภาระ 20 ล้านครัวเรือน
นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ
