
นางฐนิวรรณ กุดมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเรื่องขอความกรุณาพิจารณาขยายสิทธิการเข้าร่วมใครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส ให้แก่ ผู้ประกอบการขนาดเล็ก โดยระบุว่าด้วยรัฐบาลได้ด้าเนินโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน ตลอดจนสนับสนุนผ้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ
สรุปข่าว
นางฐนิวรรณ กุดมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเรื่องขอความกรุณาพิจารณาขยายสิทธิการเข้าร่วมใครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส ให้แก่ ผู้ประกอบการขนาดเล็ก โดยระบุว่าด้วยรัฐบาลได้ด้าเนินโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน ตลอดจนสนับสนุนผ้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ
อันเป็นนโยบายที่สมาคมภัตตาคารไทยเห็นว่ามีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจฐานราก และช่วยสร้างกําลังซื้อภายในประเทศเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามสมาคมภัตตาคารไทยได้รับเรื่องร้องเรียน และสะท้อนความเดือดร้อนของผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กจํานวนมาก
ซึ่งเคยมียอดขายวันละ 10,000-30,000 บาทต่อวัน รายได้ปีละ 2-5 ล้านบาทต่อปี เป็นกลุ่มธุรกิจที่ดําเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎฏหมายมาโดยตลอด ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ประกันสังคม ฯลฯ เป็นผู้มีลูกจ้าง พนักงานตั้งแต่ 5-20 คน
ปัจจุบันผู้ประกบการร้านอาหารกําลังเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 2 ร้านอาหารมียอดขายลดลงเฉลี่ยร้อยละ 30-50 ขณะที่ค่าต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ประมาณร้อยละ 15-20 รวมถึงยังต้องเผชิญภาระต้นทุนด้านต่างๆได้แก่
ค่าแรงและปัญหาขาดแคลนแรงงาน(ไทย), ค่าพลังงานและสาธารณูปโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น, ค่าเช่าสถานประกอบการ และค่าการตลาด รวมถึงค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มดีลิเวอรี่
ส่งผลให้ผู้ประกอบการจํานวนมากอยู่ในภาวะ "รายได้ลดลง แต่ต้นทุนเพิ่มขึ้น" และต้องแบกรับภาระขาดทุนเพื่อรักษาธุรกิจ และการจ้างงานเอาไว้
ปัจจุบัน ธุรกิจร้านอาหารมีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 700,000 ล้านบาท เป็นร้านขนาดเล็กจํานวนหลายแสนราย มีการจ้างงานหลายล้านคน ภาคธุรกิจร้านอาหารถือเป็นหนึ่งในกลไกสําคัญของเศรษฐกิจไทย
มีบทบาทเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานตังแต่ภาคเกษตรกรรม ผู้ผลิตวัตฤดิบ ผู้ประกอบการขนส่ง ตลอดจนแรงงานในภาคบริการจํานวนมาก การคงอยู่ของร้านอาหารขนาดเล็กจึงมิใช่เพียงการรักษาผู้ประกอบการรายหนึ่งรายใด หากแต่เป็นการรักษาระบบเศรษฐกิจและการจ้างงานในวงกว้าง
สมาคมภัตตาคารไทยจึงใคร่ขอกราบเรียนนายกรัฐมนตรี เพื่อโปรดพิจารณาขยายสิทธิหรือกําหนดมาตรการเพิ่มเติม ให้ผู้ประกอบการร้านอาหารที่มีรายได้ 2-5 ล้านบาทต่อปี (โครงการสามารถเข้าร่วมได้เฉพาะรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท) สามารถเข้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ได้ในระยะต่อไป
หรือได้รับการสนับสนุนในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อไห้ความช่วยเหลือของภาครัฐครอบคลุมผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง และเกิดความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี และมีส่วนสําคัญในการสร้างการจ้างงานให้แก่ประเทศ
สมาคมภัตตาคารไทยเชื่อมั่นว่า การสนับสนนผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็ก จะช่วยรักษาการจ้างงาน กระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ และส่งเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
- เริ่มเดือนมิ.ย.นี้ ! ค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท ลดภาระ 20 ล้านครัวเรือน
- ไทยช่วยไทย พลัสล่าสุดใช้จ่ายสะสม 1.4 หมื่นล้าน กระแสตอบรับแรง
- โลตัสชู "ไทยช่วยไทยพลัส" สู้ค่าครองชีพดันร้านเล็กลดต้นทุน
- ภาควิชาการ-ธุรกิจ เสนอดึงโมเดิร์นเทรดร่วม "ไทยช่วยไทยพลัส" เพิ่มพลังเม็ดเงินแสนล้าน สร้างพายุหมุนเศรษฐกิจไทย
- ไทยช่วยไทยพลัส ฟีเวอร์! ล่าสุดยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 6,214 ล้าน
ที่มาข้อมูล : สมาคมภัตตาคารไทย
ที่มารูปภาพ : TNN
Content สายการเงินตัวจริง รอบด้าน ด้วยประสบการณ์แนะนำการลงทุนบล.ชั้นนำ รู้ลึกด้วย Certificate วางแผนการเงิน และวิเคราะห์การลงทุน
