
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนฐานราก ผู้มีรายได้น้อย และผู้ประกอบการรายย่อย ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง และกำลังซื้อของประชาชนที่ยังเปราะบาง
สรุปข่าว
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนฐานราก ผู้มีรายได้น้อย และผู้ประกอบการรายย่อย ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง และกำลังซื้อของประชาชนที่ยังเปราะบาง
ไทยช่วยไทยพลัส กระแสตอบรับดี ยอดใช้จ่ายทะลุ 1.68 หมื่นล้านบาท
โฆษกรัฐบาลระบุว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสได้รับการตอบรับอย่างคึกคักตั้งแต่เริ่มดำเนินการ โดยในช่วง 7 วันแรก มียอดใช้จ่ายสะสมมากกว่า 16,829.82 ล้านบาท (ข้อมูล ณ เวลา 17.00 น.) และมีประชาชนใช้สิทธิครบวงเงิน 1,000 บาทแล้วกว่า 300,000 ราย
รัฐบาลคาดว่าตลอดระยะเวลาของโครงการจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ และส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าชุมชน และภาคบริการมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
มาตรการช่วยค่าครองชีพ เน้นส่งเงินถึงคนตัวเล็ก
น.ส.รัชดา กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็นเพียงหนึ่งในมาตรการช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แต่มีบทบาทสำคัญในการทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนไปสู่ร้านค้ารายเล็ก ตลาดชุมชน และผู้ประกอบการฐานราก เพื่อประคองกำลังซื้อของประชาชนในช่วงที่หลายครัวเรือนยังเผชิญภาระค่าใช้จ่ายสูง
ลดค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย
อีกหนึ่งมาตรการสำคัญที่จะเริ่มดำเนินการในรอบบิลเดือนมิถุนายน 2569 คือ การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟ 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมประชาชนมากกว่า 20 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็นประมาณ 90% ของครัวเรือนผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้โดยตรง
เดินหน้าแก้ปัญหาค่าไฟเชิงโครงสร้าง
รัฐบาลมองว่าค่าไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงรายจ่ายของภาคครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นทุนสำคัญของภาคธุรกิจ ราคาสินค้า และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ด้วยเหตุนี้ ภาครัฐจึงดำเนินมาตรการควบคู่กันทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างศึกษาและปรับปรุงโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับภาระการใช้ไฟของประชาชนแต่ละกลุ่มมากขึ้น
ตั้งคณะกรรมการทบทวนสัญญารับซื้อไฟฟ้าภาคเอกชน
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชน โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการ
ภารกิจสำคัญคือการทบทวนต้นทุนค่าไฟฟ้าในทุกมิติ ทั้งค่าความพร้อมจ่าย ค่าพลังงานไฟฟ้า และเงื่อนไขในสัญญารับซื้อไฟฟ้าบางประเภทที่ทำไว้ในอดีต เพื่อประเมินว่ายังเหมาะสมกับสถานการณ์ต้นทุนพลังงานในปัจจุบันหรือไม่
รัฐบาลย้ำดูแลเศรษฐกิจควบคู่รักษาวินัยการคลัง
นอกจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ รัฐบาลยังเดินหน้ามาตรการด้านเศรษฐกิจอื่นควบคู่กัน ทั้งการเร่งรัดการลงทุน การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่จากภาคเอกชน การอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจ และการรักษาวินัยทางการเงินการคลังของประเทศ
น.ส.รัชดา ยืนยันว่า การดูแลประชาชนต้องดำเนินไปอย่างรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงฐานะการคลังของประเทศควบคู่กัน เป้าหมายสำคัญคือการช่วยประคองประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อยไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ลดภาระต้นทุนการดำรงชีวิตในช่วงเวลาจำเป็น และเดินหน้าแก้ไขโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
- ไทยช่วยไทย พลัสล่าสุดใช้จ่ายสะสม 1.4 หมื่นล้าน กระแสตอบรับแรง
- โลตัสชู "ไทยช่วยไทยพลัส" สู้ค่าครองชีพดันร้านเล็กลดต้นทุน
- ภาควิชาการ-ธุรกิจ เสนอดึงโมเดิร์นเทรดร่วม "ไทยช่วยไทยพลัส" เพิ่มพลังเม็ดเงินแสนล้าน สร้างพายุหมุนเศรษฐกิจไทย
- ไทยช่วยไทยพลัส ฟีเวอร์! ล่าสุดยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 6,214 ล้าน
- รัฐบาลเตือนห้ามนำสิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส" แลกเป็นเงินสดเด็ดขาด มีความผิดฐานฉ้อโกง มีโทษทั้งจำทั้งปรับ
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
