เปิดรายชื่อตุลาการเสียงข้างมาก 7 คน ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดรายชื่อตุลาการเสียงข้างมาก 7 คน ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เปิดรายชื่อตุลาการมติ 7 ต่อ 2

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้รัฐบาลสามารถดำเนินมาตรการภายใต้กรอบวงเงินกู้ 400,000 ล้านบาท ได้ต่อไป

คำวินิจฉัยของศาลแบ่งการพิจารณาออกเป็น 2 ประเด็นสำคัญ โดยในส่วนของ มาตรา 5 วรรคหนึ่ง (1) ซึ่งกำหนดให้ใช้เงินกู้เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ เป็นเอกฉันท์ ว่าเป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง

ส่วน มาตรา 5 วรรคหนึ่ง (2) ที่กำหนดให้นำเงินกู้ 200,000 ล้านบาท ไปใช้เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานฟอสซิลสู่พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก รวมถึงการพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมด้านพลังงาน ศาลมีมติ 7 ต่อ 2 วินิจฉัยว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง


สรุปข่าว

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ โดยมาตรา 5 (1) ผ่านด้วยมติเอกฉันท์ ส่วนมาตรา 5 (2) วงเงิน 200,000 ล้านบาท เพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ผ่านด้วยมติ 7 ต่อ 2 ส่งผลให้รัฐบาลสามารถดำเนินมาตรการและโครงการตามพระราชกำหนดได้ต่อไป

ศาลรัฐธรรมนูญชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เปิดรายชื่อตุลาการมติ 7 ต่อ 2

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้รัฐบาลสามารถดำเนินมาตรการภายใต้กรอบวงเงินกู้ 400,000 ล้านบาท ได้ต่อไป

คำวินิจฉัยของศาลแบ่งการพิจารณาออกเป็น 2 ประเด็นสำคัญ โดยในส่วนของ มาตรา 5 วรรคหนึ่ง (1) ซึ่งกำหนดให้ใช้เงินกู้เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ เป็นเอกฉันท์ ว่าเป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง

ส่วน มาตรา 5 วรรคหนึ่ง (2) ที่กำหนดให้นำเงินกู้ 200,000 ล้านบาท ไปใช้เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานฟอสซิลสู่พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก รวมถึงการพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมด้านพลังงาน ศาลมีมติ 7 ต่อ 2 วินิจฉัยว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง


เปิดรายชื่อตุลาการเสียงข้างมาก 7 คน

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่เห็นว่า บทบัญญัติมาตรา 5 วรรคหนึ่ง (2) เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่

  • นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์

  • นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม

  • นายวีรพงษ์ แสงเทียน

  • นายมงคล เทพพิทักษ์

  • นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

  • นายสมบูรณ์ รอยกุลเจริญ

  • นายสราวุธ ทรงศิวิไล

ตุลาการเสียงข้างน้อย 2 คน

ส่วนตุลาการที่มีความเห็นแตกต่าง ได้แก่

  • นายจิรนิติ หะวานนท์

  • นายอุดม รัฐอมฤต

โดยทั้งสองเห็นว่า การกำหนดให้ใช้เงินกู้ 200,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน และการพัฒนานวัตกรรม มีลักษณะเป็นแผนงานระยะยาว จึงไม่เข้าเงื่อนไขของการออกพระราชกำหนดตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง ซึ่งกำหนดให้ใช้ได้เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้

อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาว่า ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรคท้าย การวินิจฉัยให้พระราชกำหนดขัดรัฐธรรมนูญ ต้องได้รับคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของตุลาการทั้งหมด หรืออย่างน้อย 6 เสียงจาก 9 คน

แม้จะมีตุลาการ 2 คนเห็นต่าง แต่คะแนนเสียงดังกล่าวไม่ถึงเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด จึงมีผลให้ พระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาท ยังคงมีผลใช้บังคับตามรัฐธรรมนูญ เปิดทางให้รัฐบาลดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนผ่านโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส และเดินหน้าแผนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานตามกรอบที่กำหนดไว้ในพระราชกำหนดต่อไป


 

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์