เปิดข้อมูลบัตรสวัสดิการฯ พบ "คนจนวัยทำงาน" กว่า 5 ล้าน เร่งรื้อทักษะไม่แจกอย่างเดียว

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดข้อมูลบัตรสวัสดิการฯ พบ "คนจนวัยทำงาน" กว่า 5 ล้าน เร่งรื้อทักษะไม่แจกอย่างเดียว

การลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงคัดกรองผู้มีสิทธิรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ แต่ยังทำให้รัฐบาลเห็นภาพใหม่ของปัญหาความยากจนในประเทศไทย โดยเฉพาะข้อมูลที่สะท้อนว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการสำรวจครั้งล่าสุดพบว่า ผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 9 ล้านคน มีประชาชนอายุ 20-60 ปี หรือวัยแรงงาน มากกว่า 5 ล้านคน ซึ่งถือเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข

สรุปข่าว

เปิดข้อมูลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 พบผู้ถือบัตรกว่า 9 ล้านคน เป็นวัยทำงานอายุ 20-60 ปี มากกว่า 5 ล้านคน รัฐเตรียมใช้ฐานข้อมูลพัฒนาทักษะแรงงาน สร้างงาน เพิ่มรายได้ ลดการพึ่งพาสวัสดิการระยะยาว.

การลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงคัดกรองผู้มีสิทธิรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ แต่ยังทำให้รัฐบาลเห็นภาพใหม่ของปัญหาความยากจนในประเทศไทย โดยเฉพาะข้อมูลที่สะท้อนว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการสำรวจครั้งล่าสุดพบว่า ผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 9 ล้านคน มีประชาชนอายุ 20-60 ปี หรือวัยแรงงาน มากกว่า 5 ล้านคน ซึ่งถือเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข

คนจนวัยทำงานกว่า 5 ล้านคน สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง

นายเอกนิติกล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ปัญหาไม่ได้อยู่เพียงการช่วยเหลือค่าครองชีพ แต่เป็นเรื่องของรายได้และโอกาสในการทำงาน

รัฐบาลไม่ต้องการให้ประชาชนที่มีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อปี ต้องอยู่ในสถานะผู้มีรายได้น้อยไปตลอดชีวิต แต่จะใช้ฐานข้อมูลที่ได้จากการลงทะเบียนครั้งนี้ วางมาตรการด้านแรงงานและการพัฒนาทักษะ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

"หน้าที่ของรัฐบาล ไม่ใช่ให้เขาเป็นคนจนตลอดไป แต่ต้องช่วยพัฒนาทักษะแรงงานให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้น"

ฐานข้อมูลใหม่ เตรียมใช้วางนโยบายสร้างงานและเพิ่มทักษะ

กระทรวงการคลังระบุว่า ข้อมูลจากการลงทะเบียนจะถูกส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปออกแบบมาตรการช่วยเหลือที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น

- พัฒนาทักษะอาชีพ (Upskill และ Reskill)

- จัดหางานให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

- เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้

- เชื่อมโยงสวัสดิการกับการพัฒนาศักยภาพแรงงาน

เป้าหมายคือ ลดจำนวนผู้ที่ต้องพึ่งพาสวัสดิการของรัฐในระยะยาว และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับประชาชนวัยทำงาน

ลงทะเบียนรอบใหม่ ดึงคนเข้าโครงการเพิ่ม 2.3 ล้านคน

การปรับปรุงฐานข้อมูลครั้งนี้ ถือเป็นการอัปเดตครั้งแรกในรอบกว่า 5 ปี ส่งผลให้มีผู้ได้รับสิทธิรายใหม่เพิ่มขึ้น 2.3 ล้านคน

ขณะเดียวกัน มีผู้ที่เคยได้รับสิทธิในรอบก่อนหลุดจากระบบจำนวนหนึ่ง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม

นายเอกนิติยืนยันว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจากหลักเกณฑ์การคัดกรอง แต่เกิดจากข้อมูลของหน่วยงานรัฐบางส่วนที่ยังไม่เป็นปัจจุบัน เช่น ข้อมูลการถือหุ้น การเป็นกรรมการบริษัท หรือข้อมูลการถือครองทรัพย์สิน

คัดกรองครั้งนี้ ช่วยเปิดโปงผู้ถูกสวมชื่อถือหุ้น

อีกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการตรวจสอบข้อมูล คือ มีประชาชนจำนวนไม่น้อยเพิ่งทราบว่าชื่อของตนถูกนำไปใช้เป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริษัทโดยไม่รู้ตัว

หลังการประกาศผล มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมากเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีและแก้ไขข้อมูล

รัฐบาลยืนยันว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่าประชาชนถูกสวมสิทธิจริง และเป็นเหตุให้เสียสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็จะมีการพิจารณาคืนสิทธิให้ตามข้อเท็จจริง

งบประมาณไม่ใช่ปัญหา แต่ต้องช่วยให้ตรงกลุ่ม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังระบุว่า การเพิ่มหรือลดจำนวนผู้ได้รับสิทธิ ไม่ใช่ข้อจำกัดด้านงบประมาณ เพราะรัฐบาลใช้งบดูแลโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมากกว่า 70,000 ล้านบาทต่อปี

สิ่งสำคัญคือ การทำให้เม็ดเงินภาครัฐเข้าถึงผู้ที่เดือดร้อนจริง ขณะเดียวกัน ผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังสามารถได้รับความช่วยเหลือผ่านมาตรการอื่น เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ และโครงการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มของรัฐบาล

บทสรุป

การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ไม่เพียงเป็นการคัดกรองผู้มีสิทธิรับสวัสดิการ แต่ยังสะท้อนภาพเศรษฐกิจของประเทศว่า ประเทศไทยยังมีประชาชนวัยทำงานกว่า 5 ล้านคนที่มีรายได้ต่ำและต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากรัฐ

รัฐบาลจึงเตรียมนำฐานข้อมูลชุดนี้ไปใช้กำหนดนโยบายด้านแรงงาน การพัฒนาทักษะ และการสร้างงาน เพื่อเปลี่ยนบทบาทของสวัสดิการจากการช่วยเหลือระยะสั้น ไปสู่การยกระดับศักยภาพของประชาชนให้มีรายได้และพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว.

ที่มาข้อมูล : กระทรวงการคลัง

ที่มารูปภาพ : TNN

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย