คลังเตรียมชงครม. จ่อปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิฯ คืนสิทธิรถเก่า - รถสิ้นสภาพ

Share on Line Share on Facebook Share on X
คลังเตรียมชงครม. จ่อปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิฯ  คืนสิทธิรถเก่า - รถสิ้นสภาพ

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 พิจารณาปรับหลักเกณฑ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีกครั้ง โดยเสนอคืนสิทธิให้ผู้ถือครองรถเก่า รถสิ้นสภาพ ผู้ถูกสวมสิทธิ และผ่อนปรนคุณสมบัติให้กับนักเรียน นักศึกษานอกระบบ พร้อมขยายเวลายื่นอุทธรณ์ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569

สรุปข่าว

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. ปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คืนสิทธิผู้ถือครองรถเก่า รถสิ้นสภาพ นักเรียนนอกระบบ ขยายยื่นอุทธรณ์ถึง 31 ส.ค. 2569 พร้อมคงสิทธิผู้ถือบัตรเดิมถึง 30 ก.ย.

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 พิจารณาปรับหลักเกณฑ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีกครั้ง โดยเสนอคืนสิทธิให้ผู้ถือครองรถเก่า รถสิ้นสภาพ ผู้ถูกสวมสิทธิ และผ่อนปรนคุณสมบัติให้กับนักเรียน นักศึกษานอกระบบ พร้อมขยายเวลายื่นอุทธรณ์ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม มีมติเห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และเตรียมเสนอ ครม. พิจารณาในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้

ปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คืนสิทธิผู้ถือครองรถเก่า

สาระสำคัญของการปรับเกณฑ์ครั้งนี้ คือ การยกเว้นการถือครองรถยนต์อายุเกิน 20 ปี รถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี รวมถึงรถที่สิ้นสภาพการใช้งาน ไม่ให้เป็นเหตุในการตัดสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นอกจากนี้ ผู้ที่มีปัญหารถโอนลอย หรือถูกสวมสิทธิ หากหน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว จะได้รับการคืนสิทธิโดยทันที

ผ่อนปรนเกณฑ์นักเรียนนอกระบบ-วิสาหกิจชุมชน

กระทรวงการคลังยังเสนอผ่อนปรนหลักเกณฑ์ให้กับนักเรียนและนักศึกษานอกระบบที่มีฐานะยากจน รวมถึงกรรมการวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ไม่แสวงหากำไร และผู้ถือบัญชีหุ้นที่ไม่มีการซื้อขายหรือมีมูลค่าต่ำ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบข้อมูลและคืนสิทธิให้ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน

ผู้ถือบัตรเดิม 13.18 ล้านราย ใช้สิทธิได้ถึง 30 ก.ย. 69

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมจำนวน 13.18 ล้านราย จะยังคงได้รับสิทธิอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ก่อนเริ่มใช้หลักเกณฑ์ใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ส่วนโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2569 เช่นกัน

ขยายเวลาอุทธรณ์ถึง 31 ส.ค. ส่งเอกสารเพิ่มได้ถึง 20 ก.ย.

กระทรวงการคลังขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เป็นวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และเปิดให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมได้จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 เพื่อให้ประชาชนมีเวลาตรวจสอบข้อมูลและรักษาสิทธิของตนเอง

มหาดไทยตั้งศูนย์ One Stop Service ตรวจสอบสิทธิถึงพื้นที่

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยจัดตั้งศูนย์ One Stop Service ของกรมการปกครอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิได้ใกล้บ้าน ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังอำเภอเมือง

พร้อมบูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการขนส่งทางบก เพื่อตรวจสอบข้อมูลการถือครองรถ รวมถึงให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และนายอำเภอ ลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริงและบันทึกข้อมูลประกอบการพิจารณาคืนสิทธิ

กรณีประชาชนถูกแอบอ้างชื่อถือหุ้นหรือมีข้อมูลทางการเงินที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จะมีการตรวจสอบและคัดกรองข้อมูลเพิ่มเติม โดยประชาชนสามารถติดต่ออำเภอใดก็ได้ตามพื้นที่ที่อาศัยอยู่ ไม่จำเป็นต้องเป็นอำเภอตามทะเบียนบ้าน

ค่าไฟใหม่เริ่มใช้เดือนสิงหาคม บ้านทุกหลังได้สิทธิ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท

ด้าน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จะเริ่มใช้อัตราค่าไฟฟ้าใหม่สำหรับการใช้ไฟเดือนสิงหาคม 2569 และเรียกเก็บในบิลเดือนกันยายนเป็นต้นไป

บ้านอยู่อาศัยทุกหลังจะได้รับสิทธิคิดค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องลงทะเบียน ส่วนการใช้ไฟตั้งแต่หน่วยที่ 201 เป็นต้นไป ยังคงคิดตามอัตราเดิม

นอกจากนี้ ยังปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าประเภทมิเตอร์ชั่วคราวให้เทียบเท่าบ้านอยู่อาศัย และแยกภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลประชาชนประมาณ 0.09 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ทุกครัวเรือนได้รับประโยชน์จากค่าไฟที่ลดลง

สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังคงได้รับสิทธิช่วยเหลือค่าไฟฟ้าไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ตามมาตรการเดิม แต่ต้องลงทะเบียนกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม-30 กันยายน 2569 เพื่อรักษาสิทธิในการรับความช่วยเหลือ

ที่มาข้อมูล : กระทรวงการคลัง

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย