ค่าไฟแฝงไปถึงไหนแล้ว? กมธ.ชงแก้ “ใครใช้ คนนั้นจ่าย”

Share on Line Share on Facebook Share on X
ค่าไฟแฝงไปถึงไหนแล้ว? กมธ.ชงแก้ “ใครใช้ คนนั้นจ่าย”

ปัญหาค่าไฟฟ้าสูง ยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นที่ประชาชนจับตามอง แม้หลายฝ่ายพยายามผลักดันมาตรการลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ล่าสุดคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพลังงาน วุฒิสภา ได้หยิบยกอีกหนึ่งต้นทุนที่หลายคนอาจไม่เคยรู้จัก นั่นคือ “ค่าไฟฟ้าแฝง” หรือภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะที่ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศต้องร่วมกันรับผิดชอบผ่านโครงสร้างค่าไฟ

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา นำโดย นายพรเพิ่ม ทองศรี ประธานคณะกรรมาธิการฯ แถลงข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าสาธารณะ พร้อมเสนอหลักการสำคัญว่า “ผู้ใช้เป็นผู้จ่าย” เพื่อให้โครงสร้างค่าไฟมีความโปร่งใส เป็นธรรม และสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

สรุปข่าว

กมธ.พลังงาน วุฒิสภา เสนอแก้ปัญหา "ค่าไฟแฝง" ด้วยหลักการ "ผู้ใช้เป็นผู้จ่าย" ชงปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าสาธารณะ หวังลดค่าไฟเฉลี่ย 8.78 สตางค์ต่อหน่วย และเพิ่มความเป็นธรรมในการจัดเก็บค่าไฟ

ปัญหาค่าไฟฟ้าสูง ยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นที่ประชาชนจับตามอง แม้หลายฝ่ายพยายามผลักดันมาตรการลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ล่าสุดคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพลังงาน วุฒิสภา ได้หยิบยกอีกหนึ่งต้นทุนที่หลายคนอาจไม่เคยรู้จัก นั่นคือ “ค่าไฟฟ้าแฝง” หรือภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะที่ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศต้องร่วมกันรับผิดชอบผ่านโครงสร้างค่าไฟ

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา นำโดย นายพรเพิ่ม ทองศรี ประธานคณะกรรมาธิการฯ แถลงข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าสาธารณะ พร้อมเสนอหลักการสำคัญว่า “ผู้ใช้เป็นผู้จ่าย” เพื่อให้โครงสร้างค่าไฟมีความโปร่งใส เป็นธรรม และสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

“ค่าไฟแฝง” คืออะไร

กมธ.ระบุว่า ปัจจุบันประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศต้องร่วมรับภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะบางส่วน แม้ไม่ได้เป็นผู้ใช้บริการโดยตรง ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟสูงกว่าที่ควรจะเป็น

คณะทำงานจึงได้ศึกษาต้นทุนค่าไฟฟ้าในทุกมิติ ทั้งระบบผลิต ระบบส่ง ระบบจำหน่าย และต้นทุนการให้บริการ โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักงบประมาณ เข้าร่วมให้ข้อมูล

เสนอเปลี่ยนหลักคิด “ใครใช้ คนนั้นจ่าย”

หัวใจของข้อเสนอคือ การกำหนดให้หน่วยงานที่ใช้ไฟฟ้าสาธารณะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายโดยตรง แทนการเฉลี่ยภาระไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ

หน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบค่าไฟฟ้าสาธารณะ ได้แก่

- กรมทางหลวง

- กรมทางหลวงชนบท

- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

ทั้งนี้ การไฟฟ้าได้ติดตั้งมิเตอร์วัดการใช้ไฟไว้แล้ว และประเมินว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้มีมูลค่ารวมประมาณ 19,000 ล้านบาทต่อปี

หากปรับระบบ ค่าไฟมีโอกาสลดลง

กมธ.ประเมินว่า หากมีการปรับมติคณะรัฐมนตรีที่เคยผ่อนผันการจัดเก็บค่าไฟฟ้าสาธารณะ และใช้หลักการ "ผู้ใช้เป็นผู้จ่าย" อย่างเต็มรูปแบบ จะทำให้การไฟฟ้ามีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นประมาณ 17,000 ล้านบาทต่อปี

เนื่องจากปัจจุบันการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายถูกกำหนดเพดานผลตอบแทน (ROIC) ไว้ หากรายได้เกินเกณฑ์ ส่วนเกินดังกล่าวสามารถสะท้อนกลับมาลดค่าไฟเฉลี่ยของประเทศได้ประมาณ

0.0878 บาทต่อหน่วย หรือประมาณ 8.78 สตางค์ต่อหน่วย

หากดำเนินการได้จริง จะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ

ดันเปลี่ยนไฟถนนเป็น LED ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว

อีกหนึ่งข้อเสนอคือให้หน่วยงานภาครัฐเร่งดำเนินมาตรการ Demand Side Management (DSM) โดยทยอยเปลี่ยนหลอดไฟสาธารณะจากหลอดโซเดียมความดันสูง (HPS) เป็นหลอด LED

กมธ.ระบุว่า หลอด LED ใช้พลังงานน้อยลงประมาณ 52% มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า ลดค่าบำรุงรักษา เพิ่มความสว่าง และช่วยยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน

เสนอเริ่มระบบใหม่ ตุลาคม 2569

กมธ.เสนอให้เริ่มใช้อัตราค่าไฟฟ้าสาธารณะรูปแบบใหม่ตั้งแต่ รอบบิลเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นปีงบประมาณ 2570

สำหรับหน่วยงานที่ยังไม่มีงบประมาณเพียงพอ เสนอให้ใช้เงินเหลือจ่ายก่อน และหากยังไม่เพียงพอ ให้บันทึกเป็นหนี้ค้างรับกับการไฟฟ้า ก่อนจัดสรรงบประมาณมาชำระในปีงบประมาณ 2571 เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการประชาชน

ทบทวนความหมาย "ไฟฟ้าสาธารณะ"

อีกประเด็นที่ กมธ.เห็นว่ายังต้องสร้างความชัดเจน คือการกำหนดนิยามของ "ไฟฟ้าสาธารณะ" ว่าจะครอบคลุมอุปกรณ์ใดบ้าง เช่น

- กล้องวงจรปิด (CCTV)

- อุปกรณ์อัจฉริยะบนเสาไฟ

- ระบบสาธารณะอื่นที่ติดตั้งบนโครงสร้างไฟฟ้า

รวมถึงเสนอให้ศึกษาความเป็นธรรมสำหรับหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม ซึ่งปัจจุบันลูกบ้านต้องจ่ายทั้งค่าไฟสาธารณะผ่านบิลค่าไฟ และยังต้องจ่ายค่าไฟส่วนกลางของนิติบุคคลอีกครั้ง

แบ่งรายได้จากโครงสร้างพื้นฐาน

กมธ.ยังเสนอให้มีการแบ่งปันรายได้จากการใช้เสาไฟฟ้าสาธารณะติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น CCTV หรืออุปกรณ์สื่อสาร โดยเสนอแนวทางแบ่งรายได้ระหว่างผู้ให้บริการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในสัดส่วน 70 : 30 เพื่อให้ท้องถิ่นมีงบประมาณสำหรับดูแลและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า

ปรับอัตราค่าไฟ 2 ระยะ

สำหรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าสาธารณะ กมธ.เสนอให้ดำเนินการเป็น 2 ระยะ

  • ระยะแรก ใช้อัตราค่าไฟของหน่วยงานราชการ พร้อมยกเว้นการคิดค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Demand Charge) เพื่อบรรเทาภาระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะสนามกีฬาที่เปิดใช้งานในช่วงเวลา Peak
  • ระยะที่สอง ศึกษาและปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟใหม่ควบคู่กับแผนโครงสร้างค่าไฟฟ้าปี 2570-2574 ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)

ยังเป็นเพียงข้อเสนอ ต้องหารือกับกระทรวงพลังงาน

นายพรเพิ่ม ทองศรี ประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ระบุว่า ข้อเสนอทั้งหมดจะถูกนำไปหารือกับกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้เกิดความเป็นธรรมในการจัดเก็บค่าไฟฟ้าสาธารณะ ลดภาระค่าไฟของประเทศ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณภาครัฐ

แม้ข้อเสนอทั้งหมด ยังไม่ใช่มาตรการที่มีผลบังคับใช้ แต่ถือเป็นอีกความพยายามในการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้า โดยเฉพาะการแก้ปัญหา "ค่าไฟแฝง" ที่หลายฝ่ายมองว่า หากสามารถดำเนินการได้จริง ก็อาจช่วยให้ค่าไฟเฉลี่ยของประเทศลดลง และทำให้ระบบการจัดเก็บค่าไฟสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้นในอนาคต

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Getty Images

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย