ปม "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" เผยพิรุธ คนจนหลายหมื่น ถูกทุนเทา-มิจฉาชีพ สวมชื่อถือหุ้น-จดทะเบียนบริษัท

Share on Line Share on Facebook Share on X
ปม "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" เผยพิรุธ คนจนหลายหมื่น ถูกทุนเทา-มิจฉาชีพ สวมชื่อถือหุ้น-จดทะเบียนบริษัท

รู้ไหมว่า มีคนรายได้น้อยหลายหมื่นราย ถูกเอาชื่อไปจดทะเบียนเป็นกรรมการบริษัท โดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน และนั่นอาจทำให้พวกเขาเสียสิทธิบัตรคนจน แล้วใครเอาชื่อไปใช้ เรื่องนี้ร้ายแรงแค่ไหน

ย้อนกลับไปวันที่ 17 กรกฎาคม กระทรวงการคลังประกาศผลคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 จากผู้ลงทะเบียนเกือบ 19 ล้านคน มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ราว 9,300,000 คน หลังจากนั้นก็มีเสียงร้องเรียนตามมาจำนวนมาก ว่ามีคนจนจริงหลุดจากระบบ

สรุปข่าว

รู้ไหมว่า มีคนรายได้น้อยราว 2-3 หมื่นราย ถูกเอาชื่อไปจดทะเบียนเป็นกรรมการบริษัท โดยเจ้าตัวไม่เคยรู้ตัว นี่คือสิ่งที่รัฐมนตรีคลังเปิดเผยหลังคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 พร้อมระบุว่าพบกลุ่มมิจฉาชีพและทุนเทาอยู่เบื้องหลัง ทั้งเอาไปถือหุ้นลดหย่อนภาษี และใช้เป็นนอมินี แล้วคนที่โดนต้องทำอย่างไร

รู้ไหมว่า มีคนรายได้น้อยหลายหมื่นราย ถูกเอาชื่อไปจดทะเบียนเป็นกรรมการบริษัท โดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน และนั่นอาจทำให้พวกเขาเสียสิทธิบัตรคนจน แล้วใครเอาชื่อไปใช้ เรื่องนี้ร้ายแรงแค่ไหน

ย้อนกลับไปวันที่ 17 กรกฎาคม กระทรวงการคลังประกาศผลคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 จากผู้ลงทะเบียนเกือบ 19 ล้านคน มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ราว 9,300,000 คน หลังจากนั้นก็มีเสียงร้องเรียนตามมาจำนวนมาก ว่ามีคนจนจริงหลุดจากระบบ

ต่อมา วันที่ 21 กรกฎาคม เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการคัดกรองรอบนี้ พบการนำชื่อประชาชนไปจดทะเบียนเป็นกรรมการบริษัท โดยเจ้าตัวไม่รู้ตัวหลายหมื่นราย รวมถึงถูกหลอกเอาชื่อไปเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ด้วย

หลายหมื่นคนนี้ เชื่อว่าอยู่ในกลุ่มคน 139,804 คนทั่วประเทศ ตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดเผยออกมาว่า ลงทะเบียนตรวจสอบสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว กลับพบว่า มีรายชื่อเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน 41,007 ราย และมีรายชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด 98,797 ราย

แต่ 20,000-30,000 รายชื่อ เชื่อว่า ถูกหลอกสวมชื่อ โดยมิจฉาชีพหรือทุนเทา แล้วคนพวกนี้ เอาชื่อคนไทยรายได้น้อยไปทำอะไร

รูปแบบที่พบมีหลายแบบ ทั้งเอาชื่อไปเป็นกรรมการบริษัท เอาไปเปิดบัญชีซื้อหุ้นเพื่อลดหย่อนภาษี ใช้เป็นนอมินีของบริษัท ไปจนถึงแอบอ้างว่าเป็นลูกจ้างที่มีเงินเดือน ทั้งที่ไม่เคยทำงานกับบริษัทนั้น โดยบางกรณีเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่เข้าข่ายกลุ่มทุนสีเทา

แล้วทำไมถึงกระทบสิทธิ เพราะเมื่อระบบเชื่อมโยงข้อมูลข้ามหน่วยงาน ชื่อที่ถูกสวมไว้จะถูกตีความว่าคนคนนั้นมีทรัพย์สินเกินเงื่อนไขทันที ซึ่ง รมว.คลัง ยอมรับว่า ไทยยังไม่มีระบบฐานข้อมูลที่ทันสมัยพอ และฐานข้อมูลชุดนี้ไม่ได้ปรับปรุงมานานกว่า 4 ถึง 5 ปี

ทางแก้ที่ประกาศออกมา คือกระทรวงการคลังจะประสานกระทรวงมหาดไทย ให้ฝ่ายปกครอง นายอำเภอ และท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง 

ใครที่ถูกเอาชื่อไปใช้โดยไม่ยินยอม ยื่นคำร้องขอทบทวนสิทธิได้ โดยพิจารณาเป็นรายกรณี พร้อมตั้งศูนย์ One Stop Service และยืนยันว่าจะเอาผิดมิจฉาชีพอย่างเด็ดขาด

ด้านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยวันเดียวกันว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์ ให้มหาดไทยจัดพื้นที่รับอุทธรณ์และส่งหน่วยเคลื่อนที่ลงหมู่บ้าน 

รวมถึงยกเว้นค่าธรรมเนียมตรวจสอบสิทธิการครอบครองรถ ขณะที่กระทรวงการคลังขอชะลอการโยกรายชื่อผู้ไม่ได้สิทธิ 6 ล้านราย ไปโครงการไทยช่วยไทยพลัสก่อน ทั้งหมดจะเสนอเข้า ครม. อีกครั้งวันที่ 27 กรกฎาคม

อีกด้านหนึ่ง การคัดกรองรอบนี้ทำให้พบคนจนที่เคยตกสำรวจ ไม่เคยได้รับสิทธิมาก่อน เพิ่มขึ้นกว่า 2.3 ล้านคน และรัฐยืนยันว่าสวัสดิการอื่นกว่า 72 ประเภท ทั้งเบี้ยผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการ ยังได้รับตามปกติ 

สุดท้ายแล้ว โจทย์ของเรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่เกณฑ์เข้มหรือหลวม แต่คือชื่อและบัตรประชาชนของคนธรรมดา ถูกใครเอาไปใช้บ้างโดยไม่รู้ตัว และรัฐจะตามคืนความเป็นธรรมได้ทันหรือไม่

ที่มาข้อมูล : TNN Online รวบรวม

ที่มารูปภาพ : AI Generated