"ไทยช่วยไทยพลัส”ใช้วงเงินไม่ครบกว่า 13 ล้านราย เงินคืนรัฐกว่า 1,200 ล้าน

Share on Line Share on Facebook Share on X
"ไทยช่วยไทยพลัส”ใช้วงเงินไม่ครบกว่า 13 ล้านราย เงินคืนรัฐกว่า 1,200 ล้าน

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยผลโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” หลังสิ้นสุดรอบการใช้จ่ายเดือนมิถุนายน 2569 พบว่ามีผู้ใช้สิทธิแล้ว 25,686,181 ล้านคน จากผู้ได้รับสิทธิในโครงการ 26,040,623 คน ขณะที่ยังมีผู้ได้รับสิทธิแต่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ 354,442 คน หรือราว ร้อยละ 1.36 

ในจำนวนผู้ใช้สิทธิ พบว่าใช้วงเงินครบ 1,000 บาทเพียง 12 ล้าน 4 แสนคน  ไม่ถึงครึ่งของผู้ใช้สิทธิทั้งหมด หรือว่ายังมีประชาชนใช้เงินไม่ครบ 1,000 บาท ประมาณ 13 ล้าน 6 แสนคนในวันสุดท้ายของการตัดวงเงินในรอบเดือนมิถุนายน

สรุปข่าว

สศค.เผยยังมีผู้ได้รับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัสกว่า 354,442 คน ไม่ใช้สิทธิในรอบเดือนมิถุนายน 2569 ส่งผลให้เงินคงเหลือในระบบกว่า 1,229 ล้านบาท ขณะที่ประชาชนอีกกว่า 13.6 ล้านคนใช้วงเงินไม่ครบ 1,000 บาท.

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยผลโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” หลังสิ้นสุดรอบการใช้จ่ายเดือนมิถุนายน 2569 พบว่ามีผู้ใช้สิทธิแล้ว 25,686,181 ล้านคน จากผู้ได้รับสิทธิในโครงการ 26,040,623 คน ขณะที่ยังมีผู้ได้รับสิทธิแต่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ 354,442 คน หรือราว ร้อยละ 1.36 

ในจำนวนผู้ใช้สิทธิ พบว่าใช้วงเงินครบ 1,000 บาทเพียง 12 ล้าน 4 แสนคน  ไม่ถึงครึ่งของผู้ใช้สิทธิทั้งหมด หรือว่ายังมีประชาชนใช้เงินไม่ครบ 1,000 บาท ประมาณ 13 ล้าน 6 แสนคนในวันสุดท้ายของการตัดวงเงินในรอบเดือนมิถุนายน

สำหรับเงินคงเหลือในระบบมีจำนวน 1,229 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินของผู้ไม่ใช้สิทธิกว่า 354 ล้านบาท และเงินคงเหลือจากผู้ใช้สิทธิแต่ใช้ไม่ครบอีก 874 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน โครงการสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจตลอดเดือนมิถุนายนรวม 43,218 ล้านบาท โดยเป็นยอดใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 42,220 ล้านบาท และผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดดิลิเวอรีกว่า 998 ล้านบาท  สะท้อนให้เห็นว่าโครงการสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคประชาชนได้อย่างมีนัยสำคัญ

ในส่วนของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า มีร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จ พร้อมกดยอมรับเงื่อนไขและสามารถใช้งานได้แล้ว 1,073,146 ร้าน/ ขณะที่มีร้านค้าอยู่ระหว่างการยอมรับเงื่อนไขอีก 98,704 ร้าน และอยู่ระหว่างการตรวจสอบ 3,566 ร้าน

นอกจากนี้ มีร้านค้าที่มียอดใช้จ่ายผ่านโครงการแล้ว 1,035,299 ร้าน สะท้อนว่าเม็ดเงินจากมาตรการได้กระจายลงสู่ผู้ประกอบการรายย่อยและร้านค้าทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยข้อมูลการใช้สิทธิในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ช่วงวันที่ 15–28 มิถุนายน 2569 พบว่ามีผู้ใช้สิทธิผ่านบริการดิลิเวอรีแล้วกว่า 1 ล้าน 2 แสนคน โดยมูลค่าการสั่งซื้อต่อออเดอร์เพิ่มขึ้นกว่า ร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับวันแรกของการเปิดใช้สิทธิ

อย่างไรก็ตาม ผลตอบรับช่วงสองสัปดาห์แรกสะท้อนว่า ไทยช่วยไทยพลัสช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้จริง โดยผู้ใช้สิทธิมีการใช้จ่ายเฉลี่ยราว 450 บาทต่อคน ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนไปยังร้านอาหารทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง 

ขณะเดียวกัน พบพฤติกรรมการใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นอาหารมื้อหลัก เช่น อาหารจานเดียว ข้าวราดแกง และก๋วยเตี๋ยว ซึ่งเป็นหมวดที่มียอดสั่งสูงสุด โดยเมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งคือ “ข้าวกะเพราหมูกรอบ” รองลงมาคือ ข้าวมันไก่ เกาเหลา และก๋วยเตี๋ยวเรือ

ด้านเครื่องดื่ม “มัตจะลัตเต” ขยับขึ้นมาติดอันดับเมนูขายดี แซง “ชาไทย” ที่เคยครองอันดับอันดับหนึ่งในโครงการคนละครึ่งพลัสรอบก่อน สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มเข้าถึงเมนูราคาสูงขึ้นจากแรงหนุนของมาตรการ

ที่มาข้อมูล : สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย

แท็กบทความ

ไทยช่วยไทยพลัส
ไทยช่วยไทยพลัส 2569
กระตุ้นเศรษฐกิจ
ใช้สิทธิคนละครึ่ง
ข้าวกะเพราหมูกรอบ