วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE ทางสถานีโทรทัศน์ TNN ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยว่า แม้จะมีการเทขายทำกำไร (Sell on Fact) ออกมาบ้างเล็กน้อย แต่ภาพรวมของตลาดยังไม่มีความน่ากังวลและมีโอกาสที่จะถูกผลักดันให้ปรับตัวขึ้นไปได้ต่อ
ปรับเพิ่มเป้า SET เป็น 1,644 จุด
นายประกิตได้ประเมินทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) โดยปรับเพิ่มเป้าหมายขึ้นเป็น 1,644 จุด ปัจจัยหลักมาจากการประเมินการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ที่คาดว่าจะสามารถทำได้ 8% และคาดการณ์กำไรตลาดรวมจะขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 1.2 ล้านล้านบาท (คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 97 บาท) ทั้งนี้ ในไตรมาสแรกของปี ตลาดสามารถทำกำไรไปได้แล้วถึง 3.7 แสนล้านบาท ทำให้ในไตรมาสที่เหลือต้องการกำไรเฉลี่ยเพียงไตรมาสละ 2.8 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สามารถเป็นไปได้
แนะลงทุนหุ้น Big Cap และถือกองทุนหุ้นไทยต่อ
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนรวมถึงผู้ที่มีกองทุนหุ้นไทย (เช่น กองทุนกลุ่ม SET50 หรือ SET100) ถือครองต่อไปเพื่อรอทำกำไร (Let Profit Run) เนื่องจากตลาดยังมีโอกาสไปต่อ โดยเน้นเลือกลงทุนแบบรายกลุ่มและรายตัวในหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) ได้แก่
กลุ่มธนาคารพาณิชย์
กลุ่มโรงไฟฟ้า (หุ้นเด่นคือ BGRIM)
กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม
กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (หุ้นเด่นคือ HANA)
กลุ่มเสริมที่น่าสนใจ ได้แก่ โรงพยาบาล, โรงแรม (เช่น MINT ที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น) และสนามบิน
สรุปข่าว
วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE ทางสถานีโทรทัศน์ TNN ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยว่า แม้จะมีการเทขายทำกำไร (Sell on Fact) ออกมาบ้างเล็กน้อย แต่ภาพรวมของตลาดยังไม่มีความน่ากังวลและมีโอกาสที่จะถูกผลักดันให้ปรับตัวขึ้นไปได้ต่อ
ปรับเพิ่มเป้า SET เป็น 1,644 จุด
นายประกิตได้ประเมินทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) โดยปรับเพิ่มเป้าหมายขึ้นเป็น 1,644 จุด ปัจจัยหลักมาจากการประเมินการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ที่คาดว่าจะสามารถทำได้ 8% และคาดการณ์กำไรตลาดรวมจะขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 1.2 ล้านล้านบาท (คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 97 บาท) ทั้งนี้ ในไตรมาสแรกของปี ตลาดสามารถทำกำไรไปได้แล้วถึง 3.7 แสนล้านบาท ทำให้ในไตรมาสที่เหลือต้องการกำไรเฉลี่ยเพียงไตรมาสละ 2.8 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สามารถเป็นไปได้
แนะลงทุนหุ้น Big Cap และถือกองทุนหุ้นไทยต่อ
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนรวมถึงผู้ที่มีกองทุนหุ้นไทย (เช่น กองทุนกลุ่ม SET50 หรือ SET100) ถือครองต่อไปเพื่อรอทำกำไร (Let Profit Run) เนื่องจากตลาดยังมีโอกาสไปต่อ โดยเน้นเลือกลงทุนแบบรายกลุ่มและรายตัวในหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) ได้แก่
กลุ่มธนาคารพาณิชย์
กลุ่มโรงไฟฟ้า (หุ้นเด่นคือ BGRIM)
กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม
กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (หุ้นเด่นคือ HANA)
กลุ่มเสริมที่น่าสนใจ ได้แก่ โรงพยาบาล, โรงแรม (เช่น MINT ที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น) และสนามบิน
มุมมองต่อสินทรัพย์ทางเลือก
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เริ่มเข้าสู่โหมดอ่อนค่า เนื่องจากนักลงทุนเริ่มทยอยลดสถานะเก็งกำไรฝั่งซื้อ (Long Position) ส่งผลให้มีเม็ดเงินเตรียมไหลเข้าและเป็นผลดีต่อสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ที่เตรียมปรับตัวแข็งค่าขึ้น
ทองคำและบิตคอยน์ ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจและมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อสูง เช่นเดียวกับบิตคอยน์ที่กราฟพยายามมีสัญญาณฟื้นตัวกลับขึ้นด้านบน
อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ประเมินว่าการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในวันพุธนี้ จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ระดับเดิม และคาดว่าจะไม่มีการส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยใดๆ เพิ่มเติม ซึ่งสถานการณ์นี้อาจทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ถูกกดดันลงมาได้
ราคาน้ำมัน หากสถานการณ์สงครามจบลง คาดว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะเคลื่อนไหวทรงตัวในระดับ 70-80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยโอกาสที่จะปรับลดลงต่ำกว่านี้มีค่อนข้างน้อย เนื่องจากหากการเดินเรือกลับมาเป็นปกติ หลายประเทศจะเริ่มกลับมากักตุนน้ำมันสำรองเพื่อความมั่นคงทันที ซึ่งจะช่วยพยุงราคาเอาไว้
- ราคาทองคำรอย่อซื้อ รับ 4,260 ต้าน 4,360 ตัดขาดทุน 4,250
- เชื่อมั่นนักลงทุน พุ่ง”ร้อนแรงอย่างมาก” ลุ้นสงครามจบ-ฟันด์โฟลว์ไหลเข้า
- จับตาสงครามดันราคาน้ำมัน-เสี่ยงดอกเบี้ยพุ่ง แนะนักลงทุนลดพอร์ต ถือเงินสด
- ทองคำดิ่งหลุด 4,200 ดอลลาร์ แนะกลยุทธ์ตั้งรับที่ 4,110 ดอลลาร์
- สายการบินสหรัฐฯ แบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น 78% ราคาน้ำมันพุ่งจากสงคราม
ที่มาข้อมูล : ประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ. เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด
ที่มารูปภาพ : รายการ WEALTH LIVE วันที่ 16 มิถุนายน 2569
จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน
