นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด เปิดเผยผ่านรายการ WEALTH LIVE วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ประเมินภาพรวมตลาดหุ้นไทยและสถานการณ์เศรษฐกิจโลก โดยเตือนว่าตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันเป็นการปรับตัวขึ้นแบบผันผวนซ่อนรูป และมีความเสี่ยงรอบด้านที่นักลงทุนต้องระมัดระวัง
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ดันราคาน้ำมัน-ทองคำจ่อเด้งกลับ
แม้ราคาน้ำมันและทองคำจะมีการย่อตัวลงมาในช่วงก่อนหน้านี้ แต่ในระยะถัดไปมีโอกาสที่จะดีดตัวขึ้น (เด้ง) เนื่องจากสถานการณ์สงครามและความขัดแย้งเริ่มกลับมาปะทุและยกระดับขึ้นอีกครั้ง (Escalate) ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงมีความเปราะบาง โดยล่าสุดมีประเด็นข่าวเรื่องเฮลิคอปเตอร์ถูกสอยร่วง (ไม่มีผู้เสียชีวิต) รวมถึงกองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเพื่อป้องกันตัวเองต่ออิหร่าน
นอกจากนี้ สถานการณ์สต็อกน้ำมันทั่วโลกกำลังลดลงอย่างรุนแรง โดยมีข้อมูลระบุว่า
Invisible Inventory (สต็อกที่มองไม่เห็น) ทาง Goldman Sachs ประเมินว่าหายไปถึง 8.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน
สต็อกน้ำมันโลกที่เห็นตัวเลข หายไปประมาณ 4 ล้านบาร์เรล
สถานการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องอันตราย โดยเฉพาะประเทศไทยที่ไม่มีสต็อกน้ำมันของภาครัฐ มีเพียงสต็อกของภาคเอกชน และปัจจุบันก็ครบกำหนด 100 วันตามที่รัฐบาลเคยแจ้งไว้แล้วว่ามีน้ำมันสำรองเพียงพอ หากยังคงมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ต่อเนื่อง ประเทศไทยจะประสบความลำบาก
สรุปข่าว
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด เปิดเผยผ่านรายการ WEALTH LIVE วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ประเมินภาพรวมตลาดหุ้นไทยและสถานการณ์เศรษฐกิจโลก โดยเตือนว่าตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันเป็นการปรับตัวขึ้นแบบผันผวนซ่อนรูป และมีความเสี่ยงรอบด้านที่นักลงทุนต้องระมัดระวัง
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ดันราคาน้ำมัน-ทองคำจ่อเด้งกลับ
แม้ราคาน้ำมันและทองคำจะมีการย่อตัวลงมาในช่วงก่อนหน้านี้ แต่ในระยะถัดไปมีโอกาสที่จะดีดตัวขึ้น (เด้ง) เนื่องจากสถานการณ์สงครามและความขัดแย้งเริ่มกลับมาปะทุและยกระดับขึ้นอีกครั้ง (Escalate) ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงมีความเปราะบาง โดยล่าสุดมีประเด็นข่าวเรื่องเฮลิคอปเตอร์ถูกสอยร่วง (ไม่มีผู้เสียชีวิต) รวมถึงกองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเพื่อป้องกันตัวเองต่ออิหร่าน
นอกจากนี้ สถานการณ์สต็อกน้ำมันทั่วโลกกำลังลดลงอย่างรุนแรง โดยมีข้อมูลระบุว่า
Invisible Inventory (สต็อกที่มองไม่เห็น) ทาง Goldman Sachs ประเมินว่าหายไปถึง 8.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน
สต็อกน้ำมันโลกที่เห็นตัวเลข หายไปประมาณ 4 ล้านบาร์เรล
สถานการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องอันตราย โดยเฉพาะประเทศไทยที่ไม่มีสต็อกน้ำมันของภาครัฐ มีเพียงสต็อกของภาคเอกชน และปัจจุบันก็ครบกำหนด 100 วันตามที่รัฐบาลเคยแจ้งไว้แล้วว่ามีน้ำมันสำรองเพียงพอ หากยังคงมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ต่อเนื่อง ประเทศไทยจะประสบความลำบาก
หุ้นไทยขึ้นเพราะ DELTA ตัวเดียว กลุ่มแบงก์เผชิญแรงขาย
สำหรับดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) นายประกิตมองว่าจากนี้ไปจะปรับตัวขึ้นได้ยากและมีความลำบากมากขึ้น โดยภาพตลาดก่อนหน้านี้ที่ดัชนีบวกขึ้นมา 22 จุด แท้จริงแล้วเป็นการปรับขึ้นจากแรงดันของหุ้น DELTA เพียงตัวเดียวถึงเกือบ 25 จุด ซึ่งหมายความว่าหุ้นกลุ่มอื่นๆ ในตลาดเกือบทั้งหมดปรับตัวลดลง โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่มีสัญญาณถูกเทขายอย่างชัดเจนจากนักลงทุนต่างชาติ
เตือนความเสี่ยงดอกเบี้ยนโยบาย อาจซ้ำรอยอินโดนีเซีย
ในส่วนของแนวโน้มดอกเบี้ย นายประกิตให้จับตาบทเรียนจากประเทศอินโดนีเซียที่เผชิญความเสี่ยงด้านการคลัง เงินทุนไหลออก และปัญหาการเมืองภายใต้ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน จนส่งผลให้ธนาคารกลางอินโดนีเซียต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงถึง 75 Basis Point (0.75%) ภายในช่วงเวลาเพียง 2-3 สัปดาห์ จนขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 5.5%
ขณะที่อัตราดอกเบี้ยของไทยในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 1% ซึ่งมีความห่างกันมากเกินไป และประเทศไทยเองก็มีความเสี่ยงทั้งในมิติของการเมืองและวินัยทางการคลังที่พร้อมจะเดินตามรอยอินโดนีเซีย ดังนั้น นักลงทุนจึงต้องระวังโอกาสที่จะเกิดภาวะช็อกจากการจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป
กลยุทธ์การลงทุน ทยอยลดพอร์ต และถือเงินสดรอจังหวะ
จากปัจจัยลบและภาวะตลาดที่ตึงตัว คุณประกิตแนะนำให้ใช้กลยุทธ์ "Wait & See" โดยอยู่นิ่งๆ เพื่อรอดูสถานการณ์ และปฏิบัติตามแนวทางดังนี้
- ทยอยลดพอร์ตการลงทุน ซึ่งแนะนำให้เริ่มทำมาตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ (วันจันทร์) หุ้นตัวใดที่สามารถปล่อยได้หรือมีกำไร ควรขายเพื่อบริหารจัดการพอร์ต
- เพิ่มการถือครองเงินสด ถือเงินสดไว้ในระดับที่เหมาะสมเพื่อสำรองและรอจังหวะ เนื่องจากโอกาสที่ตลาดจะปรับตัวขึ้นต่อในระยะนี้มีค่อนข้างจำกัด
- เป้าหมายดัชนี ดัชนีเป้าหมาย (Target Index) มองไว้ที่ระดับ 1610 ขึ้นไปถึง 1607 จุด ซึ่งใกล้เต็มทีแล้ว จึงแนะนำให้เน้นการถือเงินสดและชะลอการลงทุนเพื่อความปลอดภัย
- สายการบินสหรัฐฯ แบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น 78% ราคาน้ำมันพุ่งจากสงคราม
- ทองเสี่ยงลงต่อ รอรับ $4,250 หรือ 66,000 บาท
- ราคาน้ำมันโลกผันผวน จับตาเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านสัปดาห์หน้า
- บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ ประเมินทิศทางลงทุน ชี้ราคาน้ำมันเสี่ยงพุ่ง-ขาดแคลน หากสงครามยืดเยื้อ
- ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 30 พ.ค. 69 เช็กทุกปั๊ม เบนซิน-ดีเซลล่าสุด
ที่มาข้อมูล : ประกิต สิริวัฒนเกตุ จาก บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์
ที่มารูปภาพ : รายการ WEALTH LIVE วันที่ 10 มิถุนายน 2569
จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน
