"ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง" Buy Now Pay Later เทรนด์ฮิต ทำหนี้พุ่ง

Share on Line Share on Facebook Share on X
ใครเคยใช้ หรือใครกำลังผ่อนกันอยู่บ้าง ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง Buy Now Pay Later หรือ BNPL นี่คือเทรนด์ใหม่มาแรง ของการช้อปออนไลน์
แทบทุกแอปฯ เชิญชวนให้เราใช้ พร้อมส่วนลดล่อตาล่อใจ

ถามว่าดีอย่างไร ดีไม่ต้องจ่ายก้อนใหญ่ค่อยๆผ่อนไปทีละน้อย จากเดิมการผ่อนชำระเป็นเรื่องยุ่งยาก ใช้ได้แค่กับสินค้าขนาดใหญ่ ต้องดูเสตทเม้นมากมาย แต่ไม่ใช่สำหรับยุคออนไลน์ของไม่กี่บาท ขนาดเล็ก กดผ่อน แบ่งชำระได้ทันที โดยยอดผ่อนแต่ละงวด ดูเหมือนไม่สูงมาก 

สรุปข่าว

ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง กำลังกลายเป็นเครื่องมือการเงินที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกออนไลน์ไทย จากยอดผู้ใช้ไม่ถึงล้านบัญชี พุ่งเป็นเกือบ 5 ล้านบัญชีในเวลาไม่กี่ปี แต่เบื้องหลังความสะดวกนั้น ธปท.เริ่มกังวลว่า BNPL อาจกำลังสร้าง “หนี้เงียบ” ให้คนรุ่นใหม่ จนต้องเตรียมออกเกณฑ์กำกับดูแลภายในปลายปีนี้
ใครเคยใช้ หรือใครกำลังผ่อนกันอยู่บ้าง ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง Buy Now Pay Later หรือ BNPL นี่คือเทรนด์ใหม่มาแรง ของการช้อปออนไลน์
แทบทุกแอปฯ เชิญชวนให้เราใช้ พร้อมส่วนลดล่อตาล่อใจ

ถามว่าดีอย่างไร ดีไม่ต้องจ่ายก้อนใหญ่ค่อยๆผ่อนไปทีละน้อย จากเดิมการผ่อนชำระเป็นเรื่องยุ่งยาก ใช้ได้แค่กับสินค้าขนาดใหญ่ ต้องดูเสตทเม้นมากมาย แต่ไม่ใช่สำหรับยุคออนไลน์ของไม่กี่บาท ขนาดเล็ก กดผ่อน แบ่งชำระได้ทันที โดยยอดผ่อนแต่ละงวด ดูเหมือนไม่สูงมาก 
และต้องยอมรับว่า ทำให้เราหลายคนรู้สึกว่าสินค้าเหล่านี้ไม่ไกลเกินเอื้อม ใช้จ่ายไม่หนักเกินไป การตัดสินใจซื้อเป็นเรื่องง่ายขึ้น โมเดลนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่
และไม่ใช่แค่ไทย ที่กำลังฮิต  แต่เกิดขึ้นแพร่หลาย ได้รับความนิยมอย่างมาก ในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทั่วโลก 

ปัจจุบันประเทศไทย มีคนไทยที่เป็นหนี้ กว่า 25.5 ล้านคน หรือประมาณ 38% ของประชากรทั้งหมด 

ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้น คือ กลุ่มอายุ 20-35 ปี ซึ่งเป็นวัยเริ่มต้นทำงาน มีสัดส่วนการเป็นหนี้สูงถึง 52.7%

แม้หนี้บางส่วนจะเป็นหนี้เพื่อสร้างรายได้ แต่กลุ่มดังกล่าวกลับเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนหนี้เสีย หรือ NPL สูงที่สุดถึงประมาณ 27% เมื่อพิจารณาร่วมกับ
การเติบโตอย่างรวดเร็วของ BNPL  จึงเกิดคำถามสำคัญว่า ระบบการเงินกำลังเปิดช่องให้คนรุ่นใหม่ก่อหนี้ได้ง่ายเกินไปหรือไม่

ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH

ที่มารูปภาพ : canva