ระวังยักษ์ล้ม? วิกฤตความเชื่อมั่น "อินโดนีเซีย" เงินไหลออกประเทศไม่หยุด

Share on Line Share on Facebook Share on X
หลายปีที่ผ่านมา อินโดนีเซีย ถูกจับตามองมากขึ้นในฐานะ “ยักษ์หลับแห่งเอเชีย” ที่จะกำลังตื่นขึ้นมา เพราะมีตลาด มีผู้บริโภคขนาดใหญ่ ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และยังมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมากลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมใหม่ของโลก 

ก่อนหน้านี้ในยุคสมัยของรัฐบาลประธานาธิบดีโจโก วิโดโด อินโดนีเซียได้รับคำชื่นชมจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การรักษาวินัยทางการคลัง และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนจากต่างประเทศ 

ทำให้หลายสำนักวิเคราะห์มองว่า อินโดนีเซียมีโอกาสก้าวขึ้นไปกลายเป็นหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลกได้ภายในไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า

สรุปข่าว

จากประเทศดาวรุ่งแห่งอาเซียน สู่วันที่เจอกับตลาดหุ้นร่วง เงินอ่อนค่า ดอกเบี้ยพุ่ง นักลงทุนต่างชาติแห่ทิ้งพันธบัตร เรื่องนี้จะสะเทือนไทยหรือไม่
หลายปีที่ผ่านมา อินโดนีเซีย ถูกจับตามองมากขึ้นในฐานะ “ยักษ์หลับแห่งเอเชีย” ที่จะกำลังตื่นขึ้นมา เพราะมีตลาด มีผู้บริโภคขนาดใหญ่ ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และยังมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมากลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมใหม่ของโลก 

ก่อนหน้านี้ในยุคสมัยของรัฐบาลประธานาธิบดีโจโก วิโดโด อินโดนีเซียได้รับคำชื่นชมจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การรักษาวินัยทางการคลัง และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนจากต่างประเทศ 

ทำให้หลายสำนักวิเคราะห์มองว่า อินโดนีเซียมีโอกาสก้าวขึ้นไปกลายเป็นหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลกได้ภายในไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า
โครงการขนาดใหญ่ถูกเข็นออกมามากมาย ตั้งแต่โครงการอาหารกลางวันฟรีทั่วประเทศ การเพิ่มบทบาทภาครัฐในระบบเศรษฐกิจ และจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ Danantara ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์

แม้นโยบายเหล่านี้ สะท้อนว่ารัฐบาลพยายามเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจ

แต่อีกมุมหนึ่ง ก็กลายเป็นความเสี่ยงเพราะนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า การใช้จ่ายขนาดใหญ่ดังกล่าวจะส่งผลต่อวินัยการคลังอย่างไรในระยะยาว 
แม้ธนาคารกลางอินโดนีเซีย จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและเข้าแทรกแซงตลาดเงินอย่างต่อเนื่อง แต่แรงกดดันต่อค่าเงินยังคงอยู่ เนื่องจากนักลงทุนกังวล
ต่อเสถียรภาพด้านการคลัง และทิศทางนโยบายเศรษฐกิจในอนาคต

พร้อมกันนั้น ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ก็เผชิญแรงขายอย่างหนัก ดัชนี Jakarta Composite Index ปรับตัวลดลงมากกว่า 30% ตั้งแต่ต้นปี  
ส่งผลให้ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนแย่ที่สุดในโลกในปีนี้ 

ความกังวลดังกล่าวยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่อรัฐสภาอินโดนีเซีย ผ่านกฎหมาย ที่ขยายบทบาทของธนาคารกลาง พร้อมเปิดทางให้ฝ่ายนิติบัญญัติเข้ามาติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานของธนาคารกลางได้

ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH

ที่มารูปภาพ : canva

แท็กบทความ

WorldWideWealthWorld Wide Wealthอินโดนีเซีย
วิกฤตอินโดนีเซีย
เศรษฐกิจอินโดนีเซีย
ค่าเงินรูเปียห์
รูเปียห์อ่อนค่า
ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย
วิกฤตความเชื่อมั่น
เงินไหลออก