
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของอินโดนีเซียลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากความพยายามของทางการในการรักษาเสถียรภาพค่าเงินรูเปียห์ หลังอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia) เปิดเผยว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลงมาอยู่ที่ 144,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤษภาคม นับเป็นช่วงเวลาที่ทุนสำรองปรับตัวลดลงต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2561
ทั้งนี้ การลดลงของทุนสำรองมีสาเหตุหลักจากการชำระหนี้ต่างประเทศของรัฐบาล รวมถึงการเข้าแทรกแซงตลาดการเงินเพื่อพยุงค่าเงินรูเปียห์ ท่ามกลางความผันผวนและความไม่แน่นอนในตลาดการเงินโลก
สรุปข่าว
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของอินโดนีเซียลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากความพยายามของทางการในการรักษาเสถียรภาพค่าเงินรูเปียห์ หลังอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia) เปิดเผยว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลงมาอยู่ที่ 144,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤษภาคม นับเป็นช่วงเวลาที่ทุนสำรองปรับตัวลดลงต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2561
ทั้งนี้ การลดลงของทุนสำรองมีสาเหตุหลักจากการชำระหนี้ต่างประเทศของรัฐบาล รวมถึงการเข้าแทรกแซงตลาดการเงินเพื่อพยุงค่าเงินรูเปียห์ ท่ามกลางความผันผวนและความไม่แน่นอนในตลาดการเงินโลก
นอกจากนี้ ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงอีก 0.7% ในวันจันทร์ และทำสถิติต่ำสุดใหม่เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของอินโดนีเซียปรับตัวเพิ่มขึ้น 26 จุดพื้นฐาน สู่ระดับ 7.14% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2568
การลดลงของทุนสำรองครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ธนาคารกลางอินโดนีเซียเพิ่มความเข้มข้นในการแทรกแซงตลาดเงินและตลาดพันธบัตร เพื่อชะลอการอ่อนค่าของเงินรูเปียห์ ซึ่งปรับตัวลดลงแล้วประมาณ 8% นับตั้งแต่ต้นปี
ขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างชาติได้ขายสุทธิหุ้นอินโดนีเซียมากกว่า 3,500 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นจาการ์ตาร่วงลงมากกว่า 30% จากแรงกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจและทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย
อย่างไรก็ตาม เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ ธนาคารกลางอินโดนีเซียและรัฐบาลได้ประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่าจะร่วมมือกันดำเนินมาตรการดึงดูดเงินทุนเข้าสู่ประเทศ โดยธนาคารกลางมีแผนปรับเพิ่มอัตราผลตอบแทนสำหรับเงินฝากของภาครัฐที่ฝากไว้กับธนาคารกลาง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลและเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินทรัพย์อินโดนีเซีย
ธนาคารกลางยืนยันว่าระดับทุนสำรองในปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์แข็งแกร่ง โดยสามารถรองรับการนำเข้าและภาระชำระหนี้ต่างประเทศได้เป็นระยะเวลาประมาณ 5.5 เดือน ซึ่งเพียงพอสำหรับการรักษาเสถียรภาพด้านต่างประเทศและความมั่นคงของระบบการเงินของประเทศ
ที่มาข้อมูล : สำนักข่าวบลูมเบิร์ก
ที่มารูปภาพ : TNN
