BNPL โตเร็ว แบงก์ชาติจับตาหนี้คนรุ่นใหม่ ท่ามกลางหนี้ครัวเรือนสูง

Share on Line Share on Facebook Share on X
BNPL โตเร็ว แบงก์ชาติจับตาหนี้คนรุ่นใหม่ ท่ามกลางหนี้ครัวเรือนสูง

BNPL โตต่อเนื่อง แต่สิ่งที่แบงก์ชาติกังวลไม่ใช่แค่ขนาดตลาด

บริการ "ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง" หรือ Buy Now Pay Later (BNPL) กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านจำนวนผู้ใช้งานและมูลค่าธุรกรรมที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ให้ความสำคัญ ไม่ได้อยู่ที่การเติบโตของตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพทางการเงินของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนอายุน้อยที่เป็นผู้ใช้บริการหลัก

ธปท. มองว่า การขยายตัวของ BNPL เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โครงสร้างหนี้ครัวเรือนไทยยังอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง ทำให้จำเป็นต้องติดตามความเสี่ยงที่อาจเพิ่มขึ้นจากการเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

สรุปข่าว

ธปท. จับตาการเติบโตของบริการ BNPL ท่ามกลางสถานการณ์ที่คนไทยกว่า 25 ล้านคนมีภาระหนี้ และวัย 20-35 ปี กว่า 52% เป็นลูกหนี้อยู่แล้ว ขณะที่หนี้ครัวเรือนของไทยยังอยู่ที่ 86.7% ของ GDP โดยเป้าหมายของการกำกับดูแลคือสร้างสมดุลระหว่างการเข้าถึงสินเชื่อและความสามารถในการชำระหนี้

BNPL โตต่อเนื่อง แต่สิ่งที่แบงก์ชาติกังวลไม่ใช่แค่ขนาดตลาด

บริการ "ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง" หรือ Buy Now Pay Later (BNPL) กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านจำนวนผู้ใช้งานและมูลค่าธุรกรรมที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ให้ความสำคัญ ไม่ได้อยู่ที่การเติบโตของตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพทางการเงินของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนอายุน้อยที่เป็นผู้ใช้บริการหลัก

ธปท. มองว่า การขยายตัวของ BNPL เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โครงสร้างหนี้ครัวเรือนไทยยังอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง ทำให้จำเป็นต้องติดตามความเสี่ยงที่อาจเพิ่มขึ้นจากการเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

คนไทยกว่า 25 ล้านคนมีหนี้ วัยเริ่มทำงานเป็นหนี้แล้วกว่าครึ่ง

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ปัจจุบันคนไทยมากกว่า 25 ล้านคนมีภาระหนี้อยู่ในระบบ ขณะที่กลุ่มอายุ 20-35 ปี ซึ่งเป็นวัยเริ่มต้นทำงาน มีสัดส่วนผู้เป็นหนี้สูงถึง 52%

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าจำนวนผู้มีหนี้ คือ คุณภาพของหนี้ในกลุ่มคนอายุน้อย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL อยู่ในระดับสูงถึง 27%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่การมีหนี้เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงโอกาสในการผิดนัดชำระหนี้ที่สูงกว่ากลุ่มผู้กู้อื่น ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ ธปท. ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด คือ ภาพรวมหนี้ครัวเรือนของประเทศ ซึ่งยังอยู่ในระดับสูง

แม้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะลดลงจากระดับสูงสุดในช่วงก่อนหน้า แต่ล่าสุดยังอยู่ที่ประมาณ 86.7% ของ GDP ซึ่งถือเป็นระดับที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในช่วงที่คุณภาพหนี้ของครัวเรือนบางส่วนยังเปราะบาง

เป้าหมายไม่ใช่สกัดการเติบโต แต่สร้างสมดุลการก่อหนี้

ธปท. ระบุว่า แนวทางกำกับดูแล BNPL ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อจำกัดการเติบโตของบริการดังกล่าว แต่เป็นความพยายามในการสร้างสมดุลระหว่างการเข้าถึงแหล่งเงินทุนกับความสามารถในการชำระหนี้ของผู้บริโภค

เนื่องจากหากประชาชนสามารถก่อหนี้ได้ง่ายเกินไป หรือมีการนำรายได้ในอนาคตมาใช้จ่ายล่วงหน้าโดยขาดการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ อาจส่งผลกระทบต่อทั้งผู้กู้ ผู้ให้บริการ การบริโภคภายในประเทศ และระบบเศรษฐกิจโดยรวมในระยะยาว

ความท้าทายของระบบการเงินในยุคสินเชื่อดิจิทัล

การเติบโตของบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อได้สะดวกขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลต้องติดตามความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังเริ่มสร้างฐานะทางการเงิน

ท่ามกลางสถานการณ์ที่คนไทยกว่า 25 ล้านคนยังมีภาระหนี้ และหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับ 86.7% ของ GDP การกำกับดูแล BNPL จึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมการเข้าถึงสินเชื่อและการป้องกันปัญหาหนี้ในอนาคต

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์

แท็กบทความ

BNPLหนี้ครัวเรือนธปท
หนี้คนรุ่นใหม่
Buy Now Pay Later