“เอลนีโญ” มาแล้ว โลกร้อนแล้งขึ้น แต่ทำไมฝนยังตกอยู่ 

Share on Line Share on Facebook Share on X
“เอลนีโญ” มาแล้ว โลกร้อนแล้งขึ้น แต่ทำไมฝนยังตกอยู่ 

เราอาจจะสงสัยกันอยู่ใช่ไหมว่า ทำไมองค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ หรือ NOAA ประกาศว่า โลกเข้าสู่สภาวะเอลนีโญแล้ว แต่ทำไมบ้านเรายังฝนตกอยู่ 


เรื่องนี้ รศ.ดร. เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานฯ ที่มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ อธิบายว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญ ไม่ได้หมายความว่า ไทยจะต้องเผชิญแต่ภัยแล้งอย่างเดียว เพราะมีโอกาสเกิดน้ำท่วมได้เช่นกัน และตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 6-10 % 


“ในปีนี้ ผลกระทบจะส่งผลในช่วงปลายปี โดยคาดการณ์ว่าในช่วงฤดูฝนจริง ๆ คือเดือนสิงหาคม กันยายน และตุลาคม ปริมาณฝนอาจลดลงประมาณ 10-20% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีน้ำท่วมนะ เพราะว่าทั้งเดือนมันเฉลี่ยทั้งเดือนมันน้อยลง แต่บางวันมันตกหนัก”


“หลายคนก็บอกว่า เอ๊ะ ทำไมจะเข้าสู่เอลนีโญแล้วทำไมน้ำท่วมที่กระบี่หนักเลย น้ำท่วมพังงา เห็นไหม ก็เอาแค่ฝนวันสองวันก็เป็นอย่างนี้แหละสภาพมัน แต่โดยเฉลี่ยแล้วฝนทั้งเดือนน้อยกว่าปกติ” รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต กล่าว 


“ต้องทำความเข้าใจให้ดีว่าในปีเอลนีโญจะมีน้ำท่วมได้ แต่มีโอกาสน้ำท่วมน้อย น้ำท่วมใหญ่ไม่น่าจะเกิดโดยปกติในอดีตทั่วไป แต่จะเป็นน้ำท่วมแบบรอการระบายมาแล้วก็ไปวันสองวัน” รศ.ดร.เสรี กล่าว 

สรุปข่าว

หลังองค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ หรือ NOAA ประกาศว่า โลกเข้าสู่สภาวะ “เอลนีโญ” แล้ว แต่ทำไมบางพื้นที่ในไทยยังเจอฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน? ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า “เอลนีโญ” ไม่ได้หมายความว่าไทยจะต้องเจอแต่ภัยแล้งเสมอไป เพราะยังมีโอกาสเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมเฉพาะจุดได้ เพียงแต่ภาพรวมของฤดูฝนอาจมีปริมาณฝนลดลง ทำความเข้าใจปรากฏการณ์เอลนีโญให้มากขึ้น เพราะฝนน้อยลงไม่ได้แปลว่าไม่มีฝนตก

เราอาจจะสงสัยกันอยู่ใช่ไหมว่า ทำไมองค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ หรือ NOAA ประกาศว่า โลกเข้าสู่สภาวะเอลนีโญแล้ว แต่ทำไมบ้านเรายังฝนตกอยู่ 


เรื่องนี้ รศ.ดร. เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานฯ ที่มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ อธิบายว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญ ไม่ได้หมายความว่า ไทยจะต้องเผชิญแต่ภัยแล้งอย่างเดียว เพราะมีโอกาสเกิดน้ำท่วมได้เช่นกัน และตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 6-10 % 


“ในปีนี้ ผลกระทบจะส่งผลในช่วงปลายปี โดยคาดการณ์ว่าในช่วงฤดูฝนจริง ๆ คือเดือนสิงหาคม กันยายน และตุลาคม ปริมาณฝนอาจลดลงประมาณ 10-20% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีน้ำท่วมนะ เพราะว่าทั้งเดือนมันเฉลี่ยทั้งเดือนมันน้อยลง แต่บางวันมันตกหนัก”


“หลายคนก็บอกว่า เอ๊ะ ทำไมจะเข้าสู่เอลนีโญแล้วทำไมน้ำท่วมที่กระบี่หนักเลย น้ำท่วมพังงา เห็นไหม ก็เอาแค่ฝนวันสองวันก็เป็นอย่างนี้แหละสภาพมัน แต่โดยเฉลี่ยแล้วฝนทั้งเดือนน้อยกว่าปกติ” รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต กล่าว 


“ต้องทำความเข้าใจให้ดีว่าในปีเอลนีโญจะมีน้ำท่วมได้ แต่มีโอกาสน้ำท่วมน้อย น้ำท่วมใหญ่ไม่น่าจะเกิดโดยปกติในอดีตทั่วไป แต่จะเป็นน้ำท่วมแบบรอการระบายมาแล้วก็ไปวันสองวัน” รศ.ดร.เสรี กล่าว 

รศ.ดร.เสรี อธิบายว่า เมื่ออากาศร้อนขึ้น จะทำให้มีไอน้ำสะสมในชั้นบรรยากาศมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่พื้นดินมีอุณหภูมิสูง เมื่อมีความชื้นมากขึ้นและเจอกับอากาศเย็น ไอน้ำจะเกิดการควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำ แต่ยังไม่ตกเพราะขนาดเล็ก หยดน้ำนี้จะรอวันที่มีลมพัดความชื้นจากทะเลมารวมตัวกันจนใหญ่ถึงจะตก 


“ฉะนั้น ตรงนี้ต้องเฝ้าระวังว่าตอนไหนที่มีความกดอากาศสูง ความเย็นมาเจอความร้อนบนแผ่นดิน ก็จะตกเฉพาะจุด จะไม่กลายเป็นน้ำท่วมใหญ่ เราต้องติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง เพราะคาดการณ์ยาวไม่ได้” ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต กล่าว

ด้าน ดร. สนธิ คชวัฒน์  นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย เผยว่า แม้ฝนจะน้อยลงในภาพรวม แต่ยังมีโอกาสเกิดพายุฝนและน้ำท่วมฉับพลัน แต่จะเกิดขึ้นแบบเฉพาะจุด 


“มันก็จะมีทั้งอากาศร้อนและอากาศแล้ง ฝนตกทิ้งช่วง แต่ก็ยังสลับกับพายุฝน และมีน้ำท่วมฉับพลันเนื่องจากว่ามันมีลมที่พัดจากทะเลเข้ามาหอบความชื้นเข้ามา แล้วมาเจอร่องมรสุม ก็เลยทำให้เกิดพายุฝน ฝนก็จะตกได้ในบางแห่งนะ แต่จะตกแบบ ‘Rain Bomb’ คำว่า ‘Rain Bomb’  ก็คือตกแช่ตกนาน ตกเป็นจุด ๆ ไม่ได้ตกทั่วประเทศ” ดร.สนธิ คชวัฒน์  นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย กล่าว


“ประเทศไทยก็ต้องระวัง เพราะว่าจากนี้ไปฝนจะตกทิ้งช่วง คือยังมีฝนตกนะ แต่มันตกเป็นหย่อม ๆ เฉพาะพื้นที่ที่เป็นภูเขาสูงติดชายทะเล แต่โดยทั่วไปมันไม่ตกมากมายนัก เพราะฉะนั้นในภาพรวม น้ำจะน้อย เราจะขาดแคลนน้ำ เกษตรกรรมก็ต้องระวังตัว ไปปลูกเหมือนเดิมไม่ได้ ไปปลูกพืชใช้น้ำเยอะไม่ได้ ผมมองรัฐบาลต้องออกมาเตือนประชาชน” ดร.สนธิ กล่าว 


ด้านองค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ หรือ NOAA ประกาศเป็นทางการว่า สภาวะเอลนีโญได้เกิดขึ้นแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน และมีโอกาส 63% ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลมหาสมุทรแปซิฟิกจะสูงเกิน 2 องศาเซลเซียส ซึ่งจะอยู่ในระดับที่เรียกว่า “ซูเปอร์เอลนีโญ” ช่วงปลายปีนี้ 


แหล่งข้อมูลอ้างอิง: 


ที่มาข้อมูล : TNN รวบรวม

ที่มารูปภาพ : Pexels handout via Canva